หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

คำขวัญวันครู “ชาติพัฒนา ด้วยครูดี มีคุณภาพ ศิษย์ซาบซึ้งในพระคุณครู”

Author by 16/01/17No Comments »

   1       วันที่ 16 มกราคม 2560 ตรงกับวันครูแห่งชาติ ปีนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันครูไว้ว่า ชาติพัฒนา ด้วยครูดี มีคุณภาพ ศิษย์ซาบซึ้ง ในพระคุณครูปีนี้องค์กรครูทั่วประเทศ จะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ นอกเหนือจากรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์แล้ว ยังเฉลิมพระเกียรติครูแห่งแผ่นดินแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย

วันครูเริ่มตั้งแต่ปี 2499 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศ ถึงความคิดที่กำหนดให้มีวันครู เป็นการสอดคล้องกับความคิดของครูโดยทั่วไป โดยกล่าวว่า ต้องการจะเสนอในตอนนี้เนื่องจาก ครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย คิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่ง สำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน กำหนดให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็นวันครูแห่งชาติ

เพื่อเป็นการยกช่องเชิดชูเกียรติครูที่ได้เสียสละ ในการอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้มีความรู้ ความสามารถ เป็นกำลังสำคัญของชาติในด้านต่างๆ มากมายสุดคณานับ ทีมข่าวการศึกษา นสพ.ไทยนิวส์ สัมภาษณ์ครูผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และสร้างจุดยืนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพื่อลูกศิษย์และประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง   ได้แก่ นส.ศิริพร  ทวีชาติ อาจารย์โรงเรียนหอพระ อ.เมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับโล่รางวัลล่าสุดจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา (สพม.) เขต 34 และสำนักงานปปช.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูที่ส่งเสริมคุณธรรม   และจริยธรรมดีเด่น ประจำปี 2559 ด้วย ในด้านสนับสนุน ปลูกฝังค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม จริยธรรม เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ครู อาจารย์ นส.ศิริพร  กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยจะเห็นว่า เยาวชนจะมีการรณรงค์ในเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่นอย่างมาก

ดังนั้นในฐานะครู จึงต้องปลูกฝังให้นักเรียนโตมาไม่คอร์รัปชั่น ควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ ในเรื่องความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ไม่คดโกง คำถามคือ การสอนคุณธรรม/จริยธรรมของครู จะต้องทำอย่างไร? คำตอบคือ คงต้องสอนสอดแทรก/บูรณาการใช้กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนา โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายว่าจะใช้กลุ่มเล็กหรือใหญ่ ให้ทำอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะคำว่า “ปลูกฝัง” ใช้ได้กับเรื่องคุณธรรม/จริยธรรม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจที่ดีงาม

ที่ผ่านมาการสอนวิชานี้ส่วนใหญ่ จะบูรณาการสอดแทรกในรายวิชาที่ครูสอน แล้วแต่โอกาสและสถานการณ์เอื้ออำนวย กับการสอนคุณธรรม เคยดูคลิป VDO การสอนของโรงเรียนในประเทศญี่ปุ่น ผู้บริหารโรงเรียนรับผิดชอบสอนคุณธรรม/จริยธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยมีสถานการณ์ให้นักเรียนคิดและตัดสินใจ จากการเลือกที่จะมีคุณธรรม หรือเลือกรับรางวัลโดยละทิ้งคุณธรรม

นอกจากนี้ยังสอนคุณธรรมในทุกวิชาที่จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ เราจะเห็นว่าการปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ คงไม่ใช่แค่สัปดาห์ละครั้ง หรือเข้าค่ายคุณธรรมเทอมละครั้ง หรือปีละครั้ง เป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝัง ย้ำเตือนซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งกลายเป็นวิถีชีวิตเป็นกิจนิสัยติดตัว การจ้ะเปลี่ยนแปลง หรือส่งเสริมพัฒนานิสัยคงต้องใช้ระยะเวลา การสอน หรือกิจกรรมที่จัดให้แก่นักเรียน จึงเป็นเรื่องต้องทำอยู่ตลอดเวลา ให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา ดังนั้นนอกจากจัดให้นักเรียนแล้ว แบบอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน ยังเป็นถ้อยคำที่สามารถพิสูจน์ได้

นส.ศิริพร  กล่าวต่อไปว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนา ส่วนใหญ่จะเป็นค่ายคุณธรรม ชุมนุม ชมรม โดยมีนักเรียนเป็นกลุ่มเป้าหมาย ในกลุ่มย่อย เป็นห้อง ระดับชั้น หรือทั้งโรงเรียน สำหรับ ร.ร.หอพระ อ.เมือง เชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมตักบาตรทุกวันอังคาร ณ วิหารหน้อยห้าโรงเรียน ทำ กิจกรรมส่งเสริมอัตลักษณ์โรงเรียน ด้วยความมีน้ำใจ ร่วมกับเครือข่ายของศูนย์คุณธรรม องค์การมหาชน สำนักนายกรัฐมนตรี โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นศูนย์เครือข่าย กิจกรรมของศูนย์คุณธรรมคือ   ”เยาวชนเชียงใหม่หัวใจซื่อตรง” “คนซื่อตรงดำรงอัตลักษณ์ล้านนา”

โดยนักเรียนจะมีสมุดบันทึกความซื่อตรง ศึกษาคุณธรรม ทำกิจกรรม และช่วยกันสรรหาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณธรรมด้วยความซื่อตรงในท้องถิ่น   เพื่อรับรางวัลจากศูนย์คุณธรรมฯ มีชมรมเด็กดีวีสตาร์ นักเรียนแกนนำฟื้นฟูศีลธรรมโลก มีผลงานดีเด่นระดับภาค ด้านเยาวชนเข้มแข็ง(The Best V-Star Club) กิจกรรมมาร์ชชิ่งความดี,ครูและนักเรียนส่งเสริมคุณธรรม/จริยธรรม กิจกรรมจัดขึ้นล้วนมุ่งส่งเสริมพัฒนาให้นักเรียน มีคุณธรรมจริยธรรม อย่างยั่งยืนต่อไป  หรือกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายคือ บวรคือ บ้าน  วัด  โรงเรียน

กิจกรรมที่จัดให้กับนักเรียนนั้น มีมุมสะท้อนให้มองเรื่องนี้ว่า นักเรียนชอบที่จะเรียนรู้จากตัวอย่าง สถานการณ์ การใช้สื่อ เรื่องเล่า ที่ย้ำให้เห็นความสำคัญต่อการพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ แต่ต้องใช้เวลาที่นานพอและต่อเนื่อง ที่ทำให้รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ แต่สิ่งที่พบบ่อยเราต้องย่อมรับคือ เมื่อถามก็ตอบได้ถูกว่า ควรหรือไม่ควรทำอะไรอาทิ ถามว่าถ้าเก็บเงินได้จะทำอย่างไร ต้องตอบว่านำไปคืนเจ้าของ ประกาศหาเจ้าของ แต่เมื่อเก็บเงินได้จริงจะทำเช่นนั้นสักกี่คน  รู้แต่ยังทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

อย่างไรก็ดีที่เรียกว่า ตอกย้ำให้รับรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูก การลงโทษแบบที่ให้ทำดีชดเชย ชี้ให้เห็นผลขอบการทำดี จับถูกดีกว่าจับผิด เห็นตัวอย่างดีๆ กระตุกให้คิด ทำสิ่งใดย่อมได้รับสิ่งนั้น หาเรื่องดีๆ ไว้เล่าสู่กันฟัง  สวดมนต์นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบก่อนเรียน เล่าประสบการณ์ สะท้อนคิด ความคิดเปลี่ยนชีวิตเราได้ คิดดี พูดดี ทำดี เราทำได้ นิทานสอนใจ ทำกิจกรรมยามย่างตามที่ตนเองชื่นชอบ อะไรอื่นอีกมากมายที่คิดว่า ทำแล้วนกเรียนได้รับการปลูกฝังหล่อหลอมให้เกิดคุณธรรมทำเถอะคุณนะ  นำสุขมให้กับทุกๆคนเสมอ  นี่คือครูยุคใหม่ ที่จะสร้างเยาวชนให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีให้กับสังคมไทยต่อไป

ดร.ฐิติรัตน์  วสิษฐ์พลพงศ์   ครูชำนาญการพิเศษ หน.กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนวัดสวนดอก อ.เมือง เชียงใหม่ ได้มองบทบาทหน้าที่ของครูในยุคศตวรรษที่ 21 ที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับ Thailand 4.0 ให้ได้ ถ้าครูไม่มีการพัฒนาตนเองเข้ากับยุคสมัยแล้ว คงจะอยู่ยาก ดังนั้น ในความคิดเห็นของตนเองในการนี้ มองว่า เทคโนโลยีในยุค 4.0 จะเน้นในเรื่องโรบอท(Robot Technology) ที่มีความก้าวหน้าอย่างยิ่งยวด เมื่อนำเอาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Inteligence=AI) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์หรือโปรแกรม AI มาพัฒนาโดยทีมงาน ที่เป็น มนุษย์เพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ที่มีความสามารถเกินมนุษย์ในหลายด้าน

โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์   การประดิษฐ์คิดค้น เพื่อสร้างนวัตกรรม บริหารจัดการ รวมไปถึงการนำเอาแข่งขันสติปัญญากับมนุษย์ ดังนั้นเมื่อปี 1997 Supercomputer ของบริษัท IBMที่ชื่อ Deep Blue สามารถแข่งเล่นหมากรุกชนะ Garry Kasparov แชมป์โลกหมากรุกได้สำเร็จ ต่อมาปี 2016 บริษัทGoogleได้ประกาศความสำเร็จในซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ AlphaGo เพื่อแข่งขันหมากโกะจนสามารถชนะ FanHui แชมป์โกะยุโรปและสามารถโค่น Lee Sedolแชมป์โกะโลกไดสำเร็จแล้ว

สำหรับประเทศไทยกำลังชูนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มตัว เพื่อแข่งขันกับนานาอารยะประเทศ การเปิดหน้าต่างเข้าสู่แหล่งข้อมูลในโลกออนไลน์ ที่มีอยู่มากมายปริมาณมหาศาล  มีเป้าหมายมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-Based Economy”   หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”

ดังนั้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพสูงเพื่อการขับเคลื่อนประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในประเทศ เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมในการเป็นกลไกสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย สู่เวทีเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

ดังนั้นครูในยุค 4.0 จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มสมรรถภาพของตน เพื่อสอนให้นักเรียนเท่าทันยุค 4.0 เช่นเดียวกัน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้กล่าวว่า การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ตั้งแต่ชั้นปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษา และตลอดชีวิตคือ 3K X 7C  3Rคือ Reading(อ่านออก),WRITING(เขียนได้),และ Rithmetice

(คิดเลขเป็น)

ส่วน 7C ได้แก่  Critical thinking & Problem Solving คือทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา,Creativity & Innovationคือ ทักษะด้านการสร้างสรรค์   และนวัตกรรม, Cross-Cultural Understanding คือ ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม     ต่างกระบวนทัศน์, Collaboration,  Teamwork & leadership คือ ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ Communictions  Information &media literacy คือ ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ, Compution & ICTlitercy คือ ทักษะด้านคอมพิวเตอร์  และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร,Career & learning skills,ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้  ดังนั้นผู้บริหารระดับต้นสังกัด จังหวัด กระทรวง ควรผลักดันให้โรงเรียนในประเทศเป็นโรงเรียน 4.0

กำหนดให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชนมีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนจัดการเรียนรู้ของเยาวชนอาทิ สถานที่ราชการ สถาบันเอกชน พิพิธภัณฑ์ บริษัท ห้างร้าน ร้านค้า ศาสนสถาน แหล่งเรียนรู้ต่างๆ รวมไปถึงสถานที่พักผ่อนท่องเที่ยว ต้องจัดให้ห้องเรียนในลักษณะห้องเรียน/ทดลอง/ปฏิบัติการ/สาธิต/ทดลองงานและวิทยากร เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนหรือเยาวชน ที่เข้ามาศึกษาดูงาน ค้นคว้าความรู้ ทดลองสถานประกอบการ ให้เสมือนหนึ่งว่า ทุกแห่งสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับเยาวชนได้ เพื่อเยาวชนได้สัมผัสกับการเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อมจริงๆ

ดร.ฐิติรัตน์   มองครูยุคใหม่ควรจะต้อง มีการพัฒนาห้องเรียนเสมือน (Virtual Classrom) การสอนผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ โดยใช้ช่องทางของระบบการสื่อสาร และอินเทอร์เน็ต นักเรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเข้าไปเรียนในเว็บไซต์ ที่ออกแบบกระบวนการเรียนการสอน ให้มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับเรียนในห้องเรียนแบบปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับผู้เรียน โดยมีบรรยากาศเสมือนพบกันจริง กระบวนการเรียนการสอน จึงไม่ใช้การเดินทางไปเรียนในห้องเรียน แต่เป็นการเข้าถึงข้อมูลเนื้อหาของบทเรียนได้ โดยผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ซึ่งความรู้ที่ได้นั้น นักเรียนสามารถพัฒนาต่อยอดได้ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสมโลกของความจริง (Real World) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual World) โดยใช้วิธีซ้อนภาพสามมิติที่อยู่ในโลกเสมือน ไปอยู่บนภาพที่เห็นจริงๆ โลกของความเป็นจริง ผ่านกล้องดิจิตอลของแท๊บเล็ตสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆ และให้ผลการแสดงภาพ ณ เวลาจริง(real time) ในอนาคตอันใกล้นี้ AR กำลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของสังคม ที่จะเต็มไปด้วยสมาร์ทโฟนแท๊บเล็ต และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศอาทิ Google Glass

มนุษย์ในโลกอนาคตศตวรรษที่ 21 จึงต้องเป็นบุคคลที่พร้อมจะเรียนรู้ เป็นคนทำงานที่ใช้ความรู้ แม้จะเป็นคนชั้นแรงงาน หรือเกษตรกร ก็ต้องเป็นคนที่พร้อมเรียนรู้ และเป็นคนทำงานที่ค้นหาความรู้เป็น เพราะข้อมูลความรู้นั้น มีอยู่มากมายมหาศาล ต้องนำความรู้มาใช้เป็นคือ สามารถสร้างคุณค่าหรือประโยชน์ต่อยอดความรู้ได้ ด้วยทักษะสำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะการเรียนรู้(learning Skill) ที่เน้นการสร้างชุมชนแห่งความสงสัยใฝ่รู้ มีบรรยากาศของชุมชนช่างสงสัย (Community of Inquiry)

ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนลงมือหาคำตอบด้วยตนเองหรือกลุ่มคณะ โดยผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เรียกว่า การเรียนรู้โดยยึดปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning= PBL)คือเริ่มต้นจากความสงสัย อยากเรียนอยากรู้แล้วก็พัฒนาเป็นปัญหาที่ต้องการคำตอบ(Problem)และจากปัญหาที่ต้องการคำตอบ ก็จะพัฒนาไปสู่การค้นหาคำตอบ ลงมือค้นหาคำตอบ โดยสามารถพัฒนาสมรรถนะขั้นสูงได้นั่นคือ การนำเทคโนโลยีโรบอท และปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นตัวช่วยเน้นความคิดสร้างสรรค์(Creative Learning) สามารถนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ(Innovation) เท่าทันกับโลกอนาคต

นางพรนิภา  กลิ่นนวม ครูผู้ทำคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา ร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่  ครูผู้อุทิศตนเพื่อวงการศึกษาจริงๆ จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูผู้บำเพ็ญประโยชน์ทางด้านการศึกษาของ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยจะเข้ารับโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติในวันครู คือวันที่ 16 มกราคม 2560 จาก มล.ปนัดดา ดิศกุล  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ  7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่

โอกาสนี้ นางพรนิภา  ได้เผยถึงความรู้สึกในชีวิตของความเป็นครู ที่สอนลูกศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าว่า ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ในความเป็นครูอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งด้านการเรียนการสอน การผลิต ใช้สื่อการสอน การดูแลช่วยเหลือนักเรียน อบรมสั่งสอนรวมทั้งการสนับสนุน และเป็นที่ปรึกษานักเรียน ที่ความสนใจและความสามารถในการทำกิจกรรมด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม

ได้รับโอกาสนำนักเรียนเข้าร่วมโครงการในระดับประเทศ  และนานาชาติ อาทิ Action for Earth Youth Summit 2014  ซึ่งดำเนินการโดย Hemispheres Poundation ทั้งนี้เพื่อสร้างเวทีและโอกาสให้ผู้นำเยาวชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ด้านการดำเนินโครงการอนุรักษ์โลกภายใต้หัวข้อ Waste MangementและEnergy  Saving  ณ Costa Sand Resortประเทศสิงคโปร์เมื่อวนที่ 7-12 ก.ย.2557 และเข้าร่วมแข่งขันโครงการ Thailand Go Green ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ร่วมกับบริษัทบางจากปิโตรเลียมจำกัด(มหาชน) มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 8 ปี และได้รับรางวัลระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการห้องเรียนสีเขียว ที่ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฝผ.) ที่ได้ดำเนินกิจกรรมลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และจัดการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน จนได้รับการยกระดับไปให้เป็นโรงเรียนสีเขียว  และโรงเรียนคาร์บอนต่ำในปีล่าสุดนี้

จากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้มาเป็นอย่างดี ส่งผลให้นักเรียน และโรงเรียนได้รับรางวัลด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับภูมิภาค และระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง  สำหรับการครองตนนั้น ได้ใช้หลักคำสอนของศาสนาเป็นคุณธรรมในการดำเนินชีวิต ละเว้นจากอบายมุขทั้งปวง ประหยัดอดออมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพครู  เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติและวางตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี  ในการดำเนินชีวิตแก่นักเรียน

ได้ดูแลครอบครัวด้วยความรัก และเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีการปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองที่ดี ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เคารพกฎหมาย รักษาระเบียบวินัย มีความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาใดๆ นอกจากนี้มีการพัฒนาตนเองด้วยการอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

ปฏิบัติหน้าที่ของครูด้วยความรักในวิชาชีพ ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ผู้เรียน ตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ ที่ทั้งด้านวิชาการ และทักษะการใช้ชีวิต ดูแลนักเรียนให้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ นี่คือครูในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ได้ทำหน้าที่ของครูโดยสมบูรณ์จริงๆ  เนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2560 ทีมข่าวการศึกษา นสพ.ไทยนิวส์ ขอน้อมคารวะแด่คุณครูทุกคนด้วยดวงใจ ดังบทกลอนที่ว่า….

“น้อมจิตวันทาบูชาครู”

แม้งานหนักเหน็ดเหนื่อยไม่เคยบ่น

สู้อดทนส่งเสริมศิษย์พิชิตฝัน

สู้อุตส่าห์สั่งสอนทุกวี่วัน

จิตมุ่งมั่นอบรมจริยา

หวังเห็นศิษย์ก้าวหน้าในชีวิต

โดยอุทิศแรงกายให้สมค่า

คำว่าครูผู้ใช้ซึ่งปัญญา

แก้ปัญหานานาประการ

มีเมตตาปรานีเป็นที่ตั้ง

คอยเหนี่ยวรั้งศิษย์รักทุกสถาน

คอยชี้แนะช่วยเหลือและเจือจาน

ศิษย์จึงผ่านอุปสรรคทุกสิ่งไป

แม้งานหนักอย่างไรไม่เคยท้อ

เพียงแต่ขอศิษย์รักที่เติบใหญ่

มีวิชาความรู้ตลอดไป

เพื่อไว้ใช้เลี้ยงชีพสำหรับตน

ขอน้อมจิตวันทาบูชาครู

ขอเชิดชูปูชนีย์คุณมากล้น

ขอกตัญญูต่อครูทุกทุกคน

ขอกุศลแห่งความดีคุ้มครองครูฯ

“ครูติ๋ว”  รายงาน

ที่มา : http:dreampoem.com

โดยคุณ jk-rolling

 

817 Total Views 2 Views Today




อัตราค่าโฆษณา


ผู้ปิดทองหลังพระ


childthainews.net


cmmet.tmd.go.th


kadsuankaew.co.th


presscouncil.or.th


สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย