หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

ปฏิรูปการศึกษา ภูมิภาคให้ ผวจ.คุม มีเห็นด้วย – เป็นห่วง

Author by 22/03/16No Comments »

     Untitled-2           ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ล้างโครงสร้าง สพฐ.ทั้งหมด ส่วนภูมิภาค ให้ ผวจ.คุม มีศึกษาธิการจังหวัดดูแลการศึกษาแทนสพป. และ สพม. ฟื้นกรมประถม มัธยม กศน. และกรมวิชาการขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มีทั้งผู้เห็นด้วย และที่เป็นห่วงจะถอยลงคลองหรือไม่

เมื่อบ่ายวันที่ 21 มี.ค. 2559 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 10/2559 ลงวันที่ 21 มี.ค. 2559 โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เนื้อหาโดยสรุปว่า โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาในการจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคของประเทศว่าเกิดปัญหาการสั่งการและการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการศึกษาให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557

หัวหน้า คสช. มีคำสั่ง  12 ข้อ มีสาระสำคัญโดยสรุป เช่น  ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ประกอบด้วย รมว. ศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ รมช. ศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นกรรมการ และปลัด ศธ.เป็นกรรมการและเลขานุการ ข้อ  4 ให้ยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และให้โอนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ของจังหวัดนั้น ๆ

ข้อ 6 ในแต่ละจังหวัดให้มี คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “กศจ.” มี ผวจ.หรือรอง ผวจ. เป็นประธาน ศึกษาธิการภาคในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นรองประธาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นกรรมการ

นอกจากนั้น มีท่องเที่ยวและกีฬา ท้องถิ่นจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ประธานสภาหอการค้าจังหวัด ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และวัฒนธรรมจังหวัด เป็นกรรมการ และให้มีผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น จำนวน 2 คน เป็นกรรมการ ผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น จำนวน 2 คน เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงวุฒิ อาทิ ด้านกฎหมาย บริหารงานบุคคล ฯลฯ จำนวนไม่เกิน 3 คนเป็นกรรมการ โดยทั้งหมด รมว.ศึกษาธิการ แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ ทั้งนี้ ให้ศึกษาธิการจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งนี้ หัวหน้า คสช.มุ่งที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค โดยปรับเปลี่ยนการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค โดยยุบกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 18 ภาค โดยมีศึกษาธิการภาค เป็นผู้บังคับบัญชาอาจมีรองศึกษาธิการภาคไม่เกินหนึ่งคนในแต่ละจังหวัด ให้มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เรียกโดยย่อว่า”กศจ.”มี ผวจ.หรือรอง ผวจ. เป็นประธานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด ให้มีคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “อกศจ.” โดยศึกษาธิการจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ให้โอนอำนาจหน้าที่ของ ผอ.สพป. และ ผอ.สพม.เฉพาะงานที่เกี่ยวกับ อ.ก.ค.ศ. ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัด ในระหว่างที่ยังไม่มีการจัดตั้ง สนง.ศึกษาธิการจังหวัด ให้สพป.หรือ สพป.เขต 1 ในจังหวัดต่างๆทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในจังหวัดนั้นๆไปพลางก่อน

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ครั้งนี้ สพฐ.ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภายใน สพฐ.ต่อคณะ กรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ. โดยขอตั้งหน่วยงานระดับกรมเพิ่มขึ้น 4 หน่วยงาน คือ กรมประถมศึกษา กรมมัธยมศึกษา กรมวิชาการ และกรมการศึกษาพิเศษ เพื่อให้การทำงานมีความชัดเจน และการตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ มีความคล่องตัว หากมีปัญหาเกี่ยวข้องกับแต่ละกรมเกิดขึ้น สามารถแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องรอให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ กพฐ.อย่างทุกวันนี้ การเสนอปรับโครงสร้างภายใน สพฐ.ครั้งนี้ ไม่ถือเป็นการเพิ่มภาระเรื่องงบประมาณ เพราะไม่ได้เพิ่มบุคลากร หรือต้องจัดสรรงบเพิ่มขึ้น เพียงแต่กระจายงาน และผู้ที่จะมาทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของแต่ละกรม คือรองเลขาธิการ กพฐ. ไม่ได้เพิ่มตำแหน่งใดๆ ส่วนเลขาธิการ กพฐ.จะดูภาพรวมเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาต่างๆ ทั้งการพัฒนาครู บุคลากร รวมถึงงบประมาณ จะได้มีเวลาคิดการทำงานเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จัดการปัญหารายวันเช่นทุกวันนี้

ผู้สื่อข่าวติดต่อขอพบ นายทวนทอง ศรีสวัสดิ์ ผอ.สพป.เขต 1 เชียงใหม่ ที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่  ปรากฏว่าเดินทางไปประชุมที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. แล้ว เพื่อรับนโยบาย เจ้าหน้าที่ สพป.กล่าวเพียงว่ามีการปฏิรูปการศึกษาแล้ว  ผอ.สพป.คงจะทำหน้าที่เป็นศึกษาธิการจังหวัด ส่วนรายละเอียดอื่นไม่ทราบมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ที่ สพป.เขต 4 ดร.ทวี อุปสุขิน ผอ.ได้เดินทางไปประชุมที่ส่วนกลาง ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า วงการศึกษาได้ทราบความเคลื่อนไหวปฏิรูปมาก่อนแล้ว ไม่ได้ตกใจอะไร ส่วนจะเป็นผลดีหรือผลเสียคอยดูต่อไป แต่เชื่อว่าปฏิรูปแล้วต้องดีกว่าเดิม ตอนนี้ยังไม่ทราบโครงสร้างการทำงาน   และจะได้ไปอยู่ที่ไหน อย่างไร เมื่อยุบเลิก สพป. และสพม.แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์คำสั่ง คสช.เรื่องนี้ในเฟสบุ้กอย่างแพร่หลาย และมีผู้แสดงความเห็นทำนองว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษาแบบถอยหลังลงคลองมีนายกรัฐมนตรีเป็นซุปเปอร์บอร์ด เกรงจะมีคนวิ่งเต้นเข้าหาขอตำแหน่งแห่งหนกันใหญ่ เช่นเดียวกับในส่วนภูมิภาคอำนาจบริหารครูตกอยู่กับ ผวจ. ครูคงจะไปศาลากลางจังหวัดกันมากขึ้น.