หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

มช.ร่วมกับ 3 องค์กรผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพทางการแพทย์

Author by 25/08/15No Comments »

1-1          เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 เวลา 14.00 . ห้องประชุมคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  รศ.ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนทุกแขนง เกี่ยวกับความร่วมมือและการนำไปใช้เชิงพาณิชย์งานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านพลาสติกชีวภาพ ระหว่าง .กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เกี่ยวกับการพัฒนาพอลิเมอร์เกรดทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 13485

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) ที่ให้การสนับสนุนให้ภาคเอกชน เข้าร่วมการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ และดร.วิวรรณ ธรรมมงคล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี กระบวนการปิโตรเลียมและปิโตรเคมีบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่มีบทบาทในการพัฒนาต่อยอดพลาสติกชีวภาพ เพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์

ก่อนการเริ่มแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ผศ.ดร.วินิตา บุณโยดม  หัวหน้าห้องปฏิบัติการผลิตพลาสติกชีวภาพ สำหรับใช้ทางการแพทย์ ได้ชี้แจงถึงโครงการนี้ว่า พลาสติกชีวภาพ สำหรับใช้งานทางการแพทย์ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากคุณสมบัติมีการย่อยสลายได้ในร่างกาย ทำให้ไม่ต้องทำการผ่าตัดซ้ำ เพื่อนำวัสดุที่ใช้ในการรักษาเสร็จแล้ว ออกจากร่างกายผู้ป่วย รวมทั้งมีการใช้สารตั้งต้นบางส่วน ที่มาจากวัตถุดิบชีวมวล ดังนั้นทั้ง 4 หน่วยงานจึงได้ร่วมมือกัน สร้างห้องปฏิบัติการต้นแบบ “การผลิตพลาสติกชีวภาพสำหรับใช้งานทางการแพทย์” เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ สำหรับการผลิตวัสดุการแพทย์แห่งแรก ในประเทศไทยที่ได้มาตรฐาน ISO 13485

จากนั้นรศ.ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งทางด้านงานวิจัย  ซึ่ง ดร.วินิตาฯและคณะผู้วิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์  ได้ดำเนินงานเรื่องนี้มา 15 ปี ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรม การวิจัยแห่งชาติ,สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ปตท.จำกัด(มหาชน) เพื่อนำผลการวิจัยจากพลาสติกไปสู่วงการแพทย์ เพื่อพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศที่มีราคาแพงมาก จึงทำให้เกิด 4 องค์กรมาร่วมลงทุนเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านการแพทย์อย่างเต็มที่

จากการดำเนินงานมานาน จนสามารถคิดค้นตัวริเริ่มปฏิกิริยาใหม่ เพื่อใช้ในการผลิตมอนอเมอร์และพอลิเมอร์ สำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ และได้มุ่งเน้นการนำไปใช้งานด้านวัสดุทางการแพทย์ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องผลิตเป็นจำนวนมาก สามารถออกแบบโครงสร้างได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้นมหาวิทยาลัยเชียบใหม่ จึงได้ตัดสินใจในการร่วมสนับสนุนงบประมาณ ในการสร้างและปรับปรุงพื้นที่ของโรงงานต้นแบบ ให้สามารถผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ สำหรับใช้งานทางการแพทย์ เพื่อการวิจัยและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้

เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ทางสำนักงานฯได้เห็นความสำคัญ ของการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย ที่เป็นกลุ่มเทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีสำคัญ เพื่ออุตสาหกรรมซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งทางด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ทางการเกษตรและผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.)จัดทำโครงการสานเกลียววิจัยคู่นวัตกรรมด้านพลาสติกชีวภาพขึ้นมา

ทั้งนี้มีสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)สนับสนุนการวิจัยพื้นฐานในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำมาตั้งแต่ปี 2550 ผลการดำเนินงานที่สำคัญเกิดจากการสนับสนุน โครงการวิจัยการ สังเคราะห์เม็ดพลาสติกชีวภาพให้กับกลุ่มนักวิจัยของ ผศ.ดร.วินิตา บุณโยดม ดังนั้น วช.จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่ได้สนับสนุนงานวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่,สนช,บริษัท ปตท.จำกัด ให้ทุนสนับสนุนการสร้างห้องปฏิบัติการต้นแบบ การผลิตพลาสติกชีวภาพคุณภาพสูง สำหรับใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์ ในวงเงิน 28 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นห้องปฏิบัติการแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้มาตรฐาน ISO 13485 สามารถผลิตพลาสติกชีวภาพเกรดทางการแพทย์ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น สำหรบผลิตวัสดุทางการแพทย์ ถือเป็นการลดอัตราการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมชีวการแพทย์จากพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยอีกด้วย

ด้านสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจน ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลาติกชีวภาพให้เป็นอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่(New Wave Industry) ของประเทศไทย และก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพอย่างครบวงจร ภายใต้แผนที่นำทางแห่งชาติการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ความร่วมมือสนับสนุนห้องปฏิบัติการต้นแบบ ที่เป็นมิติใหม่ของความร่วมมือกันอย่างดียิ่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ที่ได้ริเริ่มเป็นแกนกลางในการทำงานร่วมกัน และต่อยอดอย่างบูรณาการ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิตวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานสากล สำหรับนำไปประยุกต์ใช้เป็นวัสดุและเครื่องมือทางการแพทย์ สามารถลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ

สุดท้ายผจก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฯ บริษัท ปตท.จำกัด เผยว่า กลุ่ม ปตท.เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมี ด้วยความตระหนักถึงความพร้อม และศักยภาพประเทศไทย ในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจสีเขียว(Green Busimess)ภูมิภาคเอเชีย จึงเป็นที่มาของการลงทุนอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตั้งแต่การผลิตเม็ดพลาสติก จนถึงงานวิจัย และพัฒนาพลาสติกชีวภาพประเภท PAและPBS มีเป้าหมายผลักดันให้พลาสติกชีวภาพเป็นสินค้าระดับสากล เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี ด้านพลาสติกชีวภาพของประเทศไทย  ดังนั้น ปตท.จึงได้สนับสนุนกลุ่มนักวิจัยผศ.ดร.วินิตา บุญโญดม ตั้งแต่ปี 2553 ในโครงการ “ขยายสเกลการสังเคราะห์แลคไทต์จากแลคติกแอซิคโดยกระบวนการแบบกึ่งกะ”และโครงการ “สังเคราะห์พอลิแลคไทด์และโคพอลิเมอร์สำหรับประยุกต์ใช้ทางการแพทย์” จนสามารถต่อยอดผลงานวิจัย เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์ ให้มีประสิทธิภาพ ทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ คาดว่าหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งปี หากได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงได้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีของคนไทยนำออกมาใช้อย่างแน่นอน.