หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

มช.ร่วมกับ 3 องค์กรหลักจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ย ให้เกิดความสมานฉันท์สร้างสันติวัฒนธรรม

Author by 25/06/14No Comments »

1            วันที่ 24 มิ..2557 เวลา 09.30 . ห้องประชุมหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อาคารยุทธศาสตร์ สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัด ให้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ 3 องค์กรหลักได้แก่ สำนักงานศาลยุติธรรม,สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

         ทั้งนี้มีผู้บริหารที่เข้าร่วมลงนามคือ ศ.(พิเศษ)ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา,นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม,ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผอ.หลักสูตรการจัดการความขัดแย้ง และการเจรจาไกล่เกลี่ย โรงเรียนพัฒนาผู้นำสร้างสันติธรรม รักสคูล กรุงเทพฯ ฐานะผู้ประสานโครงการ, รศ.นพ.นิเวศน์  นันทจิต   อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ก่อนพิธีลงนามความร่วมมือ ศ.นพ.วันชัย  วัฒนศัพท์ ผอ.หลักสูตรการจัดการความขัดแย้ง และการเจรจาไกล่เกลี่ยฯได้สรุปแนวคิดที่ตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยว่า ความจริงแนวคิดนี้มีมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติเป็นรูปธรรมเท่านั้น สิ่งที่ลงนามครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ คสช.แต่ด้วยความบังเอิญมากกว่า ที่เห็นสังคมมีความขัดแย้งกันรุนแรง เพื่อจุดมุ่งหมายเอาแพ้และชนะ และลุกลามมาสู่สถาบันการศึกษา

ดังนั้น 2 มหาวิทยาลัยจึงได้ร่วมกันศึกษาแนวคิด การสร้างศูนย์ไกล่เกลี่ยสมานฉันท์ และสันติวิธีในมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่เดือน พ.ย.2556 และต้องการให้ศูนย์ไกล่เกลี่ยนี้เป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย พร้อมดูแลจัดทำโครงสร้างการดำเนินงาน เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาททางเลือก ให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดสันติวัฒนธรรมในมหาวิทยาลัย

ศ.นพ.วันชัย กล่าวต่อไปว่า จากผลการวิจัยและเผยแพร่การแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันตินั้นต้องมีการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งทำมาโดยตลอด 20 ปี ได้มองเห็นว่ามหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลิตบัณฑิต จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ และสร้างเสริมวัฒนธรรมแห่งความสมานฉันท์ และสันติวิธี โดยเฉพาะการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยผลักดันทั้งเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จึงร่วมกับ ม.ขอนแก่น ฐานะคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ(กบม.) จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยขึ้นดังกล่าว เพื่อเป็นการผลักดันให้สถาบันการศึกษาอื่นๆ หันมาสนใจ และยังก่อให้เกิดความสมานฉันท์ และสันติวัฒนธรรมแทนการเอาแพ้และชนะกัน

รศ.นพ.นิเวศน์ กล่าวว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีแนวนโยบายเรื่องนี้ขึ้นให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากสังคมปัจจุบันมีความขัดแย้งและคิดต่างกันมากในสังคมไทย และทางออกที่สังคมไทยได้รับรู้คือ การเอาแพ้และชนะกัน ไม่ว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันที่ศาล หรือใช้กำลังแทนการเจรจาตกลง ปัญหาบางครั้งอาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ผิดไปจากข้อมูลที่แท้จริง ก็สามารถจะมีกรณีพิพาทได้ หากได้รับการไกล่เกลี่ยและเจรจาจะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดี และกลับมาร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ด้านวิทยากรนั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งคณะครู อาจารย์เข้ารับการอบรมหลักสูตร”การแก้ปัญหาความขัดแย้งขั้นพื้นฐานของโรงเรียนพัฒนาผู้นำ และสร้างสันติธรรม รักสคูล กรุงเทพฯ”มาแล้วจำนวน 35 คน พร้อมที่จะปฏิบัติงาน ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จัดให้มีบรรยาย อภิปราย ศึกษากรณีตัวอย่าง ระดมสมอง การปฏิบัติงานสัมมนาเชิงวิชาการ และการศึกษาดูงาน โดยเน้นหลักการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของผู้เข้ารับการอบรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ได้แก่ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายนิติกร ฝ่ายบุคคล ฝ่ายกิจการนักศึกษา

นอกจากนี้ยังนำผู้เข้าอบรม ไปศึกษาองค์กรที่ประสบผลสำเร็จคือ ม.ธุรกิจบัณฑิต,ศาลอาญารัชดา และ ร.ร.พนมสารคามพนมอดุลวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้รับรู้แนวคิดสร้างศูนย์ไกล่เกลี่ยสมานฉันท์ และสันติวิธีในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม สร้างระบบการเจรจาไกล่เกลี่ยแทนการเอาแพ้และชนะกันระหว่างบุคลากรของสถาบัน และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเครือข่ายสมานฉันท์ ระหว่างมหาวิทยาลัย ศาลยุติธรรม หน่วยงานราชการและเอกชนได้.