หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน แนะแม่โจ้ต้อง Change

Author by 8/07/16No Comments »

    กนก วงษ์ตระหง่าน      มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาคด้านการเกษตรที่ผลิตบัณฑิต และบุคลากรการเกษตรมายาวนานเพิ่งจะมีงานฉลองครบ 80 ปีเมื่อปีที่แล้ว ผู้บริหารทั้งสภามหาวิทยาลัย โดย ดร.อำนวย ยศสุข นายกฯ ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดี พร้อมทั้งคณะบริหาร คณาจารย์ และบุคลากร มีแผนพัฒนามหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านการเกษตร  เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว และเป็นศูนย์กลางความรู้ทางการเกษตรเพื่อชุมชนในการปรับตัวเข้าสู่สังคมยุคใหม่

นับเป็นวาระดีน่าสนใจ เมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2559 ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการศึกษา (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา และเศรษฐกิจระดับประเทศ รวมทั้งอาจารย์พิเศษหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต  สาขาวิชาการพัฒนาภูมิสังคมอย่างยั่งยืน ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาบรรยายพิเศษ ที่ห้องประชุม สำนักงานอธิการบดี และร่วมกับ ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาแม่โจ้ในอนาคต คำพูดที่ฟังแล้วต้องสะดุ้งกันทั้งห้องประชุม คือ แม่โจ้ต้อง Change…ส่วนจะเปลี่ยนอย่างไรนั้น

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน กล่าวว่า  ”แม่โจ้ต้อง Change”  คือ ต้องคิดการใหญ่ เพื่อทำให้เกษตรมีมูลค่าสูง ด้วยความเป็นแม่โจ้ ต้องยึดชุมชนเป็นฐาน เพราะไม่มีสถาบันไหนทำได้ เรารู้เรื่องเกษตรดีที่สุด….ต้องต่อยอดให้เกษตรกรเครือข่าย ร่วมเรียนรู้และพัฒนาเชิงลึกร่วมกัน เราอย่าดูถูกชุมชน ที่สำคัญคือ ความสามารถในการปรับตัวต่อการแก้ปัญหาให้เร็ว (Resiliance) ต้องให้ชาวแม่โจ้ตระหนักว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยนตัวเอง เราจะถูกทิ้ง และไม่สามารถอยู่ท่ามกลางการแข่งขันได้ แม่โจ้โชคดีที่เรามีความเป็นพี่เป็นน้อง ถือเป็นต้นทุนสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนเพื่อการพัฒนา แต่เราต้องมีความชัดเจนในทุกศาสตร์ จัดระบบการบริหารแบบใหม่และรวดเร็ว โดยสร้างเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น

ประสบการณ์ ศ.ดร.กนก เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จนได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ ระดับ 10 ในปี 2534 จากนั้นจึงโอนย้ายไปทบวงมหาวิทยาลัย เป็นรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย (นักบริหาร ระดับ 10) ในยุค ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2537 ต่อมาเข้าสู่แวดวงธุรกิจเป็นกรรมการบริหารบริษัทเซ็นทรัล รีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด ประธานบริหารสานปฏิบัติการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน มีบทบาทสำคัญในการร่วมพลิกฟื้นสถานะของโรบินสันให้คงอยู่ต่อไป เป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฟมิลี่มาร์ท จำกัด และประธานกรรมการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด(ซีอีโอ) ในปัจจุบันล้วนการันตีว่าไม่ใช่ธรรมดาเมื่อบอกว่า แม่โจ้จะต้องเปลี่ยนแปลง ด้วยการคิดการใหญ่ ทำอย่างไรให้คำว่า “เกษตร” มีมูลค่าสูงขึ้น จึงเป็นข้อแนะนำทั้งลึก ทั้งกว้าง ทั้งท้าทายอย่างยิ่ง

ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช กล่าวว่า จากการที่มหาวิทยาลัยกำลังเตรียมผลักดันแผนยุทธศาสตร์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงของแม่โจ้แบบก้าวกระโดด จึงเชิญผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศมาร่วมกับนักวิชาการของแม่โจ้ เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ผลักดันไปสู่จุดหมายจนบรรลุผลตามเป้าหมาย โดยเฉพาะการเป็นมหาวิทยาลัยด้านการเกษตร เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ว่า จำเป็นจะต้องพัฒนาคำว่า “เกษตร” ให้เป็นมูลค่าเชิงการตลาดที่จะช่วยภาคการเกษตรได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์…

ก่อนหน้านี้ ผศ.ดร. จำเนียร ยศราช กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงมีความเป็นสังคมเกษตร แนวทางการดำเนินงานและการพัฒนามหาวิทยาลัย จึงคำนึงถึงตัวแปรซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เราเรียกกันว่า Driving Forces เช่น ภาวะเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยมีการวางแผนยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวด้วยการมุ่งเป็นมหาวิทยาลัยอินทรีย์ มหาวิทยาลัยสีเขียว และมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ (Organic-Green-Eco University) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางการเกษตรในระดับนานาชาติ และอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของแม่โจ้ ที่สำคัญคือ แม่โจ้มีความเรียบง่าย ติดดิน เข้าถึงและเป็นที่พึ่งของชุมชนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งสำคัญที่สุดคือ คน และการปรับวิสัยทัศน์ของคนในองค์กรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้กล่าวว่า จากการที่มีโอกาสได้ไปดูงานของประเทศต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน ซึ่งมีความเจริญอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่า คนของประเทศเหล่านั้นเป็นคนที่มีคุณภาพ มีลักษณะสำคัญคือความมีวินัยที่ถูกปลูกฝังให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบ เพราะคน คือต้นทุนที่สำคัญที่สุดของสังคม จึงทำให้ทั้งสองประเทศพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ประเทศภูฏาน ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านความสุขมวลรวมของประชากรนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีของภูฏานเองก็ได้ชื่นชมในแนวคิดของแม่โจ้ เรื่องการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต (U of Life) โดยอาศัยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเป็นแนวทางมาโดยตลอด

ดังนั้น แนวทางการสร้าง “คน” ของแม่โจ้ ต้องตระหนักว่า คนเก่งไม่สำคัญเท่าคนดี คนดีคือ คนที่มีคุณธรรมนำความคิด ถ้าคิดดีย่อมทำดีก่อนพัฒนาความเก่ง เราจึงได้กำหนดค่านิยมหลักของคนแม่โจ้ให้เป็นแนวทางเดียวกัน (MJU Core Values) เพื่อสร้างอัตลักษณ์ในการหล่อหลอมความเป็นลูกแม่โจ้ให้เป็นหนึ่งเดียว ทั้งนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ได้แก่  M  Mindfulness ทำงานด้วยจิตวิญญาณ A  Aspiration สืบสานปณิธานด้วยใจมั่น E  Excellence สานฝันสู่ความเป็นเลิศ J  Justification ชูเชิดความยุติธรรม O  Originality ก้าวนำด้วยเกียรติภูมิ

เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว แม่โจ้ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต (University of Life) คือ มีการเกษตรเป็นรากฐานของสภาพสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน (Well Being-Sustainable) โดยมีเครือข่ายความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานชุมชนโดยรอบ (Network)ทั้งภายใน ภายนอกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน  รวมถึงความร่วมมือจากระดับนานาชาติที่จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างเข้มแข็งเพื่อประโยชน์ของสังคมต่อไป.

บุณย์ มหาฤทธิ์ /รายงาน