หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

สมศ.จัดกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาสถานศึกษาท้องถิ่นทุรกันดารคัดเลือกบ้านปางไม้แดงสถานศึกษานำร่องไม่ผ่านประเมินรอบ 3

Author by 25/05/14No Comments »

5-1 copy 5-2 copy 6 copy 7 copy 8 copy 9 copy

 

เมื่อวันที่ 23 ..2557 เวลา 10.30 . โรงเรียนบ้านปางไม้แดง .แม่แตง . เชียงใหม่ สำนักงานรับรองมาตรฐาน และ ประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) องค์การมหาชน จัดกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาสถานศึกษาในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่ง

สมศ.ได้คัดเลือกในภาคเหนือให้เป็น ..นำร่องสำหรับสถานศึกษาที่ไม่ผ่านการประเมินมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษา จำนวน 12 โรงเรียนที่สังกัด สพป. เชียงใหม่ เขต 2 โดยมี .ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการ สมศ.เป็นประธานเปิดกิจกรรมค่าย และนายเอกพงษ์ เลาหเทียนสินธุ์ รอง ผอ.สมศ.กล่าวรายงาน             

นอกจากนี้มีนางมะลิ พงศ์พันธุ์ไพบูลย์ ผอ.ร.ร.บ้านปางไม้แดง กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาโรงเรียน และปัญหาอุปสรรคการบริหารจัดการ ทั้งด้านการเรียนการสอน และ ดร.รตนภูมิ โนสุ ผอ. สพป.ชม.เขต 2 ได้กล่าวถึงภาพรวมการพัฒนา ร.ร.ที่รับผิดชอบ และ พื้นที่ตั้งของ ร.ร.ที่มีปัญหาการพัฒนาด้านการเรียนการสอน ผลสัมฤทธิ์ของการเรียน ส่วนมากสถานศึกษา จะตั้งอยู่บนพื้นที่สูง นักเรียนส่วนมากจะเป็นชาวไทยภูเขาหลายชนเผ่า จึงทำให้เกิดปัญหาด้านภาษา และวิถีชีวิตวัฒนธรรม ที่ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่แต่ละแห่งด้วย

การจัดค่ายอาสาพัฒนาครั้งนี้ นาย   เอกพงษ์ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์คือ ต้องการพัฒนาบุคลากรผ่านกิจกรรมจิตอาสา ได้สร้างความตระหนักให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งปลูกฝังการทำงานแบบมีส่วนร่วมกิจกรรมครั้งนี้ จึงได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนได้แก่ หน่วยงานต้นสังกัด,อบต,องค์การนิสิต/นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่,มหาวิทยาลัยแม่โจ้,วิทยาลัยเทคโนโลยี   เมโทรเชียงใหม่,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ และผู้มีจิตอาสาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ โดยมีการปรับภูมิทัศน์ ร.ร.ให้ร่มรื่น,สอนคอมพิวเตอร-์์,การ สร้างสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน,สร้างเทคโนโลยีที่ทันสมัย,สอนศิลปะศึกษา,การสอนเสริมวิชาหลักมีภาษาไทย,คณิตศาสตร์,สังคมศึกษา,ภาษาอังกฤษ, วิทยาศาสตร์และการสร้างอาชีพที่นำไปขยายผลต่อนักเรียนในท้องถิ่น

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้น มีทั้งซ่อม,สร้าง, สอน,เสริม,ศิลป์ และเสบียง เพื่อให้การฝึกอบรมต่อไปชุมชนสามารถยืนอยู่บนขาตนเอง ทั้งคุณภาพการเรียนการสอน ที่เป็นกลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์,วิทยาศาสตร์,ภาษาไทย,ภาษาอังกฤษ การปรับปรุงสถานศึกษาให้มีห้องเรียนคุณภาพ,น่ารื่นรมย์,และเปิดคลินิกประกันคุณภาพให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ฝึกทักษะการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์  ผอ.สมศ.ได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า มาจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 2 และอยู่ระหว่างการประเมินคุณภาพภายนอก รอบที่ 3 สถานศึกษาใน จ.เชียงใหม่ ได้รับการประเมินภายนอกรอบ 3 เกือบหมดแล้ว แต่ยังมีสถานศึกษาอีกหลายแห่ง มีผลการประเมินคุณภาพภายนอก ที่ยังไม่ได้รับรองมาตรฐานจากสมศ.และอยู่ระหว่างการพัฒนาตามข้อเสนอแนะ ร.ร.บ้านปางไม้แดงเป็นอีกสถานศึกษาหนึ่ง ของ จ.เชียงใหม่ ที่ยังต้องพัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของ สมศ.จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้รับการคัดเลือกจาก สมศ.ในการพัฒนาให้สถานศึกษามีคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งทางกายภาพและจัดการเรียนการสอน ให้เป็นต้นแบบแก่สถานศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต 2

ผอ.สมศ.กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จการจัดการศึกษา มุ่งเน้นความสำเร็จของผู้เรียนเป็นดัชนีบ่งชี้สำคัญที่แสดงถึงความก้าวหน้าของประเทศชาติ เพราะการศึกษาคือการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนามนุษย์และสังคม ทำนุบำรุงภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ และวัฒนธรรม ดังนั้นการจัดการศึกษา พัฒนาหลักสูตรตามศักยภาพของพื้นที่ จึงควรมุ่งเน้นให้เกิดผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะทางอาชีพ พัฒนากระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ให้เกิดในตัวเด็ก ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างเสริมทัศนคติในการเป็นพลเมืองดีของประเทศ

นางมะลิ พงศ์พันธ์ไพบูลย์ ผอ.ร.ร.บ้านปางไม้แดง เผยว่า โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนจำนวน 154 คน เป็นชาวไทยภูเขาชนเผาลีซู(ไทยใหญ่) และอาข่า 12 %,นอกนั้นเป็นชาวไทยพื้นราบ มีครู 15 คน และนายสมมิตร หน่อคำ นายก อบต. บ้านช้าง ได้จ้างครูช่วยสอนเพิ่มอีก 3 คน เมื่อคณะกรรมการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพการศึกษาจากภายนอก เข้ามาตรวจประเมินรอบที่ 2-3 ไม่ผ่าน สาเหตุหลักคือผลสัมฤทธิ์ด้านวิชาการหรือการเรียนการสอน ตามมาตรฐานที่ 5 ผลสอบ O-NET ไม่ผ่านเกณฑ์ตามค่าน้ำหนัก ต้องผ่าน 20% ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ แต่เดิมได้เพียง3% แต่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาและแก้ไขมาอยู่ที่ 8% แล้ว

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางไม้แดง กล่าวต่อว่า ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ ความบกพร่องทางการเรียนรู้ของนักเรียน มีถึง 32 % สาเหตุเพราะ มีการสมรสในกลุ่มเครือญาติเดียวกัน ทำให้บุตรหลานที่เกิดมา วุฒิภาวะในการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา จึงบกพร่องตามไปด้วย,ความยากจนของประชาชน และภาษาประจำชนเผ่า ซึ่งนักเรียนบางคนพูดภาษาไทยไม่ได้เลย โรงเรียนต้องเริ่มต้นสอนภาษาไทยตั้งแต่พื้นฐาน จน อ่านออกเขียนได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร จึงทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำดังกล่าว แต่คาดว่าหลังจากที่ สมศ.มาจัดค่ายอาสาพัฒนาสถานศึกษาครั้งนี้ ร.ร.คงได้รับเทคนิควิธีการสอนใหม่ มีการพัฒนาสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น.