หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

เสวนาเรื่อง” ทิศทางการดำเนินงานกองทุนฯกยศ.และกรอ.”

Author by 6/08/12No Comments »

 เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2555 เวลา 13.00-15.30 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมลานนาพาเลซ เชียงใหม่ สำนักประชาสัมพันธ์เขต3(สปข.3)โดยนายประวิน พัฒนะพงษ์ ผอ.สปข.3 เป็นประธานเปิดเสวนาเรื่อง” ทิศทางการดำเนินงานกองทุนฯกยศ.และกรอ.”มีผู้เข้าร่วมเสวนา ดร.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ รองผจก.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา,นายบุญชัย ศศิวงศ์ ผอ.ฝ่ายอาวุโสฯโครงการภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย                  

นอกจากนี้มี นายสมเกียรติ สังข์วรรณะ ผช.ผจก.ส่วน ฝ่ายนโยบายรัฐ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ นส.นฤมล มั่นวงศ์วิโรจน์ นัก ปชส.ชำนาญการ สำนัก ปชส.เขต 3 ดำเนินรายการ ผู้เข้าร่วมเสวนา เป็นเครือข่ายปชส.,ผู้จัดรายการสถานีวิทยุ-โทรทัศน์,ประชาสัมพันธ์จังหวัด และสื่อมวลชนท้องถิ่น 8 จังหวัดภาคเหนือ  80 คน เพื่อ ปชส.บทบาทหน้าที่ ภารกิจ ข้อมูลข่าวสารกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)และ กองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)

หลังจากพิธีเปิดแล้วได้เริ่มดำเนินการเสวนาโดย นส.นฤมล มั่นวงศ์วิโรจน์ได้ถามถึงแนวทางให้กู้ยืม มีวัตถุประสงค์อย่างไร ดร.ฑิตติมาฯ กล่าวว่า ต้องการช่วยเหลือนร./นศ. ตั้งแต่ระดับม.ปลาย,อาชีวศึกษา จนถึงป.ตรี ที่มาจากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ มีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และ ปีการศึกษา 2555 ครม.มีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินโครงการเงินกู้ เพื่อการศึกษา ที่ผูกกับรายได้ในอนาคตหรือ กรอ.โดยให้ดำเนินการกองทุน กรอ.ควบคู่กับกองทุน กยศ.เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ นร./นศ. และนำไปสู่การกู้ยืมเงิน เพื่อการศึกษาที่มีเอกภาพเพียงระบบเดียว ภายใต้การดำเนินงานของ สนง.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ทั้งนี้ได้เล็งเห็นว่าทั้งสองกองทุน มีข้อดีและให้โอกาสแก่เยาวชนเหมือนกัน  แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ กองทุน กรอ. เน้นให้การสนับสนุนนักศึกษาเลือกเรียนต่อ สาขาวิชาที่ตลาดแรงงานมีความต้องการ มีความชัดเจนการผลิตกำลังคน ส่วนกองทุน กยศ.เน้นช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ยากจน ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์และอิงรายได้ของ  ครอบครัว

สำหรับขอบเขตการให้กู้ยืมเงิน มีกำหนดเพดานเท่าใด ดร.ฑิตติมา กล่าวว่า ระดับมัธยมปลาย ปีละ 27,200 บาท,ระดับ ปวช.ปีละ 47,400 บาท,ระดับ ปวท./ปวส.สาขาพณิชยกรรมหรือบริหารธุรกิจฯ ปีละ 51,400 บาท,สาขาช่างอุตสาหกรรม ปีละ 56,400 บาท,ระดับอนุปริญญา/ปริญญาตรี สาขาสังคมศาสตร์,ศิลปศาสตร์,มนุษย์ศาสตร์,ศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ขาดแคลน และเป็นความต้องการตลาดแรงงาน ปีละ 86,400 บาท,

สาขาอื่นๆ ที่เป็นผู้กู้ยืมรายเก่าปีละ 76,400 บาท,สาขาศิลปกรรม/สถาปัตยกรรม ปีละ 96,400 บาท,สาขาวิศวกรรมศาสตร์,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปีละ 96,400 บาท,สาขาเกษตรศาสตร์ปีละ 96,400 บาท,สาขาสาธารณสุขศาสตร์,พยาบาลศาสตร์,เภสัชศาสตร์ ปีละ 116,400บาท และสาขาแพทยศาสตร์,สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ ปีละ 226,400 บาท

สำหรับเงื่อนไขการชำระหนี้ นายบุญชัย ศศิวงศ์ และ นายสมเกียรติ สังข์วรรณะ ร่วมกันชี้แจงว่า เมื่อ นร/นศ.สำเร็จการศึกษา กองทุน กยศ. มีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ส่วน กรอ.นั้น หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ชำระเงินคืนได้ทันทีตามที่กองทุนกำหนด ส่วนจะเป็นอัตราที่เท่าใด ระหว่างนี้ธนาคารกำลังพิจารณา นอกจากนี้หน้าที่ของผู้กู้เงิน ควรแจ้งเงินรายได้เดือนมีนาคมทุกปี หากไม่แจ้งถือว่าผู้มีรายได้ ถึงเกณฑ์ต้องชำระเงินคืน  กองทุน กยศ. ผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ก.ค.ของทุกปี หรือจะชำระเป็นรายเดือนควรแจ้งให้ธนาคารทราบ เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ตรงกัน

ธนาคารมีวิธีรณรงค์ชำระหนี้กองทุน มีผลการดำเนินงานอย่างไร นายบุญชัย กล่าวว่าได้ร่วมกับกองทุน กยศ.และ บมจ.ธนาคารกรุงไทย จัดโครงการ”พี่เพื่อน้อง”เป็นการตอบแทนรุ่นพี่ผู้กู้ยืม กยศ.และ กรอ.ที่มาติดต่อชำระเงินคืน เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้รุ่นน้องโดยมีสิทธิ์ลุ้นของรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 บาท ส่วนมากเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค,โทรศัพท์มือถือ,กล้องถ่ายรูป,กล้องวิดีโอ,เครื่องแปลภาษา,นาฬิกาข้อมือโดยกำหนดติดต่อชำระเงินคืนกองทุน วันที่ 25 พ.ค.-25 มิ.ย.2555 ผลการดำเนินงานปรากฏว่า มียอดชำระ 80,000 กว่าคนยอดเงินคืนกองทุน 3,800 กว่าล้านบาท

สุดท้ายก่อนการจบเสวนา ดร.ฑิตติมาฯ ขอให้นักเรียน/นักศึกษา ที่กู้ยืมเงินเมื่อจบการศึกษาแล้วให้ใช้เงินกองทุนให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษามากที่สุด เมื่อจบการศึกษาแล้วจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และอย่าลืมชำระหนี้คืนกองทุน ตามกำหนดเพื่อเป็นเงินหมุนเวียนให้นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับโอกาสทางการศึกษา จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเสวนา ซักถามประเด็นสำคัญๆเกี่ยวกับกองทุนทั้งสองประเภท จนถึงเวลา15.30น.จึงสิ้นสุดการเสวนา.