หน้าหลัก » ข่าวการศึกษา

ไบโอแก๊สจากฟาร์มไก่สำเร็จเกินเป้า

Author by 20/06/14No Comments »

ภาพประกอบบทความ           ณ ห้อง MR218 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค   กรุงเทพ มหานคร  เมื่อวันที่ 5 มิ..57 นายสิทธิโชติ วันทวิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน เป็นประธานกล่าวแถลงผลความสำเร็จการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1″ โดยมี รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวรายงาน และผู้ร่วมงานจากกระทรวงพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ประกอบการฟาร์มไก่ทั่วประเทศ ร่วมเป็นเกียรติในงาน  

            ภายหลังการแถลงผลการดำเนินงาน ได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ  ในฐานะ “ผู้ประกอบกิจการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการผลิตพลังงานทดแทนจากก๊าซชีวภาพและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม” และการเสวนาในหัวข้อ “ทำไม ฟาร์มเลี้ยงไก่ จึงต้องทำระบบ BIOGAS” โดยวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความสำเร็จในการทำระบบก๊าซชีวภาพ  อาทิ นายประยุทธ ศรีวิโรจน์ จาก บริษัท เอสเอฟขอนแก่น จำกัด  นายโกญจนาท ศรมยุรา จากบริษัท เคซีเอฟ พลังงานสีเขียว จำกัด นายวัฒนา ยะประโคน จากโคราชไข่ไก่ฟาร์ม โดยมี ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี เป็นพิธีกรในการเสวนา

พร้อมกันนี้ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือด้านวิชาการ   และการพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมระบบก๊าซชีวภาพ (MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ บริษัท Alensys Engineering GmbH ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีด้วย

นายสิทธิโชติ วันทวิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน   ร่วมกับ ม.เชียงใหม่  โชว์ผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการส่งเสริมผลิตก๊าซชีวภาพจากฟาร์มเลี้ยงไก่ระยะที่ 1 โดยจากการสำรวจศักยภาพของฟาร์มเลี้ยงไก่ทั่วประเทศพบว่า มีจำนวนไก่เนื้อและไก่ไข่ที่เลี้ยงอยู่ในฟาร์มถึงประมาณ  300 ล้านตัว ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพได้ไม่น้อยกว่า  880 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หากนำก๊าซชีวภาพจำนวนดังกล่าวไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า จะสามารถผลิตพลังงานทดแทนในรูปกระแสไฟฟ้าได้ถึง  1,995 ล้านหน่วยต่อปี  เทียบเท่าโรงงานผลิตไฟฟ้า ขนาด 580 เมกกะวัตต์

ดังนั้น กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จึงได้สนับสนุน สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันพลังงาน มช.) ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1 ขึ้นระหว่างปี 2553- 2557 โดยมีผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงไก่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น จำนวน 15 แห่งคิดเป็นปริมาตรระบบรวม 78,750 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น ผู้ประกอบการขนาดใหญ่  จำนวน 5 แห่ง คิดเป็นจำนวนไก่ 4,594,328 ตัว ผู้ประกอบการขนาดกลาง  จำนวน 4 แห่ง คิดเป็นจำนวนไก่ 1,180,000 ตัว  ผู้ประกอบการขนาดเล็ก จำนวน 6 แห่ง คิดเป็นจำนวนไก่ 268,000 ตัว สามารถบำบัดของเสียจากกิจกรรมการเลี้ยงไก่จำนวน 6,042,328 ตัว จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5,000,000 ตัว เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,042,328 ตัว และผลิตก๊าซชีวภาพได้ไม่น้อยกว่า 9.97 ล้าน ลบ.ม./ปี เทียบเท่าความสามารถในการผลิตพลังงานทดแทนได้ไม่น้อยกว่า 1.2 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ/ปี และยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า67,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี

ด้าน รศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ผลดำเนินงานที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างดีมีผู้ประกอบการฟาร์มไก่ให้ความสนใจในการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุน

สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กยังให้ความสนใจค่อนข้างน้อยเนื่องจากมีข้อจำกัดในการลงทุน แต่จากการประเมินการตอบรับและความสนใจของผู้ประกอบการจำนวนมาก ยังให้ความสนใจและต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ  เนื่องจากระบบก๊าซชีวภาพสามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจควบคู่ไปกับการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเห็นผลจริง และให้ประโยชน์ในการช่วยลดมลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

ดังนั้นในปีงบประมาณ 2557-2559 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จึงได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมสถาบันพลังงาน มช. ต่อเนื่องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 2  เพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจในการผลิตพลังงานทดแทนจากมูลไก่ด้วยการสนับสนุนด้านวิศวกรรมและการลงทุนบางส่วนแก่ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเป็นจำนวนไก่ไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัว  แบ่งเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบที่เข้าร่วมโครงการฯ ขนาดเล็ก ไม่เกิน 240,000ตัว/แห่ง ประมาณ 2.5 ล้านตัว ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ขนาดกลาง 240,001-360,000 ตัว/แห่งประมาณ 1.5 ล้านตัว และ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ขนาดใหญ่ มากกว่า 360,000 ตัว/แห่ง ประมาณ 1 ล้านตัว

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กให้สามารถเข้าร่วมโครงการฯได้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการประยุกต์และพัฒนาการใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพในรูปแบบต่างๆ  ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนในภาคปศุสัตว์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหลากหลายรูปแบบ เช่น การผลิต CBG เป็นต้น รวมถึงการช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการผลิตใช้พลังงานทดแทนภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการลดภาวะโลกร้อน และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน.

งานประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่