หน้าหลัก » ข่าวการเมือง

นครเชียงใหม่……..ชวนปั่นจักรยานแอ่วเมืองเก่า

Author by 25/04/15No Comments »

รูป 3      จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ เป็นแหล่งอารยธธรรมล้านนาที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัดวาอารามที่มีความสวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเขตเมืองเก่า ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกที่สมบูรณ์ อาทิเช่น การคมนาคมขนส่ง โครงข่ายการสื่อสาร

นอกจากนี้ยังมีสินค้าหัตถกรรม สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้านในพื้นที่อีกมากมาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามา จ.เชียงใหม่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว ทำรายได้เข้าสู่จังหวัดแต่ละปีเป็นเงินมหาศาล

เทศบาลนครเชียงใหม่ ภายใต้การนำของนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีฯ นายสรวมชัย มีสมศักดิ์ ปลัดเทศบาลฯ และคณะ พยายามปรับปรุงกลยุทธ์การท่องเที่ยวให้เป็นทางเลือกใหม่ ในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว จากการเดินทางโดยรถยนต์ ให้มีทางเลือกใหม่โดยเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยาน เป็นการส่งเสริมขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพควบคู่กับการพัฒนาระบบสัญจรทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้จักรยานยังส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะการปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกาย เอื้อต่อการปรับจิตใจให้ได้รับรายละเอียดและสุนทรียภาพทางธรรมชาติ และทางประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่

ดังนั้นการแข่งขันในเรื่องการท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เทศบาลนครเชียงใหม่ให้การสนับสนุน จึงได้มีแนวคิดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลฯ ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน และสอดคล้องกับนโยบายที่เทศบาลพยายามผลักดันให้เกิดการขนส่งอย่างยั่งยืน และเป็นศูนย์กลางการเดินทางแบบไร้เครื่องยนต์ จึงได้จัดโครงการ “ปั่นจักรยานแอ่วเมืองเก่า” ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ รักษ์สิ่งแวดล้อมในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่  โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ อย่างเต็มที่อีกด้วย

ทั้งนี้ได้กำหนดจัดตั้งสถานีบริการจักรยานสาธารณะ จำนวน 16 สถานี เป็นจุดเช่าและคืนจักรยาน (สามารถเช่าจักรยานจากสถานีหนึ่งไปคืนอีกสถานีหนึ่งได้) ดังนี้คือ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, สำนักงานการท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงใหม่, ประตูท่าแพ, โรงเรียนศรีธนาพณิชยการฯ, ประตูเชียงใหม่,ถนนห้วยแก้ว, พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา, สวนสาธารณะหนองบวกหาด, สวนเจ็ดลิน, ริมแม่น้ำปิง, สวนสาธารณะรถไฟ, แยกรินคำ, หอประชุม มช., หน้าโรงพยาบาลแมคคอร์มิค, กาแฟวาวี (กาดหลวง) และร้านโครงการหลวง โดยเปิดให้บริการภายในเดือนเม.ย. 2558 จำนวน 5 จุด  เดือนมิ.ย. 2558 จะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 5 จุด และเดือนก.ค. 2558 เพิ่มอีกจำนวน 6 จุด พร้อมทั้งแผนที่เส้นทางท่องเที่ยวโดยจักรยาน ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว แบ่ง 3 เส้นทางดังนี้

เส้นทางที่ 1 เส้นทางเขตเมืองเก่า เส้นทางที่ 2 เส้นทางสายตะวันตก และเส้นทางที่ 3 เส้นทางสายตะวันออก และเพิ่มจุดจอดจักรยานสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ จำนวน 11 จุด ได้แก่ วัดเชียงมั่น, อนุสาวรีย์สามกษัตริย์, หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่, หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่,พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา, ศาลา ธนารักษ์, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, สวนสาธารณะหนองบวกหาด, วัดศรีสุพรรณ และชุมชนทำเครื่องเงิน วัวลาย

นอกจากนี้ยังได้กำหนดพื้นที่และตีเส้นทางจักรยานบนทางสัญจรร่วม ตามประกาศเจ้าพนักงานจราจร จ.เชียงใหม่ เรื่องกำหนดช่องหรือทางเดินรถจักรยานบนถนนบางสายในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้กำหนดพื้นที่บางแห่งเป็นแนวทางร่วมระหว่างจักรยานและพาหนะชนิดอื่น ในเบื้องต้นเทศบาลฯ ได้ดำเนินการตีเส้นผิวจราจรแล้วบางสาย เช่นถนนราชวิถี ถนนพระปกเกล้า และถนนราชดำเนิน

“กรณีมีการจอดรถทับเส้นทางจักร ยาน เทศบาลได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับทราบโดยทั่วไป เพื่อไม่ให้มีการนำพาหนะทุกประเภทมาจอดทับบนเส้นทางจักรยาน มีการปรับปรุงทางเท้าที่เอื้อประโยชน์กับการปั่นจักรยาน รื้อย้ายสิ่งกีดขวางต่างๆ และจัดทำทางลาดเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มผู้พิการ” นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าว

ในระยะแรก โครงการ “ปั่นจักรยานแอ่วเมืองเก่า”"ได้ดำเนินการทดลองเส้นทางที่ 1 เส้นทางเขตเมืองเก่า โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้สนใจยืมจักรยานปั่นแอ่วเมืองเก่า โครงการนี้มีเป้าหมายจะนำรถจักรยานมาให้บริการเต็มโครงการจำนวน 150 คัน จะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจการใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จะต้องมีการประเมินผลต่อไป เพื่อให้โครงการ “ปั่นจักรยานแอ่วเมืองเก่า”สัมฤทธิ์ผลตามตามเป้าหมาย สนองตอบนโยบายของรัฐบาลสืบไป นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวในที่สุด.