หน้าหลัก » ข่าวการเมือง

ปิดตำนาน อดีต ส.ส. หนานหล้า คนดังเมืองลำพูนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด

Author by 16/06/14No Comments »

หนานหล้า       ปิดฉากชีวิตตำนาน ..ฝีปากกล้าเมืองลำพูนหนานหล้าสมาน  ชมภูเทพ  อดีต ..ลำพูน 7 สมัย และอดีตนายกบจ.ลำพูน 1 สมัย  ด้วยโรคมะเร็งปอด คร่าชีวิตขณะในวัย 71 ปี หลังเข้ารักษาอาการป่วยที่ รพ.ลำพูน   ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศล ที่ศาลาศรีจำปาวัดพระธาตุหริภุญชัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 มิ.ย.57 ดร.สมานฉันท์ ชมภูเทพ หรือชื่อเดิม สมาน ชมภูเทพ ตำแหน่งหลังสุด อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ. ลำพูน หลายพรรคทั้ง พรรคกิจสังคม พรรคชาติพัฒนา พรรคเอกภาพ และพรรคประชาธิปัตย์  เป็นที่รู้จักในวงการเมืองนาม “หนานหล้า” ได้ถึงแก่กรรม ด้วยโรคมะเร็งปอด ที่ห้องไอซียู.รพ.ลำพูน ด้วยวัย 71 ปี หลังจากที่ต้องเข้าออก รักษาอาการป่วย มาเป็นเวลานานร่วม 2  ปี โดยมีการเคลื่อนย้ายศพออกจาก รพ. ลำพูน ในเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.57  จาก นั้นญาติจัดพิธีรดน้ำศพหลวงพระราชทานฯและตั้งศพบำเพ็ญกุศล ที่ศาลาศรีจำปา  วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร นายสมานฉันท์ “หนานหล้า” ได้ชื่อว่าเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่บนถนนการเมืองมานานร่วม 40 ปี  โดยได้รับการเลือกตั้งให้เป็นส.ส.ลำพูน

มากถึง 7 สมัย และนายก อบจ.ลำพูนอีก 1 สมัย

ขณะอยู่บนถนนการเมือง นายสมานฉันท์ “หนานหล้า” มีกลยุทธ์ ทางการเมืองที่ไม่เหมือน และไม่ซ้ำแบบใครทั้งในสภา และนอกสภาฯ อาทิหาบหอมกระเทียม และลำไยเข้าสู่สภา,นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีเทคนิค ในการหาเสียงที่ไม่เหมือนใคร และคู่แข่งคาดไม่ถึง เป็นส.ส.ลำพูน สมัยแรกด้วยวัยอายุเพียง 25 ปี (เมื่อปีพ.ศ. 2518)  นายสมานฉันท์ “หนานหล้า” ได้รับการขนานนามว่าเป็น ส.ส.แมวเก้าชีวิตที่มีทั้งสมัยรุ่งเรือง และตกอับ ถูกมรสุมทางการเมืองเล่นงาน จนกระทั่งถูกตัดสิทธิ ในการลงรับสมัครเลือกตั้ง อยู่ 1 ครั้ง และสอบตกจากส.ส.ก็หลายสมัย

สำหรับประวัติโดยสังเขปของ นายสมานฉันท์ “หนานหล้า” ชมภูเทพ   เกิดเมื่อ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2486 ที่ ต.ป่าป๋วย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นบุตรของ นายทา นางคำมูล ชมภูเทพ สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาเอก สาขาการบริหารองค์การภาครัฐและเอกชน จากวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

นายสมานฉันท์ ชมภูเทพ แต่งงานกับ รศ.ดร.สวลีย์ นิติธรรม  มีบุตรชาย-หญิง  2 คน จบการศึกษาจากต่างประเทศทั้ง 2 คน  บุตรคนที่หนานหล้า จะปั้นให้เป็นทายาททางการเมืองสืบต่อจากตนเอง คือ นายณัฐกานต์ ชมภูเทพ ผู้สมัครส.ส.ลำพูน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้ง เมื่อปีพ.ศ. 2550 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ก็ยังได้คะแนนเสียงมากกว่า 70,000 คะแนน

นายสมานฉันท์ ชมภูเทพ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ลำพูน 7 สมัย ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2518 สังกัดพรรคกิจสังคม ( สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช) เป็นหัวหน้าพรรค และได้รับเลือกตั้งติดต่อกันรวม 4 สมัย ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นสมัยแรกที่สอบตก ต่อจากนั้นได้รับเลือกตั้งอีก 3 สมัยติดต่อกัน คือ ในปี พ.ศ. 2531 สังกัดพรรคเอกภาพ และการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535 ทั้ง 2 ครั้ง สังกัดพรรคความหวังใหม่ และพรรคชาติพัฒนาตามลำดับ ภายหลังย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ภายหลัง นายสมานฉันท์ “หนานหล้า” ได้หันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายกอบจ. ลำพูน ได้รับเสียงสนับสนุนด้วยคะแนนเสียง จากประชาชนอย่างท่วมท้นถล่มทลาย มากกว่า 100,000 คะแนน  เหนือคู่แข่งพลิกความคาดหมาย โดยได้รับเลือกตั้งให้เป็น นายก อบจ.ลำพูน  เป็นตำแหน่งบนถนนการเมืองครั้งสุดท้ายของชีวิต.