หน้าหลัก » ข่าวการเมือง

ผู้บริหารท้องถิ่น…. ต้องก้าวทันสถานการณ์อยู่เสมอ

Author by 9/05/14No Comments »

อปท     การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ในพื้นที่ .เชียงใหม่ ครั้งล่าสุด  31 แห่ง และการเลือกตั้งเฉพาะสมาชิกสภาเทศบาล อีก 7 แห่ง รวม 38 แห่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เม..2557 จนถึงขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบครบ 1 เดือน (30 วัน) ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ตาม พรบ.เลือกตั้งท้องถิ่น

สำหรับผลการเลือกตั้งก็เป็นที่ทราบกัน อดีตนายกเทศมนตรีหลายสมัย และนายกเทศมนตรีแชมป์เก่า ที่เพิ่งลงจากเก้าอี้หมาดๆ พ่ายแพ้การเลือกตั้งกราวรูด อย่างพลิกความคาดหมาย หักปากกา “เซียนการเมืองท้องถิ่น”ที่วิพากษ์วิจารณ์ และมีการตั้งข้อสังเกตกันต่างๆนานา

โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด ที่ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ที่ครบวาระถึง 5 แห่งพร้อมกัน เริ่มจาก อบต.ตลาดใหญ่ นายณรงค์ ยอดแก้วเรือง นายกเทศมนตรีหลายสมัย ที่ยังเป็น “เต็ง 1″ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ ว่าที่ ร.ต.มนัส กันธะทา อดีตรองนายกฯลูกน้องเก่า ที่ได้แจ้งเกิดสมใจนึก โดยมี ดร.พงศ์ สุภาวสิทธิ์ เป็นยอดกุนซืออยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ถัดมาสนามเลือกตั้งเทศบาลตำบลป่าป้อง นายสมบูรณ์ ริญญา อดีตนายกเทศมนตรีที่ครบวาระเข็มขัดแชมป์หลุด เมื่อปราชัยให้กับ นายธัญญา ภาวะเดช อดีตรองนายกคู่ใจ

ที่เทศบาลตำบลแม่ฮ้อยเงิน ถือเป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ที่พลิกล็อคครั้งยิ่งใหญ่ “นายกจิ๋ม” นายสว่าง ตาแสงร้อย อดีตนายกเทศมนตรี 4 สมัยติดต่อกัน จากการที่ได้รับฉายา “ขวัญใจชาวบ้าน” ตลอดกาล ต้องพบกับการปราชัยครั้งแรกให้กับ นายวศินชัย เตชะ นักการเมืองท้องถิ่นรุ่นหลาน ที่เคยสอบตกจากการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมื่อ 4 ปีก่อน หากเปรียบเปรยเป็นภาษามวย ระดับแชมป์หลายเข็มขัด ค่าตัวหลายแสน พ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้กับนักมวยภูธร ที่กระดูกคนละเบอร์ ชนิดเซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก

สำหรับเทศ บาลตำบลสำราญ ราษฎร์ เป็นอีกสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่พลิกความคาดหมาย เมื่อนายทองอินทร์ จักรแก้ว อดีตนายกเทศมนตรี 3 สมัย ตัดสินใจหันหลังอำลาการเมือง เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ แต่ก็ยังส่ง ธนกร ช่วยค้ำชู อดีตรองนายกฯคู่บารมี ผู้เป็นหลานชาย ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในฐานะหัวหน้า “กลุ่มพัฒนาสำราญราษฎร์”หวังให้เป็น “ทายาทการเมือง”สืบทอดอุดมการณ์ต่อไป ประชาชนในตำบล รวมทั้งบุคคลหลายฝ่าย ต่างเชื่อว่าจะไม่มีใครหาญกล้าลงสมัครแข่งขันเป็น “ก้างขวางคอ”คงจะลงสมัครรับเลือกตั้งคนเดียว แข่งขันกับตัวเอง แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เมื่อนายเกษม ปารมีศิลป์ขจร ดีกรีอดีตประธานสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ถูกเชื้อเชิญจากนายบุญศรี ตันอุด อดีตคู่แข่งคน สำคัญของนายทองอินทร์ จักรแก้ว มาสวมหัวลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ในนามหัวหน้า “กลุ่มพลังใหม่”มีทีมบริหาร รวมทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลพร้อมสรรพ แม้”กลุ่มพัฒนาสำราญราษฎร์”จะชิงความได้เปรียบ ในฐานะคนในท้องถิ่น และเป็นกลุ่มของอดีตนายกฯเก่า แต่ผลการเลือกตั้งกลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ นายกเกษม ปารมีศิลป์ขจร กลับได้รับชัยชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะอาสาเป็น “พระเอกขี่ม้าขาว”   มาพัฒนาท้องถิ่น ต. สำราญราษฎร์ ให้มีความเจริญ ไม่น้อยหน้าตำบลอื่นๆ

ส่วนเทศบาลตำบลแม่คือ นายอุดม อิ่นคำ อดีตนายกเทศมนตรี 4 สมัยติดต่อกัน ลงสมัครเพียงคนเดียวแบบไร้คู่ต่อกร จึงชนะการเลือกตั้ง “แบบนอนมา”เพราะสร้างสมผลงานไว้มากมายเป็นที่ประจักษ์ ทั้งโครงการสร้างอาคารโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่คือ โดยไม่ใช้งบประมาณของเทศบาล ฯลฯ พร้อมหอบหิ้วลูกทีมชนะการเลือกตั้งอีก 11 คน

ในมุมมองของผู้เขียน ที่อยู่ใกล้ชิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่เริ่มแรก เห็นว่าผู้บริหารท้องถิ่นที่จะครองใจประชาชนได้ จะต้องเป็นผู้ที่ทุ่มเท ทั้งสติปัญญา ความคิดริเริ่ม รวมทั้งทรัพย์สิน และเสียสละเวลา ในการมุ่งมั่นพัฒนาในทุกๆด้าน ต้องแสวงหาความรู้ให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ และตื่นตัวตลอดเวลา ในการเสาะแสวงหางบประมาณจากองค์กรระดับจังหวัด หรือส่วนกลาง นำมาพัฒนาท้องถิ่น ก็จะส่งผลให้ก้าวสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการ

ส่วนผู้บริหารท้องถิ่น ที่ทำงาน “แบบเช้าชามเย็นชาม”ไปวันๆ หรือจัดโครงการตามแผนฯ รายปีแค่ งานประเพณียี่เป็ง งานฉลองวันเด็ก หรืองานประเพณีปี๋ใหม่เมือง ใช้จ่ายแต่งบประมาณของเทศบาลที่มีอยู่จำกัด ไม่มีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นใน หมู่บ้าน-ตำบล ในที่สุดจึงเกิดกระแส “เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”โดยประชาชนเป็นผู้พิพากษา เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา จึงต้องน้ำตาตกตามๆกัน.

                             วิชัย ทิพย์รัตน์……รายงาน