หน้าหลัก » ข่าวจังหวัดลำพูน

เลี้ยงอาหารพระราชทานผู้ต้องขังหญิงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

         เลี้ยงผู้ต้องขัง01 เมื่อวันที่ 11 ..59  ที่เรือนจำจังหวัดลำพูน นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปาจารีย์ อ่อนสอาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน และคณะ จัดเลี้ยงอาหารพระราชทานมื้อกลางวันแก่ผู้ต้องขังหญิง ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2559 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อาหารที่จัดเลี้ยง ประกอบด้วย ข้าวเหนียวนึ่ง ลาบหมูคั่ว ต้มส้มไก่ ลำไยสด ไอศกรีม น้ำสมุนไพร น้ำอัดลม นอกจากนี้ยังมีการมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตแก่ผู้ต้องขังหญิงด้วย

          โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน     กล่าวว่า  สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้น้อมเกล้าฯ    รับพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ    ดำเนินโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มาเป็นปีที่ 19 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จึงถือโอกาสนี้ ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด   เหล่ากาชาดจังหวัด แม่บ้านมหาดไทยจังหวัด สมาคม ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัด จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนและผู้ต้องขัง   เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 และจะจัดกิจกรรมอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2559 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา และในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี

ปัจจุบันเรือนจำจังหวัดลำพูน มีผู้ต้องขังชาย จำนวน 2,252 คน หญิง จำนวน 225 คน เด็กติดมารดา 1 คน กักขังชาย 23 คน ตรวจพิสูจน์ 105 คน ภายในเรือนจำจังหวัดลำพูนมีการฝึกอบรมวิชาชีพด้านต่าง ๆ ให้ผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง ผู้ต้องขังชายฝึกอบรมวิชาชีพด้านช่างไม้ ช่างจักสาน และด้านการเกษตร ส่วนผู้ต้องขังหญิงฝึกอบรมวิชาชีพด้านการทำดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าใยบัว การเย็บผ้า การทำขนมเบเกอรี่ การเสริมสวย การนวดแผนไทย การซักรีดเสื้อผ้า เป็นต้น เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถนำความรู้ที่ได้รับในขณะต้องโทษไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ภายหลังการพ้นโทษ.