หน้าหลัก » ข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

แผนแก้ปัญหาไฟป่าสามหมอก

Author by 6/02/16No Comments »

 thainews180               นายพิพัฒน์  เอกภาพันธ์  ผวจ. แม่ฮ่องสอน กล่าวถึงแผนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนประจำปี 2559 ว่า  ในปีที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนเกิดจุดฮอตสปอร์ตขึ้นจำนวน 2,298 ครั้ง มากที่สุดในประเทศไทย คุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน 23 วัน  เครื่องบินโดยสารงดทำการบินรวม 58 เที่ยวบิน มีผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากหมอกควัน 24,580  คน โดยในช่วงฤดูแล้งปี 2559 ตั้งเป้าลดจุดฮอตสปอร์ตจาก 2,298 ครั้ง ให้เหลือ 1,380  ครั้ง ลดลงไปให้ได้จำนวน 919 ครั้ง หรือให้ได้ร้อยละ  40  

โดยใช้แผนการจัดกำลังแบบ Single command  มอบหมายให้นายอำเภอพื้นที่เป็น ผอ.ศูนย์ระดับพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ผอ.ศูนย์ระดับจังหวัด  ในเขตอุทยานให้หัวหน้าหน่วยงานอุทยาน หัวหน้าสวนรุกขชาติ  หัวหน้า สถานีควบคุมไฟป่า หัวหน้าฝ่ายป้องกันรักษาป่า หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำ    หัวหน้าสวนป่า หัวหน้าโครงการพระราชดำริ หัวหน้าพัฒนาเพิ่มความมั่นคง จำนวน  34 หน่วย เป็นหัวหน้า ชุดปฏิบัติการ โดยทางจังหวัดและอำเภอจัดสนธิกำลังจากชุดอาสาป้องกันและดับไฟป่าหมู่บ้าน 10 คน อส. อปพร. ทหาร ตชด. รับผิดชอบ ลดจุดฮอตสปอร์ตจากที่เกิดเฉพาะในเขตอุทยานจำนวน 1,105 ครั้ง ให้เหลือ 663  ครั้ง ส่วนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าจำนวน 16 หน่วย เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ  สนธิกำลังชุดอาสาป้องกันและดับไฟป่าหมู่บ้าน  อส. ทหาร อปพร. และ ตชด. รับผิดชอบลดจุดฮอตสปอร์ตจากที่เคยเกิดในพื้นที่ป่าสงวนจำนวน 1,017ครั้ง ให้เหลือ 610 ครั้ง   และในพื้นที่ทำการเกษตร ให้อยู่ในความรับผิดชอบของนายอำเภอทุกพื้นที่ รับผิดชอบลดจุดฮอตสปอร์ตที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ทำการเกษตรจำนวน 176 ครั้ง ให้เหลือ  105 ครั้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปอีกว่า  การดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ใช้งบจากยุทธศาสตร์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มีการเตรียมเครื่องดับไฟป่า รถยนต์ อุปกรณ์ไว้อย่างครบครันตามสภาพความเป็นจริงของจังหวัด  มียุทธวิธีในการดำเนินการเร่งด่วนที่สุด คือ การทำลายเชื้อเพลิง โดยการชิงเผาในทุกอำเภอตั้งแต่วันที่ 1 – 29  ก.พ.59  จัดชุดปฏิบัติการ อยู่เวรประจำทุกหมู่บ้าน และหย่อมบ้านเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย.59 ซึ่งมีภารกิจ คือ 1. ร่วมกับชาวบ้านทำลายเชื้อเพลิงในลักษณะลงแขกเกี่ยวข้าวในภาคกลาง  2. ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านโดยร่วมคิด ร่วมกิน  ร่วมนอน กับชาวบ้านในการรณรงค์แก้ไขปัญหา   3. จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ประชาชนที่เข้าไปหาของป่า ล่าสัตว์ จะต้องจัดทำประวัติวัน เวลา เข้าป่า และเมื่อออกจากป่าจะต้องมารายงานตัวทุกครั้ง โดยห้ามน้ำไฟแช็ค เลื่อย น้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปในป่าโดยเด็ดขาด

4. จัดทำประกาศการห้ามเผาโดยเด็ดขาดในทุกหมู่บ้านระหว่างวันที่ 1 มี.ค. – 30 เม.ย.  59 หากใครฝ่าฝืนจะบังคับใช้กฎหมายโดยเด็ดขาด และ  5. จัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงให้มากที่สุด

สำหรับมาตรการแก้ไขระยะกลาง วางแผนแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ  สำรวจคัดกรองที่ดินตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 เพื่อทราบขอบเขตของที่ดิน น้อมน้ำพระราชดำริ สร้างป่า สร้างรายได้ เพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ และส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก ทำเชื้อเพลิงชีวภาพ ส่วนมาตรการแก้ไขระยะยาว ให้ความรู้และสร้างความตระหนักกับประชาชน เยาวชน นักศึกษา นักเรียน ให้เข้าใจถึงพิษภัยของการเผาและปัญหาหมอกควัน   สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากใบไม้ และเศษวัสดุเหลือใช้ในการเกษตร  พร้อมประสานกับประเทศเมียนมาในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน.