หน้าหลัก » ข่าวจังหวัดลำปาง, ข่าวต่างจังหวัด

การประดับกระจกจีนและแก้วอังวะ ศิลปะในสถาปัตยกรรมไทย(พม่า) กรณีศึกษาวิหารขนาดเล็กในจังหวัดลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่

Author by 23/06/14No Comments »

0

0-2           (*)อนุสนธิจากหนังสือ กรมศิลปากรที่ วธ ๐๔๐๓/๑๕๙๘  (๙มิย.๒๕๕๗)เรื่องขอบคุณวิทยากร   .ศักดิ์ .รัตนชัย ได้ร่วมเป็นวิทยากรสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ภายใต้หัวข้อ  การประดับกระจกจีนและแก้วอังวะ ศิลปะในสถาปัตยกรรมไทย(พม่า) กรณีศึกษาวิหารขนาดเล็กในจังหวัดลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่ โดยบุคคลในภาพมี นายสมชาย นครพนม จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  กรมศิลปากร นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผอ.ศิลปากร เชียงใหม่ นายศักดิ์  .รัตนชัย ผู้เชี่ยวชาญ สน.ศศว..ราชภัฏลำปาง ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะใจอินทร์  นักวิชาการโบราณคดีประวัติศาสตร์  นายสุวิทย์  ไชยมงคล ผอ.สน.ศิลปากร ๑๓ สงขลา และนางกิริยา ชยะกุล นักวิชาการชำนาญการกรมศิลปากร สัมมนาที่โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗

             (*ข) ทฤษฏีมณีรตฺตํ น่าควรเชื่อ คือข้อนำเสนอ การสัมมนาเรื่องร่องรอยสยามในพม่า ของสยามสมาคมฯวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ รศ.ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ประธานพิธีเปิด บรรยายเรื่องชุมชนเชลยสยามในย่างกุ้ง เรื่องคนไทยตะนาวศรี โดยภูธร ภูมิธน ชุมชนสยามในประเทศพม่า จารึกโบราณระหว่าง พ.ศ.๑๕๙๖-๒๔๐๑ โดย มิกกี้ ฮาร์ท และเรื่องตามรอยบาทยาตราสมเด็จพระมหาเถรเจ้าอุทุมพร  ในพม่า โดยปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ นักวิชาการ อดีต ผอ.ศิลปากร ๗ น่าน

(*ค.) ในภาคเปิดโอกาสให้ ผู้ร่วมสัมมนาร่วมซักถาม ผู้เขียนยกข้อความในเอกสารร่องรอยสยามในพม่า หน้า๕๐-๕๑ เรื่องการขุดเจดีย์ทรงโกศและทรงกลม พบหลักฐานบาตรดินเผาลงรักปิดทองประดับกระจก จุกฝาบาตรเป็นรูปพุ่มบัวตูมแหลมปิดทองประดับกระจก ตั้งบนพาน แว่นฟ้าไม้ประดับกระจกโดยประวัต ในพงศาวดารพม่าสมเด็จพระเจ้าปดุงได้  พระราชทานเพลิง พระศพสมเด็จเจ้าฟ้า  อุทุมพร ณ สุสานล้านช้างและสร้างเจดีย์ครอบไว้..ชวนให้สันนิษฐานว่า อัฏฐิของ ผู้ถูกบรรจุไว้ในบาตรน่าจะเป็นพระภิกษุและพระราชวงศ์ชั้นสูง แม้นไม่มีสิ่งยืนยัน ที่เป็นลายลักษณ์อักษร

(*ง.)ร่องรอยมณิจกฺกํพม่า ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ กับสยามในอมรปุระคือเงื่อนต่อเชื่อมการสัมมนา”การประดับกระจกจีนและแก้วอังวะ”ร่วมข้อมูลหอจดหมายเหตุมรดกบุคคลเครือข่ายวัฒนธรรมภาคเหนือ ร่วมหอจดหมายเหตุแห่งชาติในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๗ ถึงคติชาวพม่าสมัยใต้ร่วมธงจักรภพอังกฤษ เทียบคติขันแก้วทั้งสามชาวไทยเหนือ กับคติบูชามณิรตฺตํ คือประดับกระจกจีนและแก้วอังวะ ในคติรัตนตรัยที่เป็นแก้ว การพบบาตรดินเผาประดับแก้วในสมัยล้ำลึกถึงกรุงศรีอยุธยา จึงเป็นหลักฐานสนุนความน่าเชื่อบาตรอัฐิประดับกระจกตามรอยบาทยาตราสมเด็จพระมหาเถรเจ้าอุทุมพร ในพม่า โดยทฤษฎีของ ปฏิพัฒน พุ่มพงษ์แพทย์ กับคติ มณีรตฺตํ หรือ  มณีจกฺกํ ในบทฮ่ำพื้นเมืองกล่าวถึงคตินิยมของพม่า

(*จ.) บริบทรัตนตรัยบูชาไทยเหนือและพม่า ชาวไทยเหนือถือขันแก้วทั้งสามคือขันส้อหล้อดอกสามขา เป็นเครื่องบูชา     พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ แต่พม่าถือมณิรตฺตํ ถือรัตนคือแก้ว ในคติบูชาสูงส่ง  แบบ พม่า จากบทฮ่ำของพระครูอุตรวงศ์ธาดา(ครูบาปัญญาลิ้นทอง)อดีตเจ้าคณะแขวงนครลำปาง เจ้าอาวาสวัดหมื่นกาศ มรณภาพวัย 68 พ.ศ.2484) แต่งบทฮ่ำสร้างวิหาร   วัดพระธาตุเสด็จ พ.ศ.2481 พรรณนา  ในบทกวีฮ่ำว่า “สีชุ่มด้วยลายคำ มณิกาจกฺกํ   มีผิวพรรณด้วยแก้ว ดอกแหนบหน้าใส่แล้ว ทูนผิ่วสล่าเค้าเป็นผู้ตกดอกดวงใบ เอาอย่างพม่าซอนไทย เอาดอกไทยกูดเกี้ยว  ลายต่องซู่ม่านเงี้ยว เพิ่นทึงเล่าลือชา มาแต่ตะโก้งหงสา อังวะเมืองกว้าง ขอหื้อท่านมาสร้าง  เป็นสล่าติดคำ”(หมายเหตุ ทูนผิ่วเป็นชาวไทยใหญ่ สล่า=นายช่าง ลายคำ=ลายทอง ไทย=ไทยภาคเหนือ ที่เรียกตนเองว่า“คนเมือง”เจ้าของวัฒนธรรมถิ่นลัวะ-ไทย(ออกเสียงอ่านภาษาถิ่นว่าลัวะ-ไต).