หน้าหลัก » ข่าวจังหวัดลำปาง, ข่าวต่างจังหวัด

ร่องรอยมณิจกฺกํพม่า ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ กับเรื่องสยามในอมรปุระ

Author by 30/06/14No Comments »

0

0           (*)อนุสนธิจากหนังสือกรม ศิลปากรที่ วธ ๐๔๐๓/๑๕๙๘ ( มิ.. ๒๕๕๗) เรื่องขอบคุณวิทยากร .ศักดิ์ .รัตนชัย ได้ร่วมเป็นวิทยากรสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ภายใต้หัวข้อ  การประดับกระจกจีนและแก้วอังวะ ศิลปะในสถาปัตยกรรมไทย(พม่า)กรณีศึกษาวิหารขนาดเล็กในจังหวัดลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่ สัมมนาที่โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗

            (*ข) ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๗ มิ.ย.2557 หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้ส่งคณะทำงานสืบสานมรดกหอจดหมายเหตุมรดกบุคคลเครือข่ายวัฒนธรรมภาคเหนือเก็บข้อมูลมรดกจดหมายเหตุ ประการแรกคือผลเชื่อมโยงทางคติตำนานรัตนตรัยบูชา   ในคติบูชาแก้วทั้งสามแบบไทยเหนือ กับคติ รัตนไตรบูชาด้วยแก้วแบบพม่าโดยมอบต้นฉบับพับสาตำราพิธีกรรม อัตชีวประวัติบทกวีฮ่ำ    ครูบาปัญญาลิ้นทอง(พระครูอุตรวงศาธาดาอดีตเจ้าคณะแขวงนครลำปาง เจ้าอาวาสวัดหมื่นกาด มรณภาพอายุ 68 ปี ใน พ.ศ.2484 โดยชีวิต 4 รัชกาลแผ่นดิน สมัย ร.๕-๘) เป็นพับสา   รวม 130 หน้า ที่มีทั้งประวัติเรื่องราวของ     ชาวลำปาง คาถาคู่มือพิธีกรรม ที่มีทั้งบทกวีฮ่ำอันเป็นลำนำอัตตลักษณ์ของชาวลำปาง    โดยเฉพาะมีบทเกี่ยวกับเรื่องแก้ว

(*ค/ภาพชุดซ้ายบน) ร่องรอย มณิจกฺกํ พม่า ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่กับเรื่องสยามในอมรปุระ ที่เหลือในบทกวีเรื่องแก้ว ของครูบาปัญญาลิ้นทองนครลำปางบท    “สีชุ่มด้วยลายคำ มณิกาจกฺกํ มีผิวพรรณ    ด้วยแก้ว ดอกแหนบหน้าใส่แล้ว ทูนผิ่วสล่าเค้าเป็นผู้ตกดอกดวงใบ เอาอย่างพม่าซอนไทย        เอาดอกไทยกูดเกี้ยว ลายต่องซู่ม่านเงี้ยว   เพิ่นทึงเล่าลือชา มาแต่ตะโก้งหงสา อังวะเมืองกว้าง ขอหื้อท่านมาสร้างเป็นสล่าติดคำ”

จากกวีบทนี้ช่วยให้มองเปรียบเทียบน่าเชื่อได้ว่า รายงานท่านปฏิพัฒน พุ่มพงษ์แพทย์ แห่งการตามรอยบาทเจ้าฟ้า อุทุมพรของสยามสถาปัตย์สมาคม เรื่องสยามในพม่า สู่เรื่องทรงสถูปกู่น่าสนใจต่อไปนี้

(* ง/ภาพสถูปและคณะ หจห.ชุดขวาบน) ในวันที่คณะหอจดหมายเหตุแห่งชาติ       ได้ร่วมถ่ายรูป ณ คัทเอ้าท์ผังเมืองโบราณ       เขลางค์นคร และโบราณสถานข้างเคียง           มีโบราณสถานทรงสถูปวัดป่าพร้าว พร้อมรายงานสำรวจโบราณสถานร้างในเขตเนิน     ข่วงเมงในค่าย มทบ.32 ที่มีหนังสือจาก มทบ.32 ขอเบิกตัว อ.ศักดิ์ ส.รัตนชัย บุคลากรในสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เข้าไปสำรวจเขตหวงห้ามกระทรวงกลาโหม ในปี 2555 ที่มีนโยบาย   เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้มีการประสานโครงการกับสำนักศิลปากร 7 น่านมาสำรวจโบราณสถานพบใหม่ ณ อาคารเรือนรับรองสมัยสงครามอินโดจีนในค่าย ณ เนินสูงหลังอาคารหลังนี้ มีฐานสถูปร้างที่มีต้นไม้ใหญ่แทรก  ทำลายองค์สถูปคู่ข้อมูลสำรวจของสมาคมเพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรม(สรสว.)  ประจำนครลำปาง องค์สถูปดั้งเดิมพ้องลักษณะวัดป่าพร้าวร้าง

(*จ./ภาพชุดล่าง) ณ ห้องอุโมงค์ ใต้ดินอาคารพิพิธภัณฑ์เรือนรับรองสมัยสงคราม ใน ค่าย มทย.7 เป็นห้องชุดจำลองภาพประวัติศาสตร์สงครามยุทธเวลาใต้ฟ้านครลำปาง จากหนังสือคู่มือประวัติศาสตร์ศึกษายุทธเวหาลำปาง(ปศส.)อันเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ในทะเบียนหอจดหมายเหตุแห่งชาติ วีรกรรมทหารอากาศไทยกับ   เครื่องบินล่าขับไล่ ล้าสมัย 5 เครื่อง ในวีรกรรมสู้ฝูงบินข้าศึกทรงพลังทันสมัย         ที่เหนือกว่า จำนวน 21 เครื่อง ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2487 สมัยโลกแบ่งแยกคู่สงครามกลุ่มประเทศอักษะ คือเยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น ไทย      ฝ่ายสัมพันธมิตร ABCD คืออเมริกัน อังกฤษ จีน และกลุ่มประเทศดัทช์.