หน้าหลัก » ข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ข่าวต่างจังหวัด

เผยการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนปี 58

Author by 6/01/16No Comments »

 กองมู               นายสบธนา อั๋นประเสริฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน เผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ปี 2548  ที่ผ่านมาพบว่า  มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น  ในอัตราร้อยละ 5.96 เป็นผลจากการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดปี  ส่งผลให้ดึงนักท่องเที่ยวมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างต่อเนื่อง

เริ่มตั้งแต่การจัดงานประเพณีปอยส่างลอง  เมื่อวันที่ 4-6  เมษายน 2548, งานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด ในวันที่ 14-26  ตุลาคม, คาราวานนับโค้งถนนจากเชียงใหม่สู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน 1,864 โค้ง,งานฟื้นฟูประวัติศาสตร์แม่ฮ่องสอน   วันที่ 5-6  พฤศจิกายน, งานท้องถิ่น แดนสวรรค์ 10 วันแห่งความสุข, งานเทศกาลทุ่งดอกบัวตองและงานเคานต์ดาว์นปีใหม่ที่ อ.ปาย  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้เติบโตเพิ่มขึ้น

โดยเป็นการเติบโตของผู้เยี่ยมเยือนคนไทยอยู่ที่ ร้อยละ 14.76    ขณะที่ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างประเทศมีอัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 3.73  ทั้งนี้เกิดจากการที่บริษัทธุรกิจนำเที่ยวเปลี่ยนโปรแกรมการท่องเที่ยวไปจังหวัดเชียงรายแทน เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวซ้ำที่มีสินค้าใกล้เคียงอย่างกะเหรี่ยงคอยาว  อีกทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น กอปรกับภาวะน้ำท่วมในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน  ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยว   ทำให้การเดินทางเข้าแม่ฮ่องสอนลดลงในอัตราร้อยละ 3.73

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน  พบว่า  ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอิสราเอลมากที่สุด  รองลงมาคือ อเมริกา  เบลเยี่ยม    ฝรั่งเศส และอังกฤษที่นิยมเดินทางมาแบบ F.I.T  และไปพักค้างแรมที่อำเภอปาย  โดยใช้รถส่วนตัวเป็นพาหนะในการเดินทางเป็นอันดับแรก  รองลงมาคือรถโดยสารประจำทางและเครื่องบิน ตามลำดับ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมคือหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว, วัดพระธาตุดอยกองมู, แม่น้ำปาย  และอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ

ในการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยในจังหวัดประมาณ  2 .56 วัน  เพิ่มขึ้นจากเดิม   และจากจำนวนของนักท่องเที่ยว  คืนพัก และการใช้จ่ายแต่ละวันประมาณ 1,833.58 บาท   เมื่อนำมาคำนวณหารายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1,495.24  ล้านบาท  ส่วนนักทัศนาจรมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันประมาณ 1,082.08 บาท   ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในแหล่ง  ท่องเที่ยวรวมเป็นเงิน 10.98 ล้านบาท  เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในจังหวัด โดยไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างจังหวัดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,506.22 ล้านบาท

ด้านสถานการณ์การพักแรม  พบว่า จำนวนห้องพักมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นจากจำนวน 2,571 ห้อง เป็น 2,717 ห้อง คิดเป็นอัตราการเพิ่มเท่ากับร้อยละ 5.68  ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่  22.08 ลดลงจากเดิม  เนื่องจากสัดส่วนห้องพักเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยในสถานพักแรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ 1.44 วัน.