หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

คณะอนุกรรมการสิทธิฯ เยี่ยมผู้ต้องขังชาวทุ่งป่าคา คดีมีไม้ไว้ในครอบครอง

Author by 23/04/16No Comments »

      1          คณะอนุ กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติเดินทางเยี่ยม ผู้ต้องขังชาวบ้านทุ่งป่าคา ที่ถูกดำเนินคดีข้อหา มีไม้หวงห้ามในครอบครอง พร้อมติดตามความเป็นอยู่ ของครอบครัวผู้ต้องขัง เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือ พร้อมเตรียมทำเรื่องขออภัยโทษ

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.59 ที่เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิสถานะกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองพร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังเรือนจำอำเภอแม่สะเรียง เพื่อเยี่ยมชาวบ้านทุ่งป่าคา 15 คน ซึ่งถูกจองจำมาแล้วกว่า 1 ปี ในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง เพื่อสอบถาม และติดตามข้อมูล โดยชาวบ้านทั้ง 15 คน ต่างหวั่นวิตกว่า จะไม่มีใครดูแลช่วยเหลือ ในการส่งเสียดูแลบุตรธิดาที่กำลังศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้ศึกษาต่อ เพราะผู้ต้องหาที่ถูกจำคุกส่วนใหญ่ เป็นผู้นำครอบครัว ทั้ง 15 คน ซึ่งเหลือต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำนวน 5 คน,  2 ปี จำนวน 5 คน,  2 ปี 6 เดือน จำนวน 1 คน,  3 ปี จำนวน 1 คน,  3 ปี 5 เดือน จำนวน 1 คน,  5 ปี 6 เดือน จำนวน 1 คน และ 6 ปี จำนวน 1 คน ซึ่ง ศาลแม่สะเรียงพิพากษาจำคุก โดยราษฎรบ้านทุ่งป่าคา ถูกดำเนินคดีข้อหา ครอบครองไม้ผิดกฎหมาย เมื่อ วันที่ 19 มีนาคม 2558 จำนวน 23 คน ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว เมื่อ วันที่ 2 เม.ย.59 จำนวน 8 คน คงเหลือถูกจองจำ 15 คน

ซึ่ง นางเตือนใจ กล่าวกับผู้ต้องขังว่า ทางคณะอนุกรรมการฯ กำลังดำเนินการ เรื่องการขออภัยโทษ ให้กับผู้ต้องขังคดีไม้ทุ่งป่าคาที่เหลือ ขอให้ทุกคนอดทนรอ และประพฤติตัวตามกฎระเบียบ ของเรือนจำ เพื่อให้มีโอกาสได้รับการอภัยโทษ ซึ่งทางคณะอนุกรรมการ จะไม่ทอดทิ้ง จะพยายามหาหนทาง ในการช่วยเหลือทั้งผู้ต้องขัง และครอบครัวที่อยู่ทางบ้าน หลังจากนั้นคณะอนุกรรมการฯได้เดินทางไปยัง โบสถ์คริสบ้านทุ่งป่าคา ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังข้อมูลจากชาวบ้าน และฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดย พบปะกับราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่ประสบปัญหาความยากลำบาก เนื่องจากสมาชิกบางส่วน ในครอบครัวถูกจำคุก ในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง โดยมีราษฎรให้การต้อนรับ ประมาณ 150 คน

สำหรับประเด็นสำคัญ ของการพบปะพูดคุย เพื่อให้ทราบถึงปัญหา และความต้องการของราษฎร โดยเฉพาะครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการดำเนินคดีอาญา และถูกจำคุก ซึ่งทางพ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง ของผู้ถูกจำคุก ก็อยากให้ช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว เนื่องจากไม่มีคนช่วยทำงาน ส่งผลทำให้ขาดทุนทรัพย์ ในการส่งเสียลูกหลานให้เรียนหนังสือ ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ประสบสภาวะซึมเศร้า ซึ่งทางคณะฯ รับปากว่า จะนำข้อมูลไปเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ในปัจจุบัน ยังคงมีนักโทษที่ถูกขังอยู่ใน เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง เหลืออีก จำนวน 15 คน.