หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

คสช.ปลอดล็อคเคอร์ฟิว เอกชนเฮลั่น ท่องเที่ยวฟื้น คืนความสุข มหาดไทยสั่ง 1 โร็ดแมป

Author by 14/06/14No Comments »

 2           ได้ฤกษ์ศุกร์ 13 คสช.คืนความสุขปลดล็อคเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศแล้ว เอกชนด้านธุรกิจท่องเที่ยวขานรับเป็นการคืนความสุขและเพิ่มบรรยากาศให้ดีขึ้น ด้านพ่อเมืองเชียงใหม่กำชับทุกส่วนเดินหน้าปรองดองตามภารกิจมหาดไทย ปลัด “วิบูลย์ สงวนพงศ์”ย้ำแผนโรดแมป 4 ข้อ ใน 4 เดือนนี้ ปกครองย้ำเน้นทำงาน 12 ภารกิจเร่งด่วนรายงานผลทุกวัน

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิ.ย.57  เวลา 21.12 น. ได้มีประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 64/2557 เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานทั่วราชอาณาจักร โดยประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า   ตามที่คณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีประกาศห้ามออกนอกเคหสถานทั่วราชอาณาจักร ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2556 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และได้มีการปรับลดห้วงระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน และยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42/2557 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ฉบับที่ 52/2557 ลงวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 ฉบับที่ 54/2557 ลงวันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 ฉบับที่ 56/2557 ลงวันที่ 8 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 และฉบับที่ 60/2557 ลงวันที่ 10 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 แล้วนั้น เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ต่างๆ ได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุอันจะนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน รวมทั้งเพื่อให้เป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ส่วนที่เหลือทั่วราชอาณาจักร ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ซึ่งทันทีที่มีการประกาศก็ทำให้บรรยากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เริ่มคึกคัก สถานบันเทิงบางแห่งต่างแสดงความยินดีเมื่อมีการเข้าสู่ปกติ นายพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ถือเป็นการคืนความสุขที่แท้จริงให้กับคนไทย ไม่เพียงแค่ความสุขที่คนไทยจะได้รับจากกระแสฟุตบอลโลก ยังจะเป็นการกระตุ้นการบริโภคแก่กลุ่มธุรกิจร้านค้า ร้านอาหารและธุรกิจบันเทิงและบริการ ได้อย่างชัดเจนและรวดเร็วที่สุด ถือได้ว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เลยที่เดียว อีกทั้งเชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวจะเข้าใจและจะไม่กระทบเป้าหมายของการท่องเที่ยวปีนี้มากนัก

ด้านนายสุริยะ   ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า จากที่ได้รับมอบนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย ทางกระทรวงฯ ได้กำหนดแผนโรดแมป 4 ข้อ คือ 1. การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ที่ต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนในทุกระดับ การแก้ไขปัญหาความคับข้องใจของประชาชน โดยหลักการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ คือ ต้องบอกให้ประชาชนเข้าใจในการที่ คสช. เข้ามาระงับความขัดแย้ง โดยต้องรีบทำและทำในทุกพื้นที่ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค และศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) โดยต้องทำงานให้มีผลลัพธ์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป 2. การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุข และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของประชาชน ถึงตำบล หมู่บ้าน และครอบครัว 3. การกระตุ้นเศรษฐกิจลดความเหลื่อมล้ำ ให้เน้นให้โครงการกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต และ 4. การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เช่น แก้ปัญหายาเสพติด อาวุธสงคราม อาชญากรรม อิทธิพล การพนัน และอบายมุขอย่างจริงจังทุกพื้นที่ ซึ่งบางส่วนได้มีการทำไปแล้ว

โดยเรื่องดังกล่าวทางนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนภารกิจศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปว่า กระทรวงฯ มีเป้าหมายการทำงานคือ ทุกเรื่องจะต้องเร่งรัดดำเนินการช่วงเวลา 4 เดือนนี้ โดยระยะแรกคือ การสร้างบรรยากาศที่ดีและรับฟังปัญหา จะใช้เวลาในเดือน มิ.ย.-ก.ค. หลังจากนั้น จะ เป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งในเดือน ส.ค.- ก.ย. ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งทำงานอย่างเต็มที่ในทุกมิติ และขอให้รับฟังความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของ คสช. และกระทรวงมหาดไทย ในการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกๆเรื่องต่อไป

ส่วนทางด้านกรมการปกครองก็กำชับนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกพื้นที่ให้ขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วมีทั้งหมด 12 ภารกิจ ที่จะต้องเน้นย้ำเพื่อเร่งรัดผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอดำเนินการ คือ 1. การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องเหตุผลที่ คสช. ต้องเข้ามาดูแลประเทศ 2. การปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ 3. การป้องกันการสร้างสถานการณ์ ขอให้ตรวจพื้นที่เสี่ยงที่จะมีการซ่องสุมกำลัง หรืออาวุธเพื่อนำมาสถานการณ์ได้ 4. การชุมนุมทางการเมือง ทางจังหวัดควรติดข่าวสารในพื้นที่ 5. การเผยแพร่ข่าวสารในลักษณะต่อต้าน คสช. 6. การลักลอบตัดไม้ 7. การพนัน 8. การติดตามทวงหนี้ชาวนา  9. การปราบปรามยาเสพติดที่จัดการอย่างเร่งรัดภายใน 30 วัน 10. การตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดและอำเภอ เพื่อยุติความเห็นต่าง โดย ศปป. จังหวัด หรือศปป. อำเภอ มีภารกิจโดยภายในสิ้นเดือน มิ.ย. ต้องเร่งทำความเข้าใจให้สังคม ไม่ให้มีความแตกแยก จากนั้นภายในเดือน ก.ค. จะต้องมีการรับฟังแนวคิดและข้อเสนอปฏิรูปจากประชาชน ส่วนเดือน ส.ค. และ ก.ย. จะต้องมีการเสริมสร้างความเข้าใจ โดยเน้นกิจกรรมที่เสริมสร้างความปรองดองและสามัคคีในพื้นที่ 11. การส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และ 12. การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยการทำงานให้ทางนายอำเภอรายงานการทำงานก่อน 10.00 น.เพื่อผู้ว่าราชการจังหวัดนำข้อมูลพื้นที่ต่างๆ รายงานกรมการปกครอง 11.00 น. ก่อนที่กรมฯจะ รายงานให้ศูนย์อำนวยการของกระทรวงมหาดไทยก่อน 12.00 น.