หน้าหลัก » ข่าวท่องเที่ยว, ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง, ข่าวสุขภาพ-อนามัย, อาหาร

งานโครงการหลวง 2563 สายน้ำแห่งภูมิปัญญา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 21-27  ธันวาคม 2563 ณ  อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

Author by 3/12/20No Comments »

 มูลนิธิโครงการหลวงเชิญชวนชาวไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง  และเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปิดงานโครงการหลวง 2563  ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00 น ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ 

มูลนิธิโครงการหลวงได้กำหนดจัดงานโครงการหลวง 2563 ขึ้นระหว่างวันที่ 21-27 ธันวาคม 2563 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์  โดยรวบรวมผลิตผล ผลิตภัณฑ์มากมายมาจำหน่ายภายในงาน นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ได้กล่าวในการแถลงข่าวการจัดงานโครงการหลวง 2563 ว่า จากปัญหาบนพื้นที่สูงในอดีต ได้แก่ การปลูกฝิ่น ความยากจน และการบุกรุกทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอย 

จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งโครงการหลวงในปี พ.ศ.2512 จากพระราชประสงค์หลักเพื่อขจัดความทุกข์ยากของราษฎรชาวเขา นำมาสู่เป้าหมายสำคัญ คือ การช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา และช่วยชาวโลก พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ได้บอกเล่าถึงความเป็นมาของการจัดงานประจำปีของโครงการหลวง

จากการทดลองจัดงานครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2523 ณ สวนอัมพร ในชื่องานเกษตรหลวง และปีต่อมาโครงการหลวงจึงเริ่มจัดตั้งหน่วยการตลาด เพื่อช่วยบริหารจัดการผลผลิตของเกษตรกร และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูป จำหน่ายแก่ประชาชนผู้บริโภค ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “ดอยคำ” และเปลี่ยนมาเป็นตราสัญลักษณ์ “โครงการหลวง” ในปี พ.ศ. 2548 

ด้วยพืชอาหารโครงการหลวงผ่านการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัยตั้งแต่ระดับไร่นาจนถึงโรงงาน เน้นการใช้สารชีวภัณฑ์ ไม่ก่อเกิดอันตรายต่อทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม จึงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมาโดยตลอด  

นับตั้งแต่งานเกษตรหลวงครั้งแรกที่สวนอัมพร ในปี พ.ศ.2523 โครงการหลวงได้จัดงานประจำปีใหญ่ทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.2532 และจัดต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ 

งานโครงการหลวง 2563 ครั้งนี้จึงนับเป็น ครั้งที่ 33 ของการจัดงานที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 โครงการหลวงจึงขยายระยะเวลาการจัดงานเป็น 7 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2563 เวลา 9 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม 

การจัดงานในปีนี้เน้นการจัดตกแต่ง ประดับประดาพื้นที่อย่างสวยงามด้วยพืชผลต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมสอดแทรกความรู้ ความสนุกเพลิดเพลิน ผ่านกิจกรรมฐานเรียนรู้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  ภายใต้แนวคิด “สายธารแห่งภูมิปัญญา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”

และเปิดให้กลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จองเข้าชมงานล่วงหน้าแบบหมู่คณะ และยังมีการจัดแสดงผลงานวิจัยโดดเด่น ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ- สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทานต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยพันธุ์ตรอว์เบอร์รีในประเทศไทยนั้นเริ่มต้นจากโครงการหลวง

และพัฒนารสชาติและกลิ่นหอม ต่อยอดสู่การเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ขณะนี้โครงการหลวงกำลังทำการวิจัยสายพันธุ์ใหม่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ “แอนโทไซยานิน” ในปริมาณสูงกว่าพันธุ์การค้าทั่วไป 1-2 เท่า ซึ่งจะออกจำหน่ายในปีหน้า

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการกัญชงของแม่ ราชินีผ้าปักเมี่ยน กาแฟต้นแรกของพ่อหลวง สู่อาชีพที่มั่นคง การนำเรนโบว์เทราต์ ปลาแห่งสายน้ำและขุนเขา มาโชว์ภายในงาน สำหรับฐานเรียนรู้นั้น เป็นการจำลองภาพการดำเนินงาน และการจำลองภาพชุมชน โดยยกชุมชนปกาเกอะญอ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ที่ได้รับการแก้ปัญหายาเสพติด และความยากจน

ด้วยการประยุกต์ใช้รูปแบบการพัฒนาจากองค์ความรู้ของโครงการหลวง มาจัดแสดง พร้อมลานวิถีชนเผ่า เรื่องเล่าความสุขภายใต้ร่มพระบารมี ซึ่งรวมวิถีชีวิต กิจกรรมของชนเผ่า อาทิ โยนลูกช่วง ล้อเลื่อนไม้ ห้องเรียนเด็กดอยจำลอง แบบจำลองหุ่นตุ๊กตามือเล่านิทาน

พบกับผู้นำเยาวชนตัวอย่างของโครงการหลวง ฐานเรียนรู้วัคซีนโครงการหลวง ทุกพื้นที่ปลอดภัย เยาวชนห่างไกลยาเสพติด  โดย สำนักงาน ปปส. ภาค 5 สนุกสนานกับห้องข่าวอุตุนิยมวิทยาจำลอง โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ          

พร้อมจุดให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โดยทีมแพทย์อาสาจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  และยังจัดแสดงแสง สี เสียง ภายใต้อุโมงค์ป่าจำลอง โดยความร่วมมือของกรมป่าไม้ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ   

สำหรับผลิตผล ผลิตภัณฑ์โครงการหลวง พร้อมผลิตภัณฑ์ดอยคำ ที่จัดจำหน่ายในงานปีนี้ รวมกว่า 1,300 รายการ สินค้าใหม่แนะนำในปีนี้ คือ ข้าวโพดหวานสีขาว รสชาติหวาน กลิ่นหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม รับประทานได้ทั้งแบบสด หรือนำไปนึ่ง คะน้าใบหยิกสีเขียว (ผักเคล : KALE) รสชาติดี ไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระ, กรดโอเมก้า 3, ธาตุเหล็กสูง, อุดมไปด้วยวิตามิน A และ C สามารถนำไปปั่น ทานเป็นสลัด ผัด หรือรับประทานสดเป็นเครื่องเคียงน้ำพริกได้

นอกจากนี้ยังมี ดอกกุหลาบ สายพันธุ์ใหม่ (Candy Avalanche) น้ำมันงาหอมสกัดเย็น, น้ำมันลินินสกัดเย็น,  ลูกชิ้นไก่เบรส สูตรเห็ดหอม, ไก่เบรสยอ สูตรเห็ดหอม,  กาแฟแคปซูล Single origin   ชาอาโรม่าซีเล็คชั่น ซอสพริกแม็กซิกัน, สินค้าหัตถกรรม รวมถึงชุดกระเช้าของขวัญปีใหม่มากมายกว่า 10 แบบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท 

นอกจากนี้ยังมีอาหารพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพของโครงการหลวง  มากกว่า 60 รายการ อาทิ ขนมจีนน้ำยาปลาเทร้าต์, ทาร์ตฟักทองญี่ปุ่น, ผงโรยข้าวปลาสเตอร์เจียน, คุกกี้กุหลาบงาหอม เบอร์เกอร์เห็ดพอตโตเบลโล, เห็ดรวมย่างหมาล่า ชุดโปรโมชั่นเช็ตลดสิวผิวใส, ชุดผิวอ่อนวัยไร้ริ้วรอย, ชุดบำรุงเส้นผมลดการขาดหลุดร่วง รายการของแถมพิเศษในงานเมื่อซื้อสินค้าครบจำนวน

รวมทั้งการสาธิตอาหารจากผลผลิตโครงการหลวง โดยเชฟที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เชฟป้อมกระทะเหล็ก การแสดงดนตรี การละเล่นของชนเผ่าต่าง ๆ รวมไปถึงการเปิดรับสมัครลูกค้าสมาชิกโครงการหลวงเป็นครั้งแรกในงาน พร้อมรับของสมนาคุณมากมาย

พิเศษสุดในปีนี้กับโซนจำหน่ายไอศกรีมเมซาน่า (นมกระบือ) และไอศกรีมเมซาน่ากาแฟเห็ดหลินจือ ในรูปแบบซอฟเสิร์ฟเป็นครั้งแรก สำหรับสายรักสุขภาพ และเพื่อให้เข้ากับ Life style สังคมยุค New normal

โครงการหลวงยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่องทางร้านโครงการหลวงทุกสาขา และ Royal Project X Shopee expo online ในราคาพิเศษเท่ากับสินค้าจำหน่ายในงานอีกด้วย 

ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์โครงการหลวงจากชาวดอย  อิ่มอร่อยไปกับอาหารหลากหลายเมนู  ดูนิทรรศการ ชมฐานเรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา  ในงานโครงการหลวง 2563  วันที่  21-27  ธันวาคม  2563  ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานโครงการหลวง  2563   

ทร. 053 324001-4 ต่อ 104,108