หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จนท.ฟื้นคดีฆ่าเเหมมสาว ให้หมื่นปอนด์ จับฆ่าตกร!คดีดังปี43ซาร่าห์โจนส์มารดายินดีให้สินบนนำจับ

Author by 10/08/12No Comments »

กรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวสื่อมวลชน คืบหน้าคดีสังหารนักศึกษาสาวชาวอังกฤษ หลังคดียืดเยื้อมากว่า 12 ปี ล่าสุดมารดาผู้ตายพร้อมพี่ชาย บินมาร่วมแถลงข่าว ประกาศให้รางวัลสำหรับผู้ชี้เบาะแส จนสามารถนำไปสู่ การจับกุมคนร้าย มาดำเนินคดีได้ รับไปเลยเงินสด 1 หมื่นปอนด์ มารดาเหยื่อฆาตกร ระบุลูกสาวรักเมืองไทยมาก อยากมาเที่ยวทุกปี วอนชาวเชียงใหม่ ที่เห็นเหตุการณ์ช่วยชี้เบาะแส หาตัวฆาตกรมารับโทษด้วย

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 9 ส.ค.นี้ ที่ห้องประชุมใหญ่ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถนนเจริญราษฏร์ หมู่ 2 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการ สำนักกิจการต่างประเทศ และคดีอาชญากรรม ระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มิสเตอร์แอนดรู จอห์น ผู้กำกับการกองสืบสวนสอบสวน ไดเฟด-พาววี่ส์ ประเทศอังกฤษ นางซู และนายแกเรจ โจนส์ มารดา และพี่ชายของ น.ส.เคิร์สตี้ ซาร่าห์โจนส์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าจากสถานทูตอังกฤษ สื่อมวลชนจากต่างประเทศหลายสำนัก ได้ร่วมกันแถลงข่าวคดีการฆาตกรรม นส.เคิร์สตี้ ซาร่าห์ โจนส์

โดยคดีการฆ่าโหด น.ส.เคิร์สตี้ ซาร่าห์ โจนส์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ  และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล เกิดขึ้นภายในห้องพักหมายเลข 4 อารีย์เกสต์เฮาส์ เลขที่ 20 ถนนมูลเมือง ซอย 6  ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อ วันที่  10 ส.ค. 2543 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้ง มีคนพบศพหญิงสาวชาวต่างชาติ ถูกฆ่าข่มขืนภายในห้องพักดังกล่าว จึงไปสอบสวนพบศพ  น.ส.เคิร์สตี้ ซาร่าห์ โจนส์ อายุ 24 ปี นอนตายคว่ำหน้า อยู่บนเตียงนอนโดยท่อนล่างเปลือยเปล่า ขาทั้งสองข้าง ถูกถ่างอ้าออกจากกัน กางเกงในถูกถอดไว้ปลายเท้า บริเวณลำคอเหมือนถูกรัดด้วยเชือกลิ้นจุกปาก นอกจากนั้นยังพบ ร่องรอยการถูกข่มขืน ทั้งอวัยวะเพศ และทางทวารหนัก เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง  ซึ่งคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบสวนอย่างหนัก เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ และถูกกดดันจาก สถานทูตอังกฤษอย่างหนักให้จับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้  และมีการจับ ผู้ต้องสงสัยไปตรวจดีเอ็นเอ ทั้งหมด 9 คน รวมทั้ง นายแอนดริว เจมส์กิลล์ เจ้าของอารีย์เกสเฮ้าส์ อายุ 36 ปี ซึ่งถือสัญชาติอังกฤษ และไอร์แลนด์  และในที่สุด นายแอนดริว เจมส์กิลล์ ก็ตกเป็นผู้ต้องหา ถูกออกหมายจับ แต่ได้สู้คดีจนหลุดคดีในชั้นศาล เนื่องจากน้ำอสุจิของ นายแอนดริว ไม่ตรงกับที่พบในตัวของผู้ตาย จนมาถึงบัดนี้คดีผ่านมานานกว่า 12 ปี ยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดกับคนร้ายได้

ทางด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการ สำนักกิจการต่างประเทศ และคดี อาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คดีนี้ทางดีเอสไอ รับเป็นพิเศษเมื่อปี 48 และมีการประสานงานความร่วมมือ ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษ และทางการอังกฤษ มาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้มีการนำตัว ผู้ต้องสงสัย ที่พักอาศัยอยู่ บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ จำนวน 22 คน ไปตรวจดีเอ็นเอ และมีการสอบสวนปากคำ ชาวต่างประเทศที่ตอนนี้อยู่ในหลายประเทศ ไปแล้วจำนวนหลายปาก แต่เราก็ยังไม่พบดีเอ็นเอ ที่เจอในศพของผู้ตาย ซึ่งดีเอ็นเอที่เราพบในที่เกิดเหตุ ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ที่คนร้ายทิ้งเอาไว้ แต่ก็ยังไม่มีดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยรายใดตรงกับของคนร้าย โดยดีเอ็นเอของคนร้ายยืนยันว่า เป็นของคนเอเชียใต้ คดีนี้เราก็ยังไม่หยุดมีการทำงานกันตลอดเวลา และเรามั่นใจว่า อายุความที่เหลือของคดีนี้อีก 8 ปี เราจะดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้ ตอนนี้ทางตำรวจอังกฤษ และญาติพี่น้อง ก็ได้ตั้งเงินสินบนนำจับ จำนวน 10,000 ปอนด์ หรือประมาณ 491,000 บาท สำหรับคนที่ชี้เบาะแส ให้ข้อมูลที่จะนำให้เราสามารถจับกุมคนร้ายได้ ให้ติดต่อที่ดีเอสไอได้ทุกวัน

ทางด้าน นางซู โจนส์ มารดาของผู้ตาย เปิดเผยว่า รักลูกสาวมาก ลูกสาวตนรักเมืองไทยและอยากมาเที่ยวเมืองไทยทุกปี แต่ก็ต้องมาจบชีวิตก่อนวัยอันควร ตนเสียใจทุกวันเหมือนเรื่องราวพึ่งเกิดขึ้นแม้เวลาจะล่วงเลยมา 12 ปีแล้ว ทุกวันนี้ตนก็ยังมั่นใจว่า มีใครบางคนที่มีข้อมูลที่รู้ตัวคนร้าย และรู้เห็นเหตุการณ์ ก็ขอให้ออกมาให้ข้อมูลกับทางตำรวจ ขอให้ชาวเชียงใหม่ช่วยเหลือตนในการตามหาผู้ที่พรากชีวิต ของลูกสาวตน ซึ่งเธอยังไม่สมควรตาย นางซู โจนส์ กล่าว

สำหรับคดีนี้มีเงือนงำ ที่ทำให้ไม่สามารถจับกุมตัว คนร้ายได้เนื่องจากคนร้าย ที่มีพยานเห็นเหตุการณ์ว่า เป็นคนฆ่า เป็นคนฉลาด ได้จ้างสาวประเภทสอง (ชื่อเชอรี่)โดยพยานคนสำคัญคือนายสุรินทร์ ซึ่งปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้วหลายปี และเป็นผู้ดูแลเกสเฮ้าท์ ที่เกิดเหตุได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้แอบดูตอนเกิดเหตุ เห็นคนร้าย เข้าไปเพื่อจะไปร่วมหลับนอนกับ ผู้ตายแต่ถูกปฏิเสธ จึงได้ทำการข่มขืน และฆ่า และคนร้ายรายนี้ ก็ได้จ้างให้กระเทยชื่อเชอรี่ ทำการไปซื้อน้ำอสุจิจากกลุ่มวัยรุ่นมาราด อวัยะเพศของผู้ตาย เพื่ออำพรางคดี ทำให้พยานหลักฐานที่เอาผิดคนร้ายทำไม่ได้    ทางตำรวจพยายามหาตัวกระเทย ชื่อเชอรี่ และคนที่ขายน้ำอสุจิ ให้แต่ก็ไม่เคยพบตัวทำให้คดียังคงเป็นปริศนา ซึ่งการตั้งเงินรางวัลนำจับกุมครั้งนี้ ทางตำรวจหวังให้พยานที่รู้เห็นออกมาให้ข้อมูลเพื่อจะได้หลักฐานให้ครบ และจะนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ มารับโทษตามกฎหมายต่อไป.