หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จยย.ชนรถพ่วง นายช่างโยธาดับ

Author by 9/05/15No Comments »

      5          นายช่างโยธาการประปาดวงดับ ขับรถจักรยานยนต์ กลับจากทำงาน    เร่งความเร็วจะกลับบ้าน ระหว่างทาง มองไม่เห็นรถบรรทุกพ่วง ที่คนขับจอดริมถนน พุ่งชน ท้ายอย่างแรง ร่างกระเด็นตกลงกระแทกพื้นตายสยอง    

เมื่อเวลา  21.40 น.วันที่ 8 พ.ค.58  ร.ต.ท.สุรเชษฐ์ สุริมา พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถบรรทุกเทเลอร์ ก่อนถึงสามแยกไฟแดงบ้านฟ่อน ขาเข้าเมือง ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย จึงประสานแพทย์เวร รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบและชันสูตรศพ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขนจ – 264  ลำปาง สภาพหน้ารถ และแฮนด์รถหักงอพังยับเยิน ล้มอยู่บนถนน  ข้างรถพบศพชายสวมเสื้อสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีดำ นอนตายจมกองเลือดอยู่ สภาพศพบริเวณใบหน้ายุบ จากการกระแทกอย่างแรง ตรวจสอบภายในตัวพบ บัตรประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา ทราบชื่อผู้ตายคือ นายเกียรติพันธ์ หรือบาส อินต๊ะเสน  อายุ 33 ปี เป็นราษฎร ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ทำงานอยู่ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเกาะคา ตำแหน่งช่างโยธา 3  ส่วนรถคู่กรณีทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่า เป็นรถพ่วงเทเลอร์บรรทุก รถจักรยานยนต์มาเต็มคันรถ หลังเกิดเหตุ ได้ขับหลบหนี เข้าไปในตัวเมืองลำปางแล้ว

ก่อนเกิดเหตุทราบว่า รถยนต์เทเลอร์คันดังกล่าว คนขับได้มาแวะมาจอดทานข้าวข้างทาง บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดที่มืด ไม่มีไฟส่องสว่าง คนขับได้ลงจากรถไปทานข้าว ขณะนั้นชาวบ้านได้ยินเสียง รถชนกันเสียงดังสนั่น จึงพากันวิ่งออกมาดูพบว่ารถจักรยานยนต์ได้พุ่งชนท้ายรถพ่วงเทเลอร์เข้าอย่างจัง และผู้ขับขี่ก็กระเด็นลงมานอนหายใจรวยรินอยู่ตรงข้างรถของตัวเอง ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด  และหลังเกิดเหตุ คนขับรถพ่วงเทเลอร์คันดังกล่าวก็รีบขึ้นรถขับหลบหนีเข้ามาทางตัวเมืองลำปางในทันที ชาวบ้านจึงแจ้งตำรวจ

หลังสอบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า นายเกียรติพันธ์ ผู้เสียชีวิต อาจจะเดินทาง ออกมาจากที่ทำงานใน อ.เกาะคา เพื่อจะกลับบ้านที่ ต.ต้นธงชัย เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งไม่มีไฟส่องสว่าง อาจจะ ไม่ทันสังเกตเห็นรถบรรทุกพ่วงที่จอดอยู่จึงพุ่งชน เข้าอย่างจัง ส่วนรถพ่วงได้จอดรถในที่มืดและไม่ได้ให้สัญญาณไฟ จึงกลัวความผิด และหลบหนีไป ซึ่งพลเมืองดีได้จดจำหมายเลขทะเบียนรถได้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้ว เพื่อติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายแล้ว.