หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จัดระเบียบ แท็กซี่มิเตอร์เชียงใหม่ เซ็น MOU หวังยกระดับมาตรฐาน

Author by 10/02/16No Comments »

 1       จัดระเบียบ แท็กซี่มิเตอร์ เชียงใหม่ไม่ยอมกดมิเตอร์ จนโดนร้องเรียน จับเซ็น MOU หวังยกระดับมาตรฐาน ขณะประธานสหกรณ์ฯ ร้องขอใช้มาตรฐานราคาเดียวกับภูเก็ต ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ได้รับอนุญาตนำรถยนต์ขับมาในไทยนั้น รอง ผบช. ภาค 5 เสนอให้ทำประกันชั้น 1 ก่อนเข้าประเทศ เพื่อลดปัญหาข้อพิพาท กรณีเกิดอุบัติเหตุของคู่กรณี  

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 ก.พ. 59 ที่ห้องประชุมสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธร ภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช. ภาค 5 เป็นประธานการประชุม ซักซ้อมทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือ กับผู้ขับขี่รถแท็กซี่รับจ้างสาธารณะ ก่อนจะลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ และรถรับจ้างสาธารณะ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยโดยมีนายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่ง จ.เชียงใหม่ นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์ลานนาเดินรถ จำกัด หรือ ผู้ประกอบการรถแท๊กซี่มิเตอร์ และรถสี่ล้อแดงเชียงใหม่ สหกรณ์แท๊กซี่เวียงพิงค์ จำกัด ร่วมทั้ง ตัวแทนจาก มณฑลทหารบกที่ 33 , ททท.สำนักงานเชียงใหม่ และผู้ประกอบการรถแท๊กซี่มิเตอร์ -รถสองแถว (สี่ล้อแดง) กว่า 150 คนเข้าร่วม

โดยการจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่าง ผู้ประกอบการรถแท็กซี่รถรับจ้างสาธารณะ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ส่งเสริมจรรยาบรรณที่ดี ให้เกิดความสงบเรียบร้อย เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ของผู้ให้บริการรถแท็กซี่ รถรับจ้างสาธารณะ ที่มีต่อนักท่องเที่ยว ตลอดจน ความเป็นธรรม ในการให้บริการ อันจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของ จ.เชียงใหม่

ภายหลังการประชุมเสร็จ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ระหว่างผู้ประกอบการรถแท๊กซี่ รถรับจ้างสาธารณะ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตำรวจภูธรภาค 5, ตำรวจ ภูธร จ.เชียงใหม่ ,มณฑลทหารบกที่ 33 ฝ่ายปกครอง จ.เชียงใหม่ ขนส่ง จ.เชียงใหม่ สำนักงานท่องเที่ยว และกีฬา จ.เชียงใหม่ , สหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด , สหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ จำกัด โดยมีข้อตกลงว่า ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รถรับจ้างสาธารณะจะต้องไม่ปฏิเสธ รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา ไม่ทอดทิ้งผู้โดยสารระหว่างทาง จะต้องกดมิเตอร์ เมื่อผู้โดยสารเริ่มใช้บริการ มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ แต่งกายตามประกาศ และกฎกระทรวง ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเรียบร้อยเป็นมิตรอยู่เสมอรวมถึงมีใจรักในงานบริการ นอกจากนี้รถรับจ้างรถสาธารณะ จะต้องที่มีอายุใช้งานไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และใช้รถตรงตามประเภท ที่จดทะเบียนไว้กับสำนักงานขนส่งด้วย

ทางด้าน พล.ต.ต.ปชา รัตน์พันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 กล่าวว่า ในส่วนของ จ.เชียง ใหม่  มีสถิติการตรวจจับแท็กซี่ หรือรถโดยสารที่กระทำผิดประมาณ 10 รายต่อเดือน ส่วนในกรณีของแท๊กซี่เชียงใหม่ ที่ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการเหมาจ่าย ต่อไปจะต้องเปลี่ยนมาใช้มิเตอร์ตามกฎหมาย โดยจะมีการเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ออกตรวจตรา และจับกุมแท๊กซี่มิเตอร์ที่ยังฝ่าฝืนไม่กดมิเตอร์ด้วย

ขณะเดียวกัน  นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด กล่าวว่า ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย แต่ต้องดำเนินการปรับราคาใหม่ ให้เหมาะสม เนื่องจาก จ.เชียงใหม่ ไม่ใช่พื้นราบ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนภูเขา และบางครั้งนักท่องเที่ยว เหมาไปเพียงขาเดียวและระยะทาง ไกลมาก จึงไม่สามารถกดมิเตอร์ได้และอยาก ให้อิงอัตราค่าโดยสาร ของ จ.ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวเช่นเดียวกันคือ แท๊กซี่เริ่มต้น 2 กิโลเมตรแรก 50 บาท กิโลเมตรที่ 2-10 กิโลเมตรละ 10 บาท จากนั้นกิโลเมตรละ 12 อัตราค่าโดยสาร ของ จ.เชียงใหม่ ขณะนี้ เริ่มต้น 2 กิโลเมตรแรก 40 บาท กิโลเมตรที่ 2-10 กิโลเมตรละ 6 บาท จากนั้นกิโลเมตรละ 10 บาท ส่วนกรณี ที่รถยนต์นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ได้รับอนุญาต วิ่งเข้าประเทศไทย และเกิดอุบัติเหตุในไทยนั้น ได้มีการเสนอให้ทางนักท่องเที่ยวจีนทำประกันชั้นหนึ่ง ก่อนมาใช้ในไทยเพื่อลดปัญหาข้อพิพาทหากเกิดอุบัติเหตุ

โดย พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5   เผยอีกว่า กรณีที่มีเฟซบุ๊กเพจ ใช้ชื่อว่า Nattapong Yoshiro Chongko santisuk ได้เผยแพร่เรื่อง และภาพถ่าย จำนวน 4 ภาพ เป็นอุบัติเหตุทางท้องถนน ระหว่างรถกระบะยี่ห้อมาสด้าตนเอง กับรถนักท่องเที่ยวจีน จดทะเบียนในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ทะเบียน F R7598 โดยเจ้าของเฟซบุ๊กเล่าเหตุการณ์ว่า เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. 2559 เมื่อเวลาประมาณ 23.00น. ในเขตพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดย “อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2559  เวลา 23.00 โดยประมาณ รถนักท่องเที่ยวชาวจีน ขับสวนเลนมาประสานงา ต่อมามีการเรียกร้องค่าเสียหายกัน โดยคนไทยเรียกร้องไปในเบื้องต้น 280,000 บาท และค่าเช่ารถระหว่างซ่อม 2 เดือน และค่าเสียเวลา 90,000 บาท ราคาประเมินค่าเสียหาย คิดจากค่าอะไหล่จากศูนย์มาสด้า และค่าแรงซ่อม นักท่องเที่ยวชาวจีน ต้องเสียเงินค่าซ่อมรถให้คนไทย ทั้งที่ยังไม่ได้เที่ยว และต้องกลับประเทศ

ต่อมาทางกงสุลจีน ได้เข้ามาไกล่เกลี่ย เรื่องค่าซ่อม จนในที่สุดตกลงกันได้อยู่ที่ 200,000 บาท โดยคนไทยยินยอม เพื่อเห็นแก่ภาพพจน์การท่องเที่ยว นั้น เรื่องนี้ อยากเสนอให้นักท่องเที่ยวจีน หากจะนำรถยนต์เข้ามาใช้ในประเทศไทย ที่ จ.เชียงใหม่ ควรจะทำประกันภัยชั้น 1 หรือไม่ทางขนส่ง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกฎบังคับให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องนำประกันชั้น 1 ก่อนเข้าประเทศไทย เหมือนกับหลาย ๆ ประเทศที่ทำ ได้เสนอเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และนักท่องเที่ยวเอง ควรจะทำประกันภัยชั้น 1 ก่อนนำรถเข้ามาใน จ.เชียงใหม่ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมาได้.