หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จับสาวมหาภัย ตุ๋นเหยื่อทั่ว ชม. เจอกว่า 20 หมายจับ

Author by 2/04/15No Comments »

 2         สาวใหญ่ พฤติกรรมสุดแสบ หลอกเช่ารถยนต์ ตามร้านรถเช่า ก่อนเชิดนำไปจำนำ ผู้เสียหายแจ้งจับ มีหมายจับกว่า 20 หมายจับตำรวจสืบสวน ภาค 5 ตามจับกุมได้ ขณะหนีไปกบดานที่ กทม.นำตัวดำเนินคดี     

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 31  มี.ค 58 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 5 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช. ภาค 5 ,พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช. ภาค 5 , พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภาค 5 , พ.ต.อ.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์,  พ.ต.อ.วีรชน บุญทวี รอง ผบก.สส.ภาค 5    และ พ.ต.อ. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  ผกก.สส.1 บก.สส.ภาค 5 ร่วมกันจับกุม นางมณีรัตน์ หรือ กฤติยาวารี หรือ แหม่ม ศรุณานิธิโรจน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 444/131 หมู่ 1 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยจับกุมได้ ในวันเดียวกัน ขณะหลบหนีไปกบดานอยู่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับคดียักยอกทรัพย์ของ สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ รวมกว่า 20 หมายจับ

พล.ต.ต.ประจวบ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค 5 สืบทราบว่า นางมณีรัตน์ มีพฤติกรรม เข้าไปตีสนิทกับร้านรถเช่า ทีเจ คาร์เร้นท์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้พาเจ้าของร้านรถเช่า ไปดูบ้านของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และหลอกให้หลงเชื่อว่าเป็นผู้มีฐานะดี และรู้จักนักธุรกิจต่างชาติ โดยจะติดต่อขอเช่ารถยนต์ เป็นรายเดือน เพื่อนำไปให้ลูกค้าชาวต่างชาติ เช่าต่อ โดยจะทำทีเช่ารถยนต์ จากร้านหลายแห่งครั้งละ 2 คัน โดยเช่าเป็นรายเดือน โดยเดือนแรกและเดือนที่สอง ได้ส่งชำระค่าเช่าตรงตามปกติ แต่พอเดือนที่สาม กลับผัดผ่อนไม่ส่งค่าเช่า  ต่อมาเจ้าของร้านรถเช่า ได้ติดตามรถยนต์ของตนเองคืนมาได้ ซึ่งรถยนต์ที่ นางมณีรัตน์ เช่าไปพบว่า ถูกนำไปจำนำในสถานที่ต่างๆ ภายหลังเจ้าของร้านรถเช่า ติดต่อสอบถามยอมรับว่า ได้นำรถยนต์ไปจำนำจริง และจะหาเงินคืนให้ แต่ไม่ยอมแจ้งว่า จำนำไว้ที่ใดบ้าง ดังนั้นเจ้าของรถผู้เสียหาย จึงรวมตัวกัน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ตามจับกุมนางมณีรัตน์ดำเนินคดี

จากการสอบสวนยังทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ ใช้วิธีการเดียวกัน หลอกเช่ารถยนต์ จากร้านรถเช่ามาแล้ว   จำนวนประมาณ 35 คัน เจ้าของรถได้ติดตามรถคืนมาแล้ว จำนวน 15  คัน และอีกประมาณ 20  คัน ยังไม่สามารถติดตามกลับคืนมาได้ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เสียหาย เป็นเงินประมาณ 20  ล้านบาทเศษ  นอกจากนี้ยังพบว่า นางมณีรัตน์ยังได้หลอกลวงพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งนักธุรกิจอีกหลายราย  โดยเข้าไปตีสนิท กับบุคคลที่มีฐานะดี และหลอกให้ผู้เสียหายให้เชื่อว่า ตัวเองเป็นนัก ธุรกิจมีฐานะ ต้องการนำเงินไปลงทุน ต้องใช้เงินด่วนจำนวนหนึ่ง โดยนางมณีรัตน์ได้ทำสัญญากู้ ยืมเงินผู้หลงเชื่อ อ้างว่าจะให้ดอกเบี้ยสูง แต่เมื่อถึงเวลาต้องชำระเงินกู้ นางมณีรัตน์กลับอ้างว่ายังต้องลงทุนเพิ่ม และให้ผู้เสียหายหาบุคคลอื่นนำเงินมาให้กู้ยืม  และให้ผู้เสียหายเป็นผู้ค้ำประกัน โดยนำเงินที่กู้มาได้ คืนให้กับผู้เสียหายส่วนหนึ่ง จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับนางมณีรัตน์ได้ ซึ่งนางมณีรัตน์ได้กระทำความผิดลักษณะนี้หลายครั้ง มีผู้เสียหาย มาแจ้งความร้องทุกข์ และให้ติดตามจับกุมนางมณีรัตน์มาดำเนินคดีหลายราย และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทเช่นกัน หากผู้ใดเคยถูกนางมณีรัตน์ใช้พฤติการณ์หลอกลวงเชิดรถยนต์ หรือกู้ยืมเงิน ให้มาตรวจสอบ ได้ที่ ตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อดำเนินคดีต่อไป.