หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จับแก๊งต่างชาติ ยูเครน – มาเลเซีย ปักหลักล่าเหยื่อ

Author by 15/06/16No Comments »

      3          ตำรวจเชียงใหม่ บุกรวบ 3 หนุ่มยูเครน แก๊งสกิมเมอร์ ตระเวนกดเงิน ตามตู้เอทีเอ็ม กวาดเงินไปเกลี้ยง ผู้  เสียหายแจ้งตำรวจ สืบสวนจนจับตัวได้  พร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมจำนวนมาก นำตัวดำเนินคดี ส่วนอีกรายรวบ 14 หนุ่มสาวชาวมาเลเซีย ตั้งแก๊งคอลเซ็นต์เตอร์ เช่าบ้านในเชียงใหม่ หลอกเอาเงินเหยื่อในมาเลเซีย ตำรวจบุกจับตัวได้ คุมตัวดำเนินคดี   

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.59 ที่ตำรวจสืบสวน ภาค 5 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปชา รัตนพันธ์, พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ รอง ผบช.ภาค.5, พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,  พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภาค 5,พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 ,พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภาค.5 ,   พ.ต.อ. อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่  และ พ.ต.ท.บัณฑิต จิตรภาคภูมิ รอง ผกก.(สืบสวน) สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมกับพวกร่วมกันแถลงข่าว การจับกุม 3 นักท่องเที่ยวชาวยูเครน โดยจับกุมได้ ภายในห้องพักเกสต์เฮาส์ ย่านถนนช้างม่อย ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ โดยผู้ต้องหามี MR. MYKOLA CHOVHAN อายุ 21 ปี , MR. OLEKSLL PUSSHKAR อายุ 29 ปี  และ MR.SERHII MATSYSHYN ทั้ง 3 คนสัญชาติยูเครน

พร้อมของกลาง บัตรอิเล็กทรอ นิกส์ จำนวนกว่า 36 ใน, เงินสดไทย จำนวน 150,000 บาท ,สมุดบัญชี 1 เล่ม , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง, เครื่องสกิมเมอร์ หรือเครื่องที่ใช้อ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กอีก 1 เครื่อง ,โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง บัตรเคดบิต มาสเตอร์การ์ดโกลด์ จำนวน 1 เครื่อง  และอุปกรณ์ที่ใช้ทำความผิด อีกหลายรายการ นำตัวดำเนินคดีโดย กล่าวหาว่า “ร่วมกันปลอมบัตรอิเล็กทรอ นิกส์,และมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมแปลง บัตรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้หรือเพื่อให้ได้ข้อมูลในการปลอมแปลง,ใช้หรือมี ไว้เพื่อใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม อันได้มาโดยรู้ว่า เป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น

พล.ต.ท. ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น ตำรวจสืบสวน ภาค 5 ได้รับแจ้งจากตำรวจสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย ให้สืบสวนหาตัว ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติจำนวน 3 คน ที่ร่วมกันใช้บัตรเครดิตปลอม  นำไปตระเวนกดเงินสด ตามตู้เอทีเอ็มธนาคารหลายแห่ง ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ติดตามสืบสวนหาตัวคนร้าย จนกระทั่งพบผู้ต้องสงสัย จำนวน 3 คนที่ข่วงประตูท่าแพ จึงได้สะกดรอยตามพบ กลุ่มผู้ต้องหาพักอาศัยที่ห้องหมายเลข 1124 เกสท์เฮ้าส์ NAT LEN ถนนช้างม่อย ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้แสดงตัวจับกุม และตรวจค้นห้องพักพบ ของกลางทั้งบัตร อิเล็กทรอนิกส์ปลอมจำนวนกว่า 50 ใบ เงินสดไทย จำนวน 150,000 บาท ตรวจสอบพบ มีผู้เสียหายจำนวนกว่า 30 ราย เบื้องต้นจากการขยายผลพบมีเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คน ถูกจับที่กรุงเทพมหานคร ก่อนหลบหนีมาก่อเหตุใน จ.เชียงใหม่ ได้นำเงินที่ได้ส่งหัวหน้าแก๊งในประเทศยูเครน และมาถูกตำรวจสืบสวนเมืองเชียงใหม่ ตำรวจสืบสวนภาค 5 ติดตามจับกุมตัวดังกล่าว จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดี

2     อีกรายเมื่อ เวลา 07.30 น.วันที่ 14 มิ.ย.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 5 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์    ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5, พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภาค 5, พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภาค.5, พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก.สส.1 กับพวกนำหมายค้นของ ศาล จ.เชียงใหม่ ไปตรวจค้นที่ บ้านเลขที่ 92/180 หมู่บ้านกล้วยไม้ ซอยคำเมือง 13 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และได้จับกุม ผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย รวม 14 คน เป็นชาย 10 คน และหญิง 4 คน และหญิงชาวเวียดนาม อีก 1 คน รวม 15 คน โดยมีนาย chin kiat yong อายุ 30 ปี เป็นหัวหน้าพร้อมของกลาง โทรศัพท์พื้นฐาน แบบมีสาย และไร้สาย รวม 18 เครื่อง, กล่องโทรศัพท์ ทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ต รวม 4 เครื่อง, เอกสารบัญชีรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ของ เป้าหมายที่จะหลอกลวงเหยื่อ จำนวน 1 ชุด ส่งมาทาง อีเมล จากมาเลเซีย พร้อมเอกสาร บันทึกที่เขียนไว้ขณะพูดคุยกับเหยื่อ, สัญญาเช่าบ้าน จำนวน 1 ชุด โดยกล่าวหาว่าตั้ง ซ่องโจร เพื่อฉ้อโกงทรัพย์ของผู้อื่น และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งเบาะแส จากพลเมืองดีว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติทั้งชาย และหญิง รวมประมาณ 15 คน ได้เช่าบ้านที่บ้าน ในหมู่บ้านกล้วยไม้อาศัย มีพฤติการณ์น่าสงสัย  เกรงว่าจะเข้ามาก่ออาชญากรรมในพื้นที่ จึงได้นำหมายค้น เข้าตรวจค้น และพบของกลาง จากการสอบสวน นาย chin kiat yong  รับสารภาพว่า  เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมด จะอ้างว่าเป็น เจ้าหน้าที่ธนาคาร ในมาเลเซีย พูดคุยกับเหยื่อทางโทรศัพท์ว่า มีปัญหาเรื่องบัตรเครดิต แล้วพูดจาหว่านล้อมให้เหยื่ี่อโอนเงินให้ โดยเหยื่อส่วนใหญ่ จะอยู่ในประเทศมาเลเซียทั้งหมด ส่วนบัญชีรายชื่อ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ของเหยื่อ มีคนส่งมาให้ทางอีเมล์ จากมาเลเซีย เมื่องานสำเร็จ บอสใหญ่จาก มาเลเซีย ไม่ทราบว่าเป็นใคร จะแบ่งเป็นเงินให้ โดยหัวหน้าทีมจะได้ 8 % ลูกทีม ได้ 6 % คนที่เริ่มทำงาน ได้ 3% เริ่มทำงานเมื่อ ประมาณ 14 วันก่อน ได้เงิน จากการหลอกลวงเหยื่อจำนวนมาก จากการตรวจค้นห้องพักของ นาย chin หัวหน้าแก๊งยังพบ ยาบ้า 7 เม็ด จึงได้แจ้งข้อหาให้ นายchin เพิ่มเกี่ยวกับยาเสพติด นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันทรายเชียงใหม่ ดำเนินคดี.