หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จำคุก นศ.สาว ชนจักรยาน 3 ศพ ปี 58

Author by 1/06/16No Comments »

    ชน 3 ศพ วีออส      ศาล .เชียงใหม่ พิพากษาคดี นักศึกษาสาว เมาซิ่งเก๋งชน ขบวนจักรยาน จนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บนถนนเชียงใหม่ -ดอยสะเก็ด ให้จำคุก 4 ปี สารภาพลดเหลือ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

            เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 31 พ.ค.59 ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาได้ออกบัลลังก์พิจารณาคดีดำที่ 2952/2558  โดยมีพนักงานอัยการ และทายาทเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวภัทร์ชุดา จายเรือน นักศึกษาสาว สถาบันมีชื่อในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่ ได้เมาสุรา แล้วขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ขย 9417 เชียงใหม่ กลับจากไปเที่ยวผับกับเพื่อน พุ่งชนขบวนจักรยาน 2 ล้อ ชมรมจักรยานเสือสันทราย ขณะขับขี่เกาะกลุ่ม ออกกำลังกายกันมาตามถนนสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด จนเป็นเหตุให้ มีคนเสียชีวิตคาที่ 3 ราย ประกอบด้วย นายพงษ์เทพ คำแก้ว อายุ 41 ปี, นายสมาน กันธา อายุ 63 ปี, นายชัยรัตน์ ย่องลั่น อายุ 65 ปี เหตุเกิด เมื่อเช้า วันที่ 3 พ.ค.58 ที่ผ่านมา โดยมีทายาทผู้เสียชีวิต ชมรมเมาไม่ขับ และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ กว่า 30 คนเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษารวมทั้ง นางสาวภัทร์ชุดา จำเลย พร้อมกับญาติและทนายความ ได้เดินทางมาศาลด้วย

ศาลใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษากว่า 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น นายพิริยะ สีหะกุรัง ทนายความฝ่ายโจทก์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษา หลังจากที่อัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ร่วมกับทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย ยื่นฟ้อง นางสาวภัทร์ชุดา จำเลย ในฐานความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มาตตรา 300 และมาตรา 390 และความผิด พระราชบัญญัติการจราจรทางบก 2522 มาตรา 403 อนุ 2 มาตรา 157 มาตรา 1607 ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานพบว่า จำเลยได้ขับรถ ขณะที่มึนเมาสุรา คือมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายวันเกิดเหตุ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่กฎหมายกำหนด และแม้ว่าจำเลยจะเป็นนักศึกษา แต่จำเลยยังขับรถยนต์โดยประมาท ไม่อยู่ในช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้ ในชั้นสืบพยานจำเลย แม้ว่าบวชชี และขอขมาต่อญาติผู้เสียชีวิต และวางเงินบางส่วน ให้กับทายาทผู้ เสียชีวิต รวมถึงบริษัทประกันภัยรถยนต์ ของจำเลย จะได้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และทายาทผู้เสียชีวิตไปบางส่วนแล้วก็ตาม ศาลเห็นว่า เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ของสังคม ศาลจึงไม่รอการลงโทษพิพากษาลงโทษจำเลย ตามความผิดข้างต้น เป็นเวลา 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือ 2 ปี และให้ยึดใบขับขี่จำเลย

ส่วนการฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายของโจทก์ บางรายศาลพิพากษาไม่เหมือนกัน เช่นคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ศาลยกคำร้อง แต่ของโจทก์ร่วมที่ 3 ศาลสั่งให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 1,720,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทหมื่นบาท) และโจทก์ร่วมที่ 4-5 ศาลพิพากษาให้โจทย์ชดใช้ทางแพ่งเป็นเงิน 435,000 บาท (สี่แสนสามหมื่นห้าพันบาท) และศาลเห็นว่า หากโจทก์ และจำเลยไม่พอใจ ในคำพิพากษา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ส่วนจำเลยให้นำหลักทรัพย์มายื่นประกันตัวออกไป

ขณะที่ นายกวิน ชุติมา กรรมการชมรมจักรยาน เพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คดีนี้ ทางชมรมฯ ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ และ สสส. ได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ คำพิพากษาที่ออกมา ทางเราเห็นว่าน่าจะมีโทษที่รุนแรงกว่านี้ เพื่อป้องปรามคนที่เมาสุราแล้วขับรถจะได้หลาบจำ ซึ่งทางชมรมฯและทายาทผู้เสียชีวิต จะมอบหมายให้ทนายความ ยื่นอุทธรณ์ต่อไป.