หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

จ.เชียงราย ล่าจับตาย! แก๊งยานรก

Author by 12/06/15No Comments »

   3    ปะทะเดือด ขบวนการยาเสพติด หลังลอบลำเลียงยาบ้า 6 แสนเม็ด เข้าฝั่งไทยถูกจับกุมได้ 2 พร้อมของกลาง ส่วนที่เหลือเผ่นหนี ตำรวจ ทหารนำกำลังไล่ล่า เกิดปะทะกันสนั่นป่า ผลถูกวิสามัญ ตายเป็นผีเฝ้าป่า 1ศพ ผบก..เชียงราย รุดตรวจสอบและเปิดแถลงข่าว โชว์ผลงานทันที ปปส.ระบุยังมียาบ้าจำนวนมหาศาล จ่อแนวชายแดน เตรียมส่งเข้าฝั่งไทย  ประสานตำรวจ ทหารหาข่าวเข้ม

จากกรณี เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้ร่วมกันจับกุม นายจะนู  ลีจะซี และ นายจะเหมาะ ลาหู่นะ ราษฎรบ้านหินแตก ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง  จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 508,800  เม็ด รถจักรยานยนต์ที่ใช้เพื่อการลำเลียงยาเสพติด 6 คัน ขณะลำเลียงยาบ้าของกลาง มาตามถนนแนวตะเข็บชายแดนไทย -เมียนมาร์ ทางด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง นอกจากนั้นทราบว่า มีผู้ร่วมขบวนการลำเลียงยาบ้าอีก จำนวน 5-7 คนได้พากันหลบหนีไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจได้จัดกำลังออกติดตามไล่ล่า เหตุเกิด เมื่อ วันที่ 11 มิ.ย.58 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ข่าวคืบหน้าการไล่ล่า ขบวนการยาเสพติดรายนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลา 11.00น.วันที่ 11 มิ.ย.58 พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า ได้ติดตามขบวนการลำเลียงยาเสพติดไปในป่าเชิงเขาบ้านจะทอ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง ห่างจากถนนหลักเข้าไปในป่าประมาณ 300 เมตร และเกิดปะทะกันขึ้น ผลปรากฏว่า เครือข่ายยาบ้า ถูกกระสุนปืน เจ้าหน้าที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  หลังจากได้รับรายงาน จึงเดินทางเข้าไป ตรวจจุดเกิดเหตุทันทีพบ ศพเครือข่ายยาบ้านอนตาย สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าลำตัวหลายนัด ตรวจค้นพบแต่ลูกระเบิดขว้างแบบลูกเกลี้ยง M26 ในกระเป๋ากางเกง 1ลูก ในมือถือปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก จึงยึดไว้ และนำศพออกมาจากป่านำส่งเก็บ รพ.แม่ฟ้าหลวง ให้แพทย์ชันสูตร

พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย เผยว่าจากการข่าวความมั่นคง ได้ตรวจสอบพบว่า เส้นทางลำเลียงยาบ้าของกลุ่มมูเซอที่มี นายจะง่อย เป็นหัวหน้าจะใช้วิธีเดินเท้าในป่า สลับกับการใช้รถจักรยานยนต์ เป็นระยะๆในการลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้าไทย โดย ผ่านช่องทางบ้านแม่โจ๊ก เมียนมาร์ -บ้านม้งเก้าหลัง เขตไทย  เข้ามาในพื้นที่ ต.เทอดไทย ตัดผ่านดอยแม่สลอง เข้าเขตรอยต่อ อ.แม่จัน จ.เชียงราย กับ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จากนั้นข้ามแม่น้ำกก เข้าเขตอำเภอเมืองเชียงราย ในพื้นที่ ต.ห้วยชมภู และเดินเท้าผ่านพื้นที่ อ.แม่สรวย-อ.เวียงป่าเป้า ผ่าน อ.วังเหนือ จ.ลำปาง โดยไปสิ้นสุด และพักยาไว้ในหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอกลางป่าลึกในเขต อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ทหารเคยเข้าไปกวาด ล้าง และเกิดการปะทะกันมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อ วันที่ 3 เม.ย.58  ทหารสังกัดศูนย์ฝึกรบพิเศษค่ายประตูผา จ.ลำปาง ได้รับบาดเจ็บ 3นาย จากการปะทะกันในพื้นที่ ต.ทุ่งผึ้ง

ต่อมา เวลา 09.00 น.วันที่ 12 มิ.ย. 58 ที่ตำรวจภูธร จ.เชียงราย พล.ต.ต.วีรวุฒิ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.เชียงรายร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่2 กองกำลังผาเมือง และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุมยาเสพติด ในพื้นที่ จ.เชียงราย สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก

โดยคดีแรก ที่ อ.แม่ฟ้าหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารได้ร่วมกันจับกุม นายจะนู ลีจะชี และนายจะเหมาะ ลาหู่นะ พร้อมของกลางยาบ้า 508,800 เม็ด โดยจับกุมได้ที่บ้านจะทอ ต.เทอดไทย ขณะกลุ่มผู้ต้องหาใช้รถจักรยานยนต์ 8-10 คัน ลำเลียงยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาผ่านช่องทางบ้านแม่โจ๊กเมียนมาร์ -บ้านม้งเก้าหลัง เขตไทย พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ 6 คัน  ส่วนผู้ที่หลบหนี เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดไล่ล่า จนประทะกันผลปะ ทะ เครือข่ายยาบ้าถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ 1 ราย

คดีที่ 2  พื้นที่ อ.แม่สรวย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารจับกุม นายจะสอ ยะติ และนายจะบือ ยะติ  บนเส้นทางในป่า เขตบ้านพญาโกหา ต.ศรีถ้อย กับ บ้านอะบอโด ต.ท่าก๊อ พร้อมของกลาง ยาบ้า 60,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ ที่ใช้ในการลำเลียง 2 คัน สอบสวนทราบว่า มีผู้ว่าจ้างเป็นเงิน 8,000 บาท ให้นำยาบ้าไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อ.เวียงป่าเป้า

ส่วนคดีที่ 3  พื้นที่ อ.เมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 710,000 เม็ด ในรถปิคอัพมิตซูบิชิ ทะเบียน บษ 8956 เชียงราย ที่บ้านห้วยอ้ม หมู่ที่ 1 ต.แม่ข้าวต้ม หลังมีผู้นำรถมาจอดไว้แล้วหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ จะได้เรียกผู้ถือกรรมสิทธิ์ รถยนต์ มาสอบหาที่มาที่ไปต่อไป

ด้าน นายวิชัย ไชยมงคล ผู้อำนวยการ ปปส.ภาค5 เผยว่า สถานการณ์ยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนือ ขณะนี้ยังน่าจับตามอง และเชื่อว่ายังมียาบ้าจำนวนมากจากแหล่งผลิต ที่รอทะลักเข้าประเทศไทย ปปส.จะได้ร่วมกับตำรวจ และทหาร กองกำลังผาเมือง หาข่าวเพื่อสกัดกั้นและปราบปรามอย่างเข้มข้น ไม่ให้สามารถเล็ดลอดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ.