หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ชาวบ้านจี้ทหารตรวจสอบ ทวงคืนผืนป่า อ.แม่แตงพบปัญหาหนัก ส่วนแม่เหียะดีเดย์ 8 ต.ค.

Author by 5/10/14No Comments »

3        ชาวบ้านตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จำนวนหลายร้อยคนร้องทหารให้ตรวจสอบการบุกรุกป่าถือครองที่ดิน สปก.ในพื้นที่อุทยานศรีล้านนา หลักถูกยืมชื่อครอบครอง แต่ถูกยึดคืน ขณะที่ดร.กมลไชยผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ยืนยันเดินหน้าทวงผืนป่าคืนจากผู้บุกรุกในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 ต.ค.57 ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.8 (ปากกว้าง) ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายเฉลิม เรืองศักดิ์ พนักงานพิทักษ์ป่าที่ ชม.8 (ปากกว้าง)ทำหน้าที่ตรวจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีชาวบ้านได้ร้องเรียน กรณีการบุกรุกเข้าไปครอบครองพื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ตำบลอินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตปฎิรูปจำนวน 48 ไร่ และถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกจำนวน 33 ไร่ 3 งาน 76 ตาราวา

นายเฉลิม เรืองศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาการบุกรุกเข้าไปครอบครองพื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตงนั้น ได้มีชาวบ้านหมู่ 13 ,18 ต.อินทขิล จำนวนหลายรายได้ล่ารายชื่อและได้ร้องเรียนไปยังกรมป่าไม้   และเจ้าหน้าที่ สปก.ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า และยึดครองที่ดิน โดยทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี แต่เมื่อนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้กระทำผิด และทางผู้กระทำผิดได้มีหนังสือ สปก.เข้าไปทำประโยชน์ แต่ชาวบ้านยังคงร้องเรียนอยู่ เนื่องจากพื้นที่ป่าดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานศรีล้านนา

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการประชุมครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 12 ก.ย.54 ได้อนุญาตให้เกษตรกรเข้าไปทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดินตามคณะ อนุกรรมการปฏิรูปที่ดินอำเภอแม่แตงและอำเภอเชียงดาวให้ความเห็นชอบให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินประเภทแปลง เกษตรกรรม จำนวน 62 ราย 72 แปลง เนื้อที่ 898 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา และประเภทแปลงที่อยู่อาศัยจำนวน 648 ราย 679 แปลง เนื้อที่ 420 ไร่ 3 งาน 36 ตาราวาได้มีการประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ผลการอนุญาตให้เกษตรกรรมเข้าทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ โดยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ขณะนั้น เป็นประธานคณะกรรมการปฎิรูปดินจังหวัดเชียงใหม่

อย่างไรก็ตามการบุกรุกเข้าไปทำการครอบครองที่ดินในเขตพื้นที่อุทยานศรีล้านนาจำนวน ประมาณ 80 ไร่ ของกำนันคนหนึ่ง ในขณะนี้ได้มีการร้องเรียนมายังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ สปก. หน่วยงานทหาร ตลอดจนสื่อมวลชนให้มีการเข้าไปทำการตรวจสอบ เบื้องต้นชาวบ้านได้ร้องเรียนผ่านสื่อให้หน่วยงานทหารเข้าไปทำการตรวจสอบหาข้อมูลอีกครั้ง เพราะเหตุใดจึงมีการบุกรุกเข้าไปครอบครองผืนป่าภายหลังถูกยืมชื่อเข้าไปครอบครอง แต่ถูกยึดคืน ดังกล่าว

ด้านดร.กมลไชย คชชา ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16(เชียงใหม่)เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า  ในปีงบประมาณ2558 สำนักฯ ได้จัดโครงการสนองนโยบบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ตามคำสั่งฉบับที่66 ว่าด้วยเรื่องการทวงคืนผืนป่าจากผู้บุกรุกทั่วประเทศโดยจะดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักฯคือที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน แต่เน้นหนักไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผืนป่าตามเป้าหมาย ประกอบด้วยพื้นที่ป่าที่เป็นเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ ทั้งหมดมี 7 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติผาแดง  อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย  ส่วน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีที่  ดอยเชียงดาว แม่เลา แม่แสะ   และอมก๋อย ซึ่งก่อนจะเริ่มโครงการรุกหนักในปีงบประมาณนี้ ทางสำนักฯได้ดำเนินการไปก่อนหน้าด้วยการทวงคืนผืนป่าที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังมาแล้วเป็นเนื้อที่ประมาณ 700ไร่ ดำเนินคดีผู้บุกรุกไปแล้ว 300กว่าคดี และจะดำเนินการปลูกป่าทดแทนบนที่ดินที่ยึดมาประมาณ 300ไร่

สำหรับการดำเนินงานการทวงคืน นั้น ในวันที่ 8 ตุลาคม ทางสำนักฯจะมุ่งไปที่พื้นที่ป่าแม่เหียะ ซึ่งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ขณะนี้ได้ทำหนังสือเชิญ ผวจ.เชียงใหม่ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ เป็นประธานดำเนินการประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองแม่เหียะ  เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน   มีพื้นที่ที่มีปัญหา 146แปลง จะต้องตรวจสอบสิทธิ์ว่าถือครองกันอย่างไร ถ้าไม่ถูกต้องก็ขอเชิญให้ออก ถ้าไม่ออกก็จะต้องดำเนินคดีกันต่อไป

ดร.กมลไชย  คชชา กล่าวสรุปว่า ในปีงบประมาณ58นี้ คาดว่าจะสามารถทวงคืนผืนป่าได้เป็นจำนวนมาก เมื่อทางการได้เข้าไปครอบครองพื้นที่แล้วก็จะดำเนินการปลูกป่าทดแทนต่อไป ส่วนปัญหาข้อกฎหมายนั้น ยึดถือตามนโยบาย คสช.คือ เมื่อตรวจพบว่านายทุนหรือราษฎรบุกรุกโดยมิชอบก็จะต้องให้ออกจากการครอบครองยึดผืนป่ามาเป็นสมบัติของชาติต่อไป แต่ถ้าไม่ยอมออกก็ต้องดำเนินคดีกันไป แต่สำหรับราษฎรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน แม้จะต้องให้ออกเช่นกัน  แต่จะมีการเยียวยาและดูแลช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป.