หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ชาวพื้นที่สูงโวยถูกโพสต์ข้อความกล่าวหาเผาป่า

Author by 29/04/16No Comments »

    2      เป็นเรื่องอีกแล้ว ชาวบ้านพื้นที่สูงไม่พอใจ ผู้โพสต์ข้อความนาม “Oom inthanon”ที่ถูกระบุว่าเป็นข้าราชการระดับบริหารของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พาดพิงเชิงกล่าวหา ตำหนิเรื่องเผาป่าไม่รู้จริง มาเพิ่มเงื่อนไขขัดแย้ง ชาวบ้านยื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรม และขอให้พิจารณาตนเอง กับเรื่องที่ก่อ ด้านประธานมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ วอนอย่าด่วนสรุปโทษแต่ชาวบ้าน หากไม่รู้จริงเพราะจะเพิ่มปัญหามากกว่าการแก้ไข

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.59  นายไวยิ่ง ทองบือ จากมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ เปิดเผยว่า ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องความขัดแย้งกรณีการให้ความเห็นปัญหาการเผาป่าในเวลานี้ เช่นกรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้ใช้นามว่า Oom inthanon ซึ่งพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ได้โพสต์ข้อความและคลิปไฟไหม้ป่าผ่านทางเฟสบุ๊ค พร้อมระบุว่า เป็นฝีมือของคนดอยล้วนๆ ประกอบกับการอธิบายความ ทำให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ต่างแสดงความไม่พอใจกับเรื่องนี้ว่าเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานและพาดพิงทำให้เสียหาย ทำให้โพสต์ดังกล่าวถูกตำหนิถึงความไม่เหมาะสมหลายร้อยข้อความและมีการแชร์ข้อความ รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวางในทำนองเป็นห่วงข้อพิพาทความขัดแย้งของคนดอยกับคนพื้นราบและการให้ข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้รวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเรื่องนี้ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย.59 ขณะเดียวกันผู้ที่ใช้นามว่า Oom inthanon ก็โพสต์ข้อความขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นและระบุว่าด้วยความเครียดจากการทำงานแก้ปัญหาเฝ้าระวังเรื่องหมอกควันไฟป่า ก่อนที่จะลบข้อความกระทู้ออกไป กรณีนี้ทำให้เป็นห่วงเรื่องความรู้สึกที่อาจเพิ่มเงื่อนไขขัดแย้งใหม่ขึ้น ดังนั้นขอให้ระมัดระวังหากไม่มีหลักฐานหรือมีข้อมูลไม่หมดไม่รู้ก็อย่าได้สรุปรวมจนเป็นความเสียหายหรือกล่าวหาสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีเกิดขึ้น และหากมีคนเชื่อความนั้นจะยิ่งไปกันใหญ่ คนพื้นราบกับคนดอยก็จะเกลียดกันอีก ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงมีอะไรที่ดีๆ มากมาย

กรณีนี้นายไวยิ่งได้โพสต์ข้อความแชร์ร่วมกับเครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง ระบุต่อโพสต์ของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า Oom inthanon โดยระบุว่าคุณเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่นี่มากน้อยเพียงใด การที่คุณ   (Oom inthanon ) ตำแหน่งผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ออกมาโพสต์ข้อความกล่าวหาพี่น้องชนเผ่าแบบนี้มิทราบว่าคุณได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ในพื้นที่อำเภอจอมทองเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่คุณจะมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯที่นี่คุณได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งเพียงใด บทความของคุณหมายถึงคุณกำลังดึงความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกลับมาอีกปะทุอีกครั้งหรือไม่ คุณรู้หรือไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นกว่าที่จะทำให้คลี่คลายระหว่างคนต้นน้ำกับคนท้ายน้ำมีกระบวนการเยียวยาประสานความร่วมมือเป็นเวลายาวนาน โดยผ่านโครงการ JOMPA (Joint Management of Protected areas) มาเป็นเวลานานเกือบยี่สิบปี กว่าคนต้นน้ำปลายน้ำจะเรียนรู้เข้าใจกันมีคณะกรรมการ มีกฎเกณฑ์ข้อตกลงร่วมกันจนเป็นที่ยอมรับกัน ต้องใช้งบประมาณหน่วยงานทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติลงไปมากน้อยเพียงใด

หากเป็นข้อความของชาวบ้านธรรมดาๆเราถือว่ารู้ไม่ถึงการณ์แต่นี่เป็นระดับผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ กลับมีทัศนะคติความคิดที่ลบกับคนท้องถิ่นมากถึงเพียงนี้แล้วคุณจะทำงานกับคนท้องถิ่นได้อย่างไร คุณเชื่อไหมดอยอินทนนท์ ที่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ได้ทุกวันนี้ไม่ใช่คุณหรอกนะ แต่เป็นคนท้องถิ่นที่ได้ดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรจนเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์สมควรได้รับการยกระดับเป็นอุทยานแห่งชาติ    ทุกปีพี่น้องดอย อินทนนท์ทำแนวกันไฟหากมีไฟป่าเกิดขึ้นพวกเขาพากันดับไฟโดยไม่คิดอามิสสินจ้าง ไม่มีค่าตอบแทน ไม่มีค่าเหนื่อย ไม่มีเงินเดือน ไม่มีตำแหน่งให้แก่พวกเขา แต่พวกเขาช่วยกันทำจนเป็นป่าสมบูรณ์ได้ทุกวันนี้ แต่วันนี้คุณโพสต์ข้อความที่จงใจกล่าวหาพี่น้องชนเผ่าที่อยู่บนดอยเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว     คุณสมควรที่จะมาทำหน้าที่เป็น  ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานดอย อินทนนท์อีกต่อไปหรือไม่ เพราะข้อความของคุณทำให้เกิดกระแสความขัดแย้งกลับมาอีกครั้ง เป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอยมีอคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ผมเชื่อว่ามันจะย้อนกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน ก่อนที่คุณจะถูกสังคมพื้นที่ดอยอินทนนนท์ออกมาเคลื่อนไหว ขอให้คุณพิจารณาตัวเองก่อนดีไหมคุณ Oom inthanon

นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลแก่ผู้ที่ไม่เข้าใจด้วยว่า ถ้าเคยไปดอยอินทนนท์ จะไม่เห็นสภาพภูเขาหัวโล้นเหมือนกับพื้นที่อื่นที่ปลูกข้าวโพดโดยทั่วไป ที่นี่มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เรื่องไฟที่ไหม้ป่า ใช่ว่าชาวบ้านนิ่งดูดายไฟไหม้เฉยๆนะครับพวกเขาออกไปช่วยกันดับไฟมีเวรยามเฝ้าระวังไฟป่าไฟไหม้ทุกปีในหน้าร้อน ไฟไหม้ป่าบางกรณีไม่ใช่เกิดจากการเผาเพื่อเผาอย่างที่หลายคนเข้าใจ บางครั้งเกิดจากความประมาทเช่นเผาพื้นที่ทำการเกษตรแล้วเกิดลุกลาม  ซึ่งไม่ได้ตั้งใจแบบนี้ถือว่าเหตุสุดวิสัยแต่ชาวบ้านก็ออกมาดับไฟกัน ถ้าคุณไม่ทราบอาจจะคิดว่าเผาเล่นๆนี่ถือว่าต้องทำความเข้าใจกัน

ไฟไหม้บางกรณีเราไม่ทราบว่าเกิดมาได้อย่างไรใครเป็นคนเผาแต่ไม่ว่าจะเป็นไฟที่เกิดจากความประมาทหรือเกิดจากการเผาของคนบางคนแต่คนทั้งถิ่นไปช่วยกันดับไฟไม่ได้ดูดายเหมือนทองไม่รู้ร้อน บางครั้งไปดับไฟกลับมายังไม่ถึงบ้านปรากฏว่าไฟลุกขึ้นมาอีกทั้งนี้เนื่องจากความลาดชันของพื้นที่เวลาที่ไฟไหม้จะทำให้เศษไม้ขอนไม้ที่ถูกเผาไหม้กลิ้งลงมาจากดอยแล้วเกิดไฟป่าอีก นี่คือความพยายามทุ่มเทแรงกายแรงใจกับรักษาป่าแต่ว่าพวกเขาไม่ได้รับคำชื่นชมจากสังคมแล้วยังไม่พอต้องถูกว่าจากสังคมภายนอกที่เป็นข้อความจากคุณอย่างนั้นหรือประเด็นที่เราพูดถึงคืออำเภอจอมทองเคยมีความขัดแย้งที่รุนแรงมากเกี่ยวกับไฟป่านี่แหละ ตอนนั้นเกิดความขัดแย้งกันระหว่างคนต้นน้ำกับคนท้ายน้ำอย่างรุนแรงเรื่องหนึ่งคือการกล่าวหากันเรื่องไฟป่าจนในที่สุดต้องเพิ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีการท้าไปกินน้ำสาบานกันระหว่างคนที่กล่าวหากับพี่น้องบนดอยในขณะนั้นที่บริเวณวัดพระธาตุศรีจอมทอง แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มากินน้ำสาบาน ชาวม้งกับชาวปกาเกอะญอ ต้องประกอบพิธีสาปแช่งแทนเรื่องนี้สำคัญครับ เป็นประวัติศาสตร์ที่คนทำงานต้องเรียนรู้ศึกษาให้ดีๆ การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอุทยานฯออกมากล่าวหาชาวบ้านตรงๆแบบนี้คนทั่วโลกที่เห็นข้อความของคุณ (Oom Inthanon) เขาเหล่านั้นจะมีความเข้าใจอย่างไร คนรับสื่อก็ต้องเข้าใจตามที่รองหัวหน้ากล่าวหา มองอีกด้านหนึ่งมันก็เสียกำลังใจชาวบ้านเหมือนกันเพราะชาวบ้านเขาก็ตั้งใจทำงานเรื่องป้องกันไฟป่าไม่น้อยไปกว่าคุณที่เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ครับแต่ชาวบ้านเหล่านั้นกลับถูกภาพและคำที่คุณกล่าวหาเขา แบบนี้มันเหมาะสมที่จะเป็นคนทำงาน     ในท้องที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ไหม

คนพูดความจริงย่อมพูดได้ อยู่ได้ สังคมต้องการคนพูดความจริงอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูเหมือนกันว่าพูดแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างไรตามมากับสิ่งที่เราพูดไป ตัวอย่างข้อความที่คุณ Oom Inthanon โพสต์ลงในหน้าเฟสต้องเข้าใจนะว่าไม่ใช่คุยกันแค่สองคนหรือสามคนที่คุยกันนี่ซะเมื่อไหร่     แต่หมายถึงการสื่อสารกับคนอีกไม่รู้หมื่นคนกี่แสนคนที่คนเหล่านั้น    ไม่ได้เห็นภาพรวมของดอยอินทนนท์ไม่เข้าใจบริบทของคนที่นี่เป็นอย่างไร และความจริงที่ไม่ใช่ความจริงนำไปสู่ความเข้าใจสังคมที่ผิดพลาดเป็นความผิดพลาดของคน ทำงานครับ ถือว่าคนพูดต้องรับผิดชอบอย่างน้อยผมเชื่อว่าเขาทำงานกับผู้นำในชุมชนละแวกนี้ไม่ได้แน่นอนถ้าทัศนะคติและมีพฤติกรรมแสดงออกเป็นเช่นนี้กับคนท้องถิ่น แล้วเราต้องการข้าราชการที่ทำงานแล้วมีปัญหากับประชาชนอย่างนั้นหรือ

นายไวยิ่งยังได้บอกเพิ่มเติมว่า วิถีคนชนเผ่าเขาดูแลป่า มีกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เฝ้าระวังติดตามไฟป่า ทำแนวกันไฟ ดับไฟป่า มีปลูกป่า มีกฎระเบียบกำกับดูแล เป็นต้น หากสังคมได้เข้าใจกับบริบทด้านนี้บ้างก็จะดีมาก วันนี้เราต้องเข้าใจและร่วมมือกันไม่ใช่มาด่าหรือกล่าวหากันไปมา จะแก้ไขไม่ได้.