หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ชื่อนชม อส.ฮีโร่! เสี่ยงตายช่วยชีวิตเด็กน้อย

Author by 21/09/16No Comments »

   3     เสียงชื่นชม หนุ่ม อส. ฮีโร่ ลุย น้ำป่าเข้าไปรับผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก  ส่งโรงพยาบาลทันเวลา เจ้าตัวขอบคุณพร้อมยันทำหน้าที่ยามคับขันให้ดีสุดและดีใจที่คนป่วยปลอดภัย พ่อเมืองและหลายฝ่ายชื่นชม สังคมออนไลน์แชร์กระหน่ำ

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2559 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ระหว่างนี้มีเหตุภัยธรรมชาติหลายแห่งหลังจากฝนตกหนักหลายวันทำให้มีน้ำหลาก ดินสไลด์ น้ำเอ่อท่วม กำชับทุกพื้นที่เร่งช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ แต่มีกรณีหนึ่งที่ได้รับรายงานที่ อส.ลุยน้ำไปช่วยเหลือเด็กป่วยจนถึงมือแพทย์และปลอดภัย มีการแชร์ชื่นชมภาพเหตุการณ์ขณะที่ ญาติของ ด.ช.สิทธิ์  เลาหมู่ วัย 11 เดือนที่ป่วยเป็นโรคลมชักกำลังอุ้ม ด.ช.สิทธิ์ ให้กับ อส.อำเภอเวียงแหง ที่กำลังเดินลุยข้ามลำห้วยใกล้กับหมู่บ้านที่น้ำป่ากำลังไหลหลากเพื่อนำตัว ด.ช.สิทธิ์ไปส่งโรงพยาบาลเวียงแหง หลังจากเกิดอาการโรคลมชักกำเริบ จนเด็กปลอดภัย โดย ผวจ.เชียงใหม่ ได้แชร์ข้อความและเหตุการณ์ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของ อส.ให้สื่อและส่วนงานที่เกี่ยวข้องด้วยตนเองด้วยหลังได้รับรายงาน มีการแชร์ภาพเหตุการณ์พร้อมชื่นชม อส.รายนี้กันมาก

โดยกรณีที่เกิดขึ้น นายฉัตรชัย สุวรรณวงศ์ นายอำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่ รายงานว่า หลังทราบเหตุได้สั่งการให้สมาชิก อส. อำเภอเวียงแหง ลงพื้นที่ให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือนบริเวณบ้านห้วยหก หมู่ที่ 5 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง  เดินทางไปรับตัวผู้ป่วยโรคลมชักที่มีอาการหนักทราบชื่อ ด.ช.สิทธิ์ เลาหมู่ อายุ  11 เดือน อยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ที่ 6 บ้านสามหมื่น ต.เมืองแหง เมื่อไปถึงลำห้วยแม่หล่ะ พบว่าน้ำในลำห้วยไหลเชี่ยวกราก รถของญาติผู้ป่วยที่มาส่งไม่สามารถขับข้ามลำห้วยได้ นายปฏิคม  ตระกูลสำราญ  อส.อำเภอเวียงแหง ได้ประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจเดินลุยน้ำป่าที่กำลังเชี่ยวในลำห้วยแม่หล่ะไปรับตัว ด.ช.สิทธิ์ ก่อนที่จะนำตัวไปส่งโรงพยาบาลและถึงมือแพทย์อย่างทันท่วงที ล่าสุด ด.ช.สิทธิ์อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ท่ามกลางความดีใจและโล่งอกของครอบครัวและขอบคุณ นายปฏิคม พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือชีวิตเด็กน้อย

จากการสอบถามนายปฏิคม ตระกูลสำราญ  อส.อำเภอเวียงแหง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้อาการของ ด.ช.สิทธิ์ ได้กำเริบ โดยญาติของผู้ป่วย ได้ขับรถมาจากหมู่บ้านอยู่ห่าง จากโรงพยาบาล 25 กิโลเมตร เมื่อขับมาประมาณ 20 กิโลเมตรพบว่า สะพานข้ามลำห้วยแม่หล่ะ ที่ชำรุดมาหลายปี ประกอบกับมีน้ำป่าไหลหลาก ไม่สามารถขับรถข้ามลำห้วยได้ จึงประสานขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นอาการของ ด.ช.สิทธิ์ ค่อนข้างหนัก จึงประเมินความเสี่ยงของน้ำลำห้วยแล้วตัดสินใจเดินข้ามลำห้วย เพื่อไปรับตัวผู้ป่วยนำไปส่งที่โรงพยาบาล โดยมองถึงชีวิตคนเป็นหลัก หลังจากที่ทราบข่าวว่า อาการของ ด.ช.สิทธิ์ ปลอดภัยแล้ว รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก             ทั้งนี้การตัดสินใจยามคับขันต้องอาศัยประสบการณ์ด้วย หากสถานการณ์ไม่เป็นที่วางใจ ต้องตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของผู้ถูกช่วยเหลือ ตนทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องขอบคุณคำชื่นชมและกำลังใจต่างๆ เราไม่ได้คิดว่าทำเพื่อสิ่งเหล่านี้ ทำเพื่อช่วยชีวิตของคนในยามฉุกเฉินในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุดเท่านั้น.