หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ด.ต. ปืนโหด ยิงเผาขนเพื่อนสาวดับหน้าค่ายสฤษดิ์เสนา

Author by 17/02/17No Comments »

  3     สุดอุกอาจ ดาบตำรวจ จ่อยิงเผาขนเพื่อนสาวตายคารถเก๋งหน้าค่ายทหาร คาดปัญหาส่วนตัวและปมชู้สาว ออกกจากร้านอาหารขับรถจี้ปาดหน้า สาวหวังพึ่งทหารพุ่งรถไปจอดหน้าค่าย ดาบตำรวจ เดินตามมาที่รถพูดจาข่มขู่มึงไม่เคลียร์กับกูใช่ไหม มีอะไรให้ไปคุยกันที่บ้านแต่สาวไม่ยอมพูดคุยด้วย และไม่ยอมลงจากรถ กลับไปเอาปืนในรถจ่อยิงหลายนัดจนสาวแน่นิ่ง ท่ามกลางทหารที่เห็นเหตุการณ์อยู่หลายคน ก่อนหลบหนีไปกับความมืด ตำรวจติดต่อประสานผ่านญาติให้เข้ามามอบตัวโดยเร็วที่สุด หวั่นว่าผู้ต้องหาเกิดความเครียด  จนคิดสั้นฆ่าตัวตาย

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 17 ก.พ. ร.ต.อ. สมาน พรมประดิษฐ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าป้อมเวรยามทหารประตูทางเข้าค่ายสฤษดิ์เสนา กรมรบพิเศษที่ 4 ริมถนนเส้นพิษณุโลก – หล่มสัก หมู่ 2 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลวังทอง ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 กำลังตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว ทะเบียน กท8872 นครสวรรค์ จอดอยู่ที่ประตูทางเข้าค่ายทหาร ตรวจสอบที่เบาะนั่งฝั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ช่วยกันนำร่างออกมาชันสูตรพลิกศพนอกรถ ทราบชื่อต่อมาว่า น.ส.กนก สุวรรณนิตย์ อายุ 35 ปี พนักงานหน่วยงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อยู่บ้านเลขที่ 620/7 หมู่ 7 ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สภาพศพสวมเสื้อคลุมสีเหลือง นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณมือขวา หน้าอก หน้าท้อง สีข้างซ้าย-ขวา หน้าขาซ้าย-ขวา รวม 11 แห่ง นอกจากนี้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9มม. ตกอยู่ข้างรถเก๋งจำนวน 5 ปลอก และร่องรอยกระสุนปืนยิงเข้าที่ข้างรถฝั่งขวา 1 รู ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคือ ด.ต.วุฒิกร มหา อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำ สภ.แก่งโสภา อยู่บ้านเลขที่ 152/29 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังก่อเหตุได้จอดรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ – เงิน ทะเบียน กฉ7120 พิษณุโลก ไว้ริมถนนใกล้กับที่เกิดเหตุ   แล้ววิ่งหนีหายไปกับความมืด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังออกค้นหาแต่ไม่พบตัว ต่อมาได้ติดต่อประสานผ่านญาติให้เข้ามามอบตัวโดยเร็วที่สุด เพราะหวั่นว่าผู้ต้องหาจะเกิดความเครียดจนคิดสั้นฆ่าตัวตาย

จากการสอบสวน น.ส.ปัณฑ์รพี  ประวิทย์ชาติ อายุ 49 ปี ให้การว่าตน และ ด.ต. วุฒิกร มหา เป็นเพื่อนกัน ได้ชักชวนไปดื่มกินที่ร้านอาหารแรงเยอร์ เมื่อไปถึงร้านพบว่า น.ส.กนก สุวรรณนิตย์ นั่งอยู่ก่อนแล้ว จึงร่วมนั่งกินอาหารโต๊ะเดียวกัน เพราะ ด.ต.วุฒิกร ก็รู้จัก น.ส.กนก เช่นกัน แต่ตนไม่รู้ว่าทั้งคู่มีความสนิทสนมกันมากแค่ไหน เมื่อกินอิ่มจึงแยกย้ายกันกลับ  โดย ด.ต.วุฒิกร บอกว่าจะเดินทางไป จ.นครสวรรค์ ตนขอกลับบ้านกับ น.ส.กนก ซึ่งทางกลับบ้านทางเดียวกัน แต่ระหว่างทางพบว่า ด.ต.วุฒิกร ได้ขับรถเก๋งตามมาด้วยความเร็ว และขับจี้ด้านท้าย จากนั้นได้ขับรถปาดหน้า ด้วยความกลัวจะเกิดเรื่องร้ายแรง น.ส.กนก ได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจากทหารที่เฝ้าเวรยามอยู่หน้าค่ายค่ายสฤษดิ์เสนา ขณะที่ ด.ต.วุฒิกร ขับรถตามมาทัน จอดรถไว้ริมถนน และเดินตามมาที่รถพูดจาข่มขู่ว่า “มึงไม่เคลียร์กับกูใช่ไหม มีอะไรให้ไปคุยกันที่บ้าน” แต่ น.ส. กนก ไม่ยอมพูดคุยด้วย และไม่ยอมลงจากรถ จากนั้น ด.ต.วุฒิกร เดินกลับไปเอาปืนในรถจ่อยิง น.ส.กนก หลายนัดจนแน่นิ่งไป ด้วยความตกใจตนจึงวิ่งหนีเข้าไปในค่ายทหาร ท่ามกลางทหารที่เห็นเหตุการณ์อยู่หลายคน พยายามเข้าช่วยเหลือ ก่อนที่ ด.ต.วุฒิกร จะวิ่งหนีหายไปกับความมืดและจอดรถทิ้งเอาไว้

ขณะที่ ส.ต.นพเก้า พระทัย เจ้าหน้าที่พลขับ ที่เข้าเวรอยู่หน้าป้อมยาม ให้การเพิ่มเติมว่า ขณะเกิดเหตุยืนเข้าเวรอยู่หน้าค่ายทหารร่วมกันกับเพื่อนอีก 1 คน มี น.ส.กนก ขับรถเข้ามาขอความช่วยเหลือ ซึ่งตนได้สอบถามว่าจะ เข้าไปติดต่อธุระอะไรข้างในค่ายหรือเปล่าตามกฎระเบียบ ทันใดนั้น ด.ต.วุฒิกร ตามมาพูดจาข่มขู่เสียงดังใส่ผู้หญิง ตนพยายามไกล่เกลี่ยให้ใจเย็น แต่กลับเดินไปเอาปืนมาจ่อยิงต่อหน้าต่อตาหลายนัด ตนได้ปัดป้องยื้อแย่งปืนจนเกิดลั่นอีก 1 นัด ก่อนจะวิ่งไปตามทหารอีกจำนวนหนึ่งให้มาช่วยเหลือนำตัว น.ส.กนก ส่งยังโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี และตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าค่ายทหารที่จะใช้มัดตัวผู้กระทำผิด ส่วนประเด็นการสังหารครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากปัญหาส่วนตัวเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือเรื่องชู้สาว ซึ่งจะส่งศพของผู้เสียชีวิตไปไว้ที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช และจะติดต่อให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

110 Total Views 2 Views Today




อัตราค่าโฆษณา


ผู้ปิดทองหลังพระ


childthainews.net


cmmet.tmd.go.th


kadsuankaew.co.th


presscouncil.or.th


สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย