หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ตร.สืบสวนเมืองเชียงใหม่ จับ 3 ยูเครนใช้บัตรปลอมกดเงินตู้ ATM

Author by 30/07/15No Comments »

2            ตำรวจสืบสวนเมืองเชียงใหม่ รวบ 3 มิจฉาชีพชาวยูเครน เข้ามาตระเวนก่อเหตุ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ตระเวนกดเงิน ตามตู้เอทีเอ็ม ในตัวเมืองเชียงใหม่ ลงมือกว่า 162 ครั้ง ได้เงินไป 1.5 แสนบาท รวบตัวได้พร้อมของกลาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผบก..เชียงใหม่ สั่งขยายผลหาเครือข่าย ที่ยังหลบหนีการจับกุมอีกคน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ก.ค.58 ที่ห้องประชุม 1 สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ. จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย   พ.ต.อ.ยุทธชัย พัวประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,พ.ต.อ.มงคล สัมภวผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก. สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.บัณฑิต จิตต์ภาคภูมิ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.นิติพันธ์ สังขกร สว. สส., พ.ต.ต.ฐนศกณ ประมาณ สว.สส., ร.ต.อ.ธนัช ชัยสาร, ร.ต.อ.อนันต์ คำมี, ร.ต.ท. ชัยพล ชัยชนะ,ร.ต.ท.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล รอง สว.สส.พร้อมพวก ร่วมกับ นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน และความปลอดภัย ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมตัว ผู้ต้องหาชาวยูเครน จำนวน 3 คนคือ นายเยฟเฟน โวรอนเซฟ อายุ 36 ปี สัญชาติยูเครน , นายแอนด์เดรย์ เฮอราสเชนโก อายุ 23 ปี สัญชาติยูเครน ,นายเดอมิทโทร คูชิน อายุ 20 ปี สัญชาติยูเครน พร้อม ด้วยของกลาง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 56 บัตร พร้อมกระดาษที่เขียนหมายเลขรหัสกดเงิน ของทุกใบ,.เงินสด 67,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง,พาสปอร์ต จำนวน 4 เล่ม,สมุดโน้ต จำนวน 5 เล่ม,เครื่องคิดเลข จำนวน 1 เครื่อง นำตัวดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันใช้หรือมีไว้ เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นอันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น

ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น เมื่อช่วง 10 วันที่ผ่านมาได้มีกลุ่มคนร้าย     นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมาตระเวนกดเงินสด ตามตู้เอทีเอ็มธนาคารในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยพบว่า มีการกดทุกนาทีกว่า 1,000 ครั้งๆละ 1,000-10,000 บาท ซึ่งประสบความสำเร็จกว่า 162 ครั้ง  โดยได้เงินไปร่วม 150,000  บาท หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้สังเกตเห็นความผิดปรกติ และได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายรายนี้ เป็นกลุ่มชาวต่างชาติ 3 คน มาตะเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ในตัวเมืองเชียงใหม่ และเมื่อตรวจสอบบัญชี ที่มีการกดเบิกเงินไปก็พบว่า ปลายทางบัญชี เป็นของชาวต่างชาติ ทั้งจากประเทศบาลชิล อเมริกา  ฝรั่งเศส อังกฤษ และประเทศแถบเอเชียนับ 20 ประเทศ ทางธนาคาร จึงแจ้งความผิดปรกติ มาให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบก็พบว่า กลุ่มคนดังกล่าว จะทำงานกันเป็นทีม ออกจากที่พัก ย่านถนนหมื่นด้ามพร้าคต ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และจะเดินเท้าเปล่า แยกย้ายกันไปตามตู้ธนาคาร และทำการกดเงิน จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้จุดแรก บริเวณตู้เอทีเอ็ม หน้าร้านสะดวกซื้อ (7-11) ถนนคันคลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และจุดที่สองหน้าตู้เอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์     สาขาตลาดสมเพชร ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเมื่อค้นในตัวผู้ต้องหาแต่ละคนจะพบมีบัตรอีเล็กทรอนิกส์ คนละ 30-40 ใบ พร้อมสมุดจดรหัสต่างๆ จึงจับกุมไว้ทั้งหมด และจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า มูลเหตุคดีนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ตรวจสอบ การทำธุรกรรมทางการเงิน ผ่านตู้เอทีเอ็ม ซึ่งพบมีความผิดปรกติ โดยบุคคลคนเดียวกดเงินจากตู้เอทีเอ็มหลายครั้งติดต่อกัน จึงประสานมายังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ค้นหาตัวผู้ที่มากดเงินโดยอาศัยข้อมูลจากภาพจากกล้องวงจรปิด และสถานที่ตั้งของตู้เอทีเอ็ม ที่คนร้ายใช้กดเงิน จากการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็มพบ กลุ่มคนร้ายได้กดเงินจำนวนทั้งสิ้น 1,000 ครั้ง แต่ประสบความสำเร็จ สามารถนำเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็มได้ จำนวน 162 ครั้ง รวมความเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน 1,580,000 บาท  รายละเอียด และวิธีการในการทำบัตรเอทีเอ็มปลอมนั้น    เจ้าหน้าที่ธนาคาร ไทยพาณิชย์ เผยว่า ผู้ต้องหามีการใช้เครื่องสกิมเมอร์ ไปครอบบริเวณช่องเสียบบัตรกดเงิน เพื่อคัดลอกข้อมูล ของผู้เสียหาย แล้วนำข้อมูลมาใส่บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ที่คน ร้ายได้จัดทำขึ้นใหม่ จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ออกสืบสวน และติดตามตัวกลุ่มคน ร้าย จนในที่สุด และยังมีผู้ต้องหาที่หลบหนีอีกคนชื่อ นายเดอมิทโทร วีลาด อายุ 31 ปี สัญชาติยูเครน ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม

ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เผยอีกว่า จากการตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า แก๊งดังกล่าว เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยเข้ามา จำนวน 4 คน เป็นชาวยูเครนทั้งหมด และแยกย้ายกันทำงานเป็นทีม ออกกดเงินสดตามตู้ต่างๆ พอได้เงิน ตอนค่ำก็จะมีการโอนเงินเข้าบัญชี ชาวยูเครน ที่ประเทศยูเครน ซึ่งคดีนี้ตนได้สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด โดยให้รองผู้บังคับการจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 3 คน เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 1 คน ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจ คนเข้าเมือง ให้ติดตามจับกุมตัวแล้ว และเชื่อว่าเครือข่ายนี้เป็นแก๊งใหญ่ ที่เกี่ยวพันกับแก๊งปลอมบัตรเครดิตที่ จ.ภูเก็ต และพัทยา โดยแก๊งดังกล่าว จะมีการซื้อบัตรอีเล็กทรอนิกส์ มาจากแก๊งใหญ่ ที่ต่างประเทศ และนำมาตะเวนกดเงินจากประเทศต่าง ๆพอได้เงินก็รวบรวมส่งให้เครือข่าย และทำการแบ่งเงินกัน ซึ่งคดีนี้อาจจะมีการประสานหน่วยงานอื่นๆในการดำเนินคดีต่อไป.