หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ตะลึง! ยาบ้าราคาตก ลดฮวบเหลือ 3 เม็ด 100

Author by 11/02/17No Comments »

OLYMPUS DIGITAL CAMERA        ตะลึงยาบ้าชายแดนราคาตกเหลือ 3เม็ด 100 บาท หลังตำรวจพบกลุ่มผู้ต้องสงสัย 4 คน เดินในหมู่บ้าน ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด สอบสวนขยายผลยาเสพติดรับสารภาพซื้อมาจาก ชายชาวมูเซอ ไม่ทราบชื่อ ที่กระท่อมในส่วนข้าวโพดของชาวบ้าน ในราคา 3 เม็ด 100 บาท อีกรายตำรวจกองกำกับการ 2กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค 5 นำกำลังปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลำพูน ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในความคอรบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ชักปืนยิงเพื่อหลบหนี แต่ไม่รอดถูกตำรวจนำกำลังปิดล้อมจับกุม กลัวถูกวิสามัญยอมโยนปืนทิ้งก่อนมอบตัว ถูกรวบดำเนินคดี

พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย รักษาราชการผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร นาหวาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการที่ประสานกับฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ตชด. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ออกทำการสืบสวนหาข่าว ปิดล้อม ตรวจค้นจับกุมผู้ค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน มาโดยตลอด และกำชับให้สายตรวจ   ทำการกวดขันอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณถนนในหมู่บ้านกองผักปิ้ง หมู่ 13 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่พบ กลุ่มคน 4 คน เดินอยู่บนถนนได้ขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบ ยาบ้า จำนวน 2 เม็ด ที่ชายคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า นายปะหา  ยะแส อายุ 28 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 68 ม.13 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว ส่วน อีก 3 คน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่แสดงอาการมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ ขอทำการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นของบุคคลทั้งหมดพบมีสารเสพติดในปัสสาวะผลเป็นบวก ได้นำปัสสาวะไปตรวจยืนยันผลที่ รพ. เชียงดาว ยืนยันพบสารเสพติดในปัสสาวะ ทราบชื่อทั้ง 3 คนคือ น.ส.เจมี่  จะฟะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 262 ม.12 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว นายจะแฮ จะเหมาะ อายุ55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/ช ม.1 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว และนายจะลู จะทอ อายุ 20 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ ม.13 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว ชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่ง พนักงานสอบสวน.สภ. นาหวาย ดำเนินคดี

จากการสวอสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้ง 4 ซื้อยาเสพติดมาจาก ชายชาวมูเซอร์ ไม่ทราบชื่อ สูงประมาณ 160 ผิวคล้ำ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ที่ผ่านมาชายคนดังกล่าวจะอาศัยนอนตามกระท่อมในส่วนข้าวโพดของชาวบ้าน โดยชายคนดังกล่าวจะเข้ามาขายเป็นช่วงๆ ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ซื้อยาบ้ามาเสพในราคา 3 เม็ด 100 บาท

อีกรายเมื่อวันที่ 10 ก.พ.60 เวลา 06.30 น. โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต. จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5,  พ.ต.อ. ณธีพัฒน์ อัครพงศ์ธิติ ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.5, พ.ต.ท.สวัสดิ์ วงค์ชัย รอง ผกก.สส.2 สั่งการให้ พ.ต.ท.นพฤทธิ์ กันทา สว.กก.สส.2, ร.ต.อ.พิสันต์ นันทชัย รอง สว., ร.ต.ต.ไพศาล พูลอุดม รอง สว.ฯ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปาย, สภ.บ้านธิ, กก.สส.3 บก.สส.ภ.5, เจ้าหน้าที่ทหาร และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายธนากร  เลาลี อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 59 ม.3 ต.โป่งสา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามหมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ. 301/2554 ลง 27 ก.ย.2554 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,ร่วมกันพยามยามฆ่า เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการ ปฏิบัติการตามหน้าที่ฯ”    สถานที่จับกุม บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ก่อนเข้าหมู่บ้านขุนห้วยเดื่อ ม.3 ต.โป่งสา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ทำการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านธิ จ.ลำพูน  ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ก่อนการจับกุมเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5,  พ.ต.อ.ณธีพัฒน์  อัครพงศ์ธิติ  ผกก.สส.2 บก. สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า  นายธนากร เลาลี บุคคลที่มีหมายจับได้หลบหนีอยู่เพิงพักไม่มีเลขที่ ก่อนทางเข้าหมู่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ 3 ต.โป่งสา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้วางแผนติดตามจับกุมตัว โดยนำกำลังจำนวนกว่า 10 นาย ดักซุ่มจับกุม กระทั่งในตอนเช้าวันที่ 10 ก.พ.60 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกำลังปิดล้อมเพิงพักไม่มีเลขที่ ดังกล่าว และพบชายไทยอาศัยอยู่ในเพิงพัก ลักษณะคล้ายกับ นายธนากร เลาลี บุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดลำพูน ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการจับกุม โดยได้เรียกชายดังกล่าวให้ออกมามอบตัว แต่ปรากฏว่า นายธนากร ได้ยิงปืนขึ้นจำนวน 1 นัด เพื่อจะเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยิงตอบโต้ ทำให้ นายธนากร เกิดความกลัวจะถูกวิสามัญ ได้ตระโกนร้องขอมอบตัว พร้อมโยนอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ออกมาจำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ล้อมทำการจับกุมตัว นายธนากร เอาไว้ได้ในเวลาต่อมา จากนั้นได้ทำการควบคุมตัวมาสอบสวนปากคำ ก่อนนำส่ง  พนักงานสอบสวน สภ.บ้านธิ จ.ลำพูน ดำเนนคดีตามกฎหมาย.