หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

นครเชียงใหม่ จัด 3.5 ล้าน ให้ทีมงานรักษาต้นไม้ใหญ่ คูเมือง

Author by 8/09/15No Comments »

 ต้นไม้ copy         หมอต้นไม้อาสาเข้าตรวจอาการต้นฉำฉา บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ หลังพบเริ่มมีอาการใบเหลืองและเตรียมยืนต้นตายจำนวนมาก เทศบาลนครฯ รับเร่งแก้จัดงบ 59จัดการดูแลก่อนตายเรียบเพราะกว่า 80% อาการหนัก

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.58 ที่บริเวณคูเมืองด้านหน้าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อ.เมือง เชียงใหม่ นายทัศนัย บุูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารและ นายบรรจง สมบูรณ์ชัย คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและออกแบบสิ่งแวดล้อม ม.แม่โจ้ หมอต้นไม้อาสาชื่อดัง เครือข่ายเขียวสวยหอมเชียงใหม่พร้อมผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบต้นฉำฉาขนาดใหญ่ที่เริ่มป่วยจากการถูกกดทับของซีเมนต์ มีแมลงเจาะ ทำให้เกิดโรค โดยทางหมอต้นไม้ได้เข้ามารักษากำจัดแมลง และทางเทศบาลฯ จะกะเทาะปูนซีเมนต์ออก

นายบรรจง กล่าวว่า จากการสำรวจต้นไม้ใหญ่รอบคูเมืองกว่า 80%  มีปัญหาน่าเป็นห่วงทั้งรากเน่า โคนต้นถูกกดทับ แมลงเจาะ กิ่งแห้ง ขาดน้ำ ขาดอากาศ เพราะขาดการดูแลที่ถูกต้อง เบื้องต้นเสนอให้ทางเทศบาลฯสำรวจสภาพและสุขภาพของต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดในเมือง เพื่อวางแผนบำรุงรักษาอย่างมีส่วนร่วมของขุมชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วนต่อไป

อย่างไรก็ตามการเข้ารักษาต้นฉำฉา สืบเนื่องมาจากการที่โครงการหมอต้นไม้อาสา เครือข่ายเชียงใหม่เขียวสวยหอม และโครงการบิ๊กทรีอินทาวน์ ได้รับการประสานงานจากเทศบาลนครเชียงใหม่ ให้มีการสำรวจสภาพต้นไม้ใหญ่รอบคูเมือง เบื้องต้นพบต้นไม้ใหญ่หลายต้น ส่วนใหญ่เป็นต้นฉำฉาที่อยู่ในภาวะวิกฤติและอาการน่าเป็นห่วงว่าอาจจะยืนต้นตาย เหมือนต้นฉำฉาขนาดใหญ่บริเวณประตูสวนดอก จำเป็นต้องตัดทิ้ง หากไม่รีบฟื้นฟูรักษา ทั้งปัญหารากเน่า โคนต้นถูกซีเมนต์กดทับ แมลงเจาะ กิ่งแห้ง เป็นต้น โดยในโอกาสนี้ทางโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ ที่ดำเนินงานโดยเครือข่ายเชียงใหม่เขียวสวยหอม, หมอต้นไม้อาสา ม.แม่โจ้ และมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ได้ยื่นหนังสือข้อเสนอแนวทางการจัดการต้นไม้ใหญ่ต่อเทศบาลนครเชียงใหม่ ให้กับนายทัศนัย ด้วย

สำหรับแนวทางได้แก่ 1.ให้มีการสำรวจสภาพและสุขภาพของต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดเพื่อวางแผนการฟื้นฟูบำรุงรักษาอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างเร่งด่วน,2.ให้กรณีที่ต้องตัดต้นไม้ใหญ่ ให้มีผู้เชี่ยวชาญ ร่วมวินิจฉัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อการดำเนินการเป็นไปตามหลักวิชาการ และ 3.ให้มีการตั้งคณะทำงานที่มาจากชุมชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ร่วมกันวางแผนและดำเนินงานจัดการต้นไม้ใหญ่ของเมือง ทั้งวางแผนงาน จัดสรรงบประมาณ อบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ทักษะ และมีเครื่องมือที่เหมาะสม รวดเร็ว เพียงพอ เพื่อความสวยงามของบ้านเมืองและความปลอดภัยทั้งต่อต้นไม้ใหญ่และประชาชน

นายบรรจง กล่าวว่า จากการสำรวจรวบรวมข้อมูลต้นไม้ใหญ่โดยร่วมกับชุมชนที่เป็นเครือข่ายนำร่อง ได้แก่ ชุมชนเชียงมั่น,ชุมชนป้านปิง,ชุมชนพันอ้น,ชุมชนพวกแต้ม และชุมชนนันทาราม พบว่าในพื้นที่สี่เหลี่ยมคูเมืองเชียงใหม่ มีต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีไปจนถึงร้อยปีกว่า 500 ต้น ในจำนวนนี้พบว่า มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม เนื่องจากสาเหตุต่างๆ เช่น โคนต้นถูกซีเมนต์หรือยางมะตอยบดทับบริเวณโคนต้น,มีกาฝาก หรือแมลงเจาะกินทำลายเนื้อไม้ เป็นต้น

ที่ผ่านมาทางเครือข่ายได้ให้การช่วยเหลือรักษาไปจำนวนหนึ่งแล้วอย่างเต็มที่ตามกำลังและข้อจำกัด เพื่อพยายามอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่และพื้นที่สีเขียวของเมืองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เทศบาลนครเชียงใหม่ ควรจะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบดูและบริหารจัดการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่และพื้นที่สีเขียวของเมืองโดยตรง เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจน โดยที่ทางทีมหมอต้นไม้อาสา และเครือข่ายพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการทำงานโดยเฉพาะทางด้านวิชาการและองค์ความรู้ต่างๆ อย่างเต็มที่

เบื้องต้นเห็นว่าแนวทางที่ควรจะต้องดำเนินการคือ การสำรวจ และขึ้นทะเบียนพร้อมรายละเอียดต่างๆ ของต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ทั้งหมด จากนั้นวางแผนรักษา เชื่อว่าหากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว จะสามารถช่วยให้ต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่สามารถยืนต้นอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปี โดยที่ไม่ต้องตัดโค่นทิ้งหรือยืนต้นตายไปอย่างแน่นอน

ขณะที่นายทัศนัย เปิดเผยว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ยังขาดแคลนบุคลากรที่ขาดความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาต้นไม้ขนาดใหญ่รอบคูเมืองและในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่ได้รับทราบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ล่าสุดทางเทศบาลนคร เชียงใหม่ ได้มีการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2559 จำนวน 3.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานและรับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยมีการจัดตั้งทีมงานที่มีความรู้เข้ามาทำงาน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58 เป็นต้นไป เชื่อว่าน่าจะทำให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นในการรักษาต้นไม้ใหญ่ของเมืองเอาไว้ได้ พร้อมๆ กับมีการปลูกต้นไม้ใหม่ควบคู่กันไปด้วย เพื่อเป็นการรักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวปอดให้กับเมืองได้อย่างยั่งยืนต่อไป.