หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

นายก ส.ชาวล่าหู่ ขอทราบผลคืบหน้าลูกหลานโดนจับข้อหายาเสพติด

Author by 11/02/17No Comments »

  3              นายกสมาคมชาวลาหู่ภาคเหนือ และ หัวหน้าชนเผ่าลาหู่ เข้าพบนายอำเภอไชยปราการ และ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 ขอทราบความกระจ่างกรณีลูกหลานถูกจับข้อหายาเสพติด ได้รับคำชี้แจงเป็นที่พอใจ

ตามที่ชุดปฏิบัติงานตามนโยบายของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือและกองทัพบก นำโดย พันเอกชัยยันต์  สิรสุนทร ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 ร่วม นายอนวัตร สัตตบุศย์ นายอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ และ กองบังคับการควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง ได้ร่วมกันนำกำลังพลทหารพราน ทหารม้า และ อาสาสมัครรักษาดินแดนไชยปราการ เข้าทำการปิดล้อมหมู่บ้านขบวนการค้ายาเสพติดและแรงงานต่างด้าว ที่บ้านแม่ฝางหลวง หมู่ที่10 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เวลาประมาณ 22.00 น. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา

เมื่อไปถึงบ้านเป้าหมาย กองกำลังได้เข้าไปในหมู่บ้าน และถูกกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านประมาณ 10 คน ต้านและรุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็น อส. รุมซ้อมจนฟันหน้าหักไป 5 ซี่ และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวน 5 คน ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากทหาร และ อส. ทราบชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า อส.ชัยพงษ์ คาบเพชร ทั้งทหาร อส. และ ชุดปฏิบัติการฯ ได้เข้าปิดล้อมหมู่บ้านเพื่อจะตรวจ 5 เป้าหมาย แต่ยังไม่ได้เข้าเพราะมีการปะทะกันก่อน ทางฝ่ายทหารต้องยิงปืนประมาณ 15 นัด ในหลายจุดรวมกัน เพื่อระงับเหตุทำให้เหตุการณ์สงบลง และได้จับกุมผู้ก่อเหตุจำนวน 8 คน ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดจำนวน 6 คน จากนั้นเข้าทำการตรวจค้นบ้าน นายเลาฝา อาจู่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 / 1 หมู่ที่ 10 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในกระป๋องพลาสติกสีขาววางในชั้นวางของในห้องครัว จำนวน 214 เม็ด แต่ นายเลาฝา ไม่รับสารภาพว่าเป็นยาบ้าของตน ซึ่งเรื่องนี้เป็นต้นเหตุของการก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยมีการประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ และได้ตรวจค้นพบปืนในบ้านแต่มีใบอนุญาตจำนวน 2 กระบอก ขนาด 9 มม. และลูกซองเบอร์12 ลูกกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง ได้จับกุมส่ง พ.ต.ท.ไชยา คนชอบพนักงานสอบ สวน รองผู้กำกับสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไชยปราการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ

ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 9  ก.พ.60 นายอนวัช สัตตบุศย์ นายอำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย พันเอกชัยเย็น ศิระสุนทร ผู้บังคับการกองควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 และ คณะทหารใต้บังคับบัญชาอีกหลายนายฯ นายสุพล บุญมิตร ปลัดฝ่ายป้องกัน นายธนภัทร ผัดเวียง นายก อบต.ศรีดงเย็น นายสมเกียรติ อยู่ศิริ กำนันตำบลศรีดงเย็น และ ฝ่ายชาวบ้านแม่ฝางหลวง ม.10  ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ ได้ให้การต้อนรับ นายวุฒิพงษ์ สวรรค์โชติ   นายกสมาคมชาว ลาหู่ภาคเหนือ และ นายบุญแสง ปะหว่า ตัวแทนของชาวบ้านแม่ฝาง หมู่ที่ 10 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับชาวบ้านหญิงชายกว่า 60 คน มานั่งรอฟังผลการประชุม และ ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมเจรจาปรึกษาหารือกัน ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าอำเภอไชยปราการ

นายกสมาคมชาวลาหู่ภาคเหนือ และ หัวหน้าชนเผ่าลาหู่ ได้เรียกร้องกรณีทหาร อำเภอ และอส. ที่ได้จับลูกหลานพวกเขา ประการแรกขอให้ปล่อย และอยากรู้ความกระจ่างเหตุผลที่ลูกๆหลานๆ ถูกจับ นายอำเภอไชยปราการ ได้อธิบายกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เมื่อถูกจับแล้วจะประกันไม่ได้ ผลการเจรจาเป็นไปตามข้อตกลงว่าพ่อแม่ของเยาวชนที่ถูกจับ (ข้อหาเสพยาบ้ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง) ร้องขออยากจะเยี่ยมลูกๆหลานๆทั้ง8 คนได้หรือไม่ พันเอกชัยยันต์ สิรสุนทร ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 อนุญาตให้ไปได้ตามวันเวลาราชการ และต่อจากนั้นจะนำผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ส่งตัวไปบำบัด ถ้าอายุมากกว่า 20 ปี ต้องถูกนำตัวไปดำเนินคดี

ส่วน นายเลาฝา อาจู่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ถูกจับและได้เซ็นลาออกจากการเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไว้ก่อนนั้น จะต้องถูกนำตัวไปส่งที่ศาลดำเนินคดี นายวุฒิพงษ์ สวรรค์โชติ นายกสมาคมชาวลาหู่ภาคเหนือ และ นายบุญแสง ปะหว่า ตัวแทนชาวบ้านแม่ฝางหลวง พอใจและได้พากันกลับ หายข้อสงสัยทุกกรณี การประชุมเจรจาเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 15.00 นาฬิกา

ส่วนกรณีผู้ที่ทำให้ อส.ชัยพงษ์ คาบเพชร บาดเจ็บ ผู้สื่อข่าวไทยนิวส์ ได้สอบถาม นายอนวัช สัตตบุศย์ นายอำเภอไชยปราการ และ พันเอกชัยเย็น ศิระสุนทร ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ อส.ชัยพงษ์ ทุกอย่างและจะสอบสวนกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกจับทั้ง 8 คน เพื่อหาตัวคนที่ทำร้ายร่างกายของ อส. ชัยพงษ์    มาดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อไป.