หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ปชาลุยสุสานหายยา หาตัวการขายศพ

Author by 24/04/15No Comments »

   2             รอง “ปชา” นำกำลังบุกสุสานหายยา หาตัวการขายศพ เจอแต่สามีสัปเหร่อ เจ้าตัวหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว ตรวจสอบใต้เมรุผงะ เจอซากศพเด็ก ยัดถุงดำ 20 ถุง ตำรวจเชื่อมีการดำเนินการ เป็นธุรกิจขายศพ ในขณะที่หัวหน้างานสุขาภิบาล เทศบาลนคร เชียงใหม่ ย้ำมีการยกเลิกเผาศพ โรงพยาบาล และคลินิกนานกว่า 2 ปีแล้ว เชื่อสัปเหร่อส่อพฤติกรรมไม่ถูกต้อง ส่วนศพเด็กที่ขุดขึ้นมา จากใต้ฐานพระพรหม ตำรวจนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจแล้ว

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 5 โดย พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้รับการร้องเรียน มีการนำศพเด็กมาฝังใต้ฐานพระพรหม ภายในวัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ โดยผู้นำศพมาฝังคือ นายเฉลิม ด้วงทอง เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ จึงนำเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปขุด จนเจอศพเด็กถูกฝังจริง จึงส่งให้แพทย์นิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ทำการชันสูตร ขณะเดียวกันตำรวจได้สอบสวน นายเฉลิม ให้การว่า ซื้อซากศพเด็กทารกมาจาก นางบุญ ที่สุสานหายยา ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่  ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ข่าวคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 เม.ย.58 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภาค 5 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจ ภาค 5 ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่      ฝ่ายสาธารณสุขเทศบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยรวมใจ นำกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบที่สุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ และเพื่อติดตามหาตัว นางบุญ ตัวการสำคัญในการนำศพเด็กทารก และชิ้นส่วนศพต่างๆขายให้ เจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายสุทัศน์ เนรมิตร อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นสัปเหร่อ ประจำสุสานหายยา และเป็นสามีของ นางสมบุญ เนรมิตร อายุ 70 ปี ทั้งสองคน มีบ้านอยู่ในสุสานหายยา โดยทราบว่า นางสมบุญ ได้หลบหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว

โดย นายสุทัศน์ นำเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบบริเวณเมรุเผา ที่ 1 และ 2 จากการตรวจสอบใต้เมรุเผาศพพบ ถุงดำ บรรจุชิ้นส่วนศพเด็กจาก รพ.และคลินิกต่างๆ ทั้งในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และต่างจังหวัด กองรวมกันอยู่ ตรวจสอบพบ เป็นเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ มีทั้งซากสายรก ซากเด็กทารกที่ไม่สมบูรณ์ ชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ของศพ ที่กำลังรอการเผา โดยเมรุแรก มีจำนวน 16 ถุงดำ และเมรุที่ 2 มีจำนวน 4 ถุง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมกับแพทย์เวร แผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบชิ้นส่วนในถุงดำอย่างละเอียด และทำการบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปในการเผา

จากการสอบถาม นายสุทัศน์ เนรมิตร สัปเหร่อสุสานหายยาให้การว่า นางสมบุญ ภรรยาของตนได้หลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง โดยคาดว่า จะหลบหนีเรื่องหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ที่เจ้าหนี้ส่งคนตามมาทวง สำหรับซากศพต่างๆ ที่พบจาก รพ.รวมทั้งเรื่องศพเด็กทารก ที่มีการนำมาจำหน่ายให้กับพระสงฆ์ต่างๆ นั้น ตนไม่รู้เรื่องกับภรรยา โดยภรรยาของตนจะเป็นผู้ดำเนินการเอง ทั้งการติดต่อกับพระสงฆ์ หรือการคัดแยกดูศพว่า ศพไหนสมบูรณ์ สำหรับชิ้นส่วนศพที่เจ้าหน้าที่พบในวันนี้ ตนไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร ซี่งมีหลายโรงพยาบาล  และคลินิกที่ส่งมาให้เผา ตนไม่รู้เรื่อง ที่สุสานแห่งนี้มีสัปเหร่อ ด้วยกัน 3 คน รวมตนด้วย ส่วนภรรยาของตน ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน นางนิชาภา จินายะ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลนครเชียงใหม่ ทำหน้าที่หัวหน้างานสุขาภิบาล เทศบาลนครเชียงใหม่ ดูแลสุสานหายยา และสุสานช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การเผาศพแต่ละศพที่สุสานนั้น ทางสัปเหร่อ จะทำเรื่องรายงานมายังตนทุกครั้ง แต่การตรวจสอบวันนี้ และพบซากชิ้นส่วนศพจาก รพ.ต่างๆ และคลินิก ซึ่งทางเทศบาลได้ยกเลิกการรับเผาศพ ให้กับทาง รพ.ไปแล้ว รวมทั้งคลินิกต่างๆ ด้วย แต่ปรากฏว่า ยังมีชิ้นส่วนศพถูกซุกซ่อนรอการเผา ซึ่งไม่รู้ว่าชิ้นส่วนพวกนี้มาได้อย่างไร ทั้งที่ทางสุสาน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ยกเลิกการรับเผาศพให้กับทางโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลอื่นๆ รวมทั้งคลินิกอื่นๆนานกว่า 2 ปีแล้ว  แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ของเทศบาล โดยเฉพาะสัปเหร่อ ซึ่งสุสานหายยามี จำนวน 3 คน ส่อพฤติกรรมไม่ถูกต้องแน่ ก็ต้องมีการตั้งกรรมการสอบในเรื่องนี้ โทษถึงขั้นต้องออกจากงาน และถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีด้วย  สาเหตุที่ยกเลิก เนื่องจากศพโรงพยาบาลแช่แข็งมาก บางทีก็เป็นน้ำแข็ง เป็นน้ำบ้าง ทำให้ เตาเผาเกิดขัดข้องมีปัญหา จึงได้ยกเลิก

ทางด้าน พล.ต.ต.ปชา เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้มา ที่ว่าใต้เมรุจะมีห้อง ซึ่งตรงนี้จะมีไว้เป็นที่เก็บซากต่างๆ ใส่ถุงสีดำ และมีเตาอบเพื่ออบให้แห้ง เพื่อผลิตส่งขาย ซี่งทางเทศบาลนครเชียงใหม่ เองก็ได้บอกว่า ตรงจุดนี้ได้งดรับศพจากโรงพยาบาลมหาราชฯ และ รพ.อื่นๆ ไปแล้ว 2 ปี แล้ว แต่ยังพบถุงดำจาก รพ.ต่างๆ ที่ทางเทศบาลได้ประกาศงดรับศพจาก รพ.ไปนานแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ได้บอกว่า ไม่ถูกต้อง เพราะระเบียบนั้น หากมีการส่งมาเผา ก็ต้องมีการเผาครั้งเดียวให้หมด แสดงว่ามีคนภายในดำเนินการเอง และลอบกระทำอยู่ จนถึงขั้นมีการซื้อขายศพกันเป็นธุรกิจ จุดเริ่มต้นมาจากทางโรงพยาบาลมาสู่สุสาน และหลุดออกไปยังพระหรือพวกที่เล่นคุณไสย์มนต์ดำ

สำหรับการชันสูตรศพ ด.ญ.วันเพ็ญ นั้นขณะนี้พนักงานสอบสวน กำลังรอผล ชันสูตรจากแผนกนิติเวชอยู่ เนื่องจากตำรวจต้องการรู้ว่า ด.ญ.วันเพ็ญ ตายก่อนคลอด หรือคลอดแล้วตาย ซึ่งจะเป็นความผิด ที่จะไปโยงไปถึง นายเฉลิม ด้วงทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ ซึ่งหากคลอดแล้วมาตายภายหลัง นายเฉลิม ก็จะเข้าข่ายซ่อนเร้นอำพรางศพ ปกปิดการเสียชีวิต สำหรับซากศพ ด.ญ.วันเพ็ญ ที่ขุดขึ้นมาจากวัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ เชียงใหม่ นั้นแผนกนิติเวช ได้ทำการตรวจสอบชันสูตรเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรอผล และขณะนี้ตำรวจภาค 5 ได้นำศพ ด.ญ.วันเพ็ญ มาประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดช้างค้ำ หรือวัดเวียงกุมกาม ต.ท่าวังตาล อ.สารภีเชียงใหม่ โดยมีประชาชนที่ทราบข่าว มาร่วมพิธีด้วย.