หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ปลื้มมหกรรมวิทยาศาสตร์ คาดคนเข้าชมเกิน 9 แสน

Author by 28/08/14No Comments »

photo.php             กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับ จ.เชียงใหม่ แถลงผลสำเร็จของการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ครั้งแรกของภูมิภาค เผยมีคนแห่ชมอย่างล้นหลามกว่า 8.5 แสนคาดเกิน 9 แสน แต่ไม่ถึงล้านตามคาดก็ถือว่าประสบความสำเร็จพร้อมนำบทเรียน ปรับแก้ไขปีหน้า ยอมรับมีร้องเรียนเรื่องขายของ-อาหารแพงจริง เตรียมนำบางส่วนไปจัดแสดงไว้ที่ ม.แม่โจ้และสวนรุกขชาติห้วยแก้วด้วย ติงพื้นที่จัดงานกว้างขวางแต่ระบบจัดการจราจรยังเป็นปัญหาสำหรับงานใหญ่  เชื่องานนี้เกิดผลบวกเชียงใหม่อื้อ

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.57 เวลา 14.30 น. รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.เชียงใหม่ และนายสาคร ชนะไพฑูรย์ รอง ผอ. รักษาราชการแทน ผอ. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวความสำเร็จในการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2557 ที่บริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ ระหว่าง 12-28 ส.ค. และเป็นครั้งแรกของการจัดงานในภูมิภาคจากที่เคยจัดแต่ในกรุงเทพฯ โดย รศ.ดร. วีระพงษ์ เปิดเผยว่า ถือเป็นปีที่ 9 แห่งความสำเร็จของการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยปีนี้เป็นการผนึกกำลังร่วมกับ 7 กระทรวง 5 ประเทศ มากกว่า 100 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นครั้งแรกของการเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากกรุงเทพฯ มาเป็นส่วนภูมิภาค มีการประเมินก่อนมาเลือกพื้นที่ทั้งขอนแก่น สงขลา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยมีผู้เข้าชมงานทั้งจาก จ.เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าที่คาดไว้ล้านคน โดยตั้งแต่วันเปิดงานจนถึงวันที่ 26 ส.ค. เป็นระยะเวลา 15 วัน มีผู้เข้าชมงานกว่า 850,000 คน คาดว่า 1-2 วันที่เหลือน่าจะมีมากขึ้นเกือบล้านคนเพราะงานจะยุติแล้วคนจะมากันมากจากเฉลี่ยวันละกว่า 4 หมื่นคน

ทั้งนี้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขอขอบคุณชาวเชียงใหม่ รวมทั้งสถาบันการศึกษา โรงเรียนใน จ.เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ที่ให้ความสนใจเข้าชมงาน อย่างหนาแน่น และหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถ่ายทอดผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบ interactive ที่สร้างความตื่นเต้น สร้างแรงบันดาลใจและความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ และเพื่อการจุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนและผู้เข้าชมงานต่อไป และยังมีโอกาสต่อไปว่าอาจจะกลับมาจัดที่ จ.เชียงใหม่อีกก็ได้

ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า ตลอดการจัดงานมหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้สร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้ครั้งใหม่ให้กับเยาวชนและประชาชนชาวเชียงใหม่ ในรูปแบบแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่มีความตื่นเต้นและความสนุกสนาน   เยาวชนชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงได้สัมผัสกับนิทรรศการแปลกใหม่ เช่น หุ่นยนต์แมมมอธ โครงกระดูกไดโนเสาร์ยาวที่สุดในโลก โรงหนังสี่มิติ และนิทรรศการผลงานความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากมาย ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เป็น talk of the town ของชาวเชียงใหม่อีกครั้ง ทาง จ.เชียงใหม่ จึงขอขอบคุณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งกระทรวงอื่นๆ และหน่วยงานต่างๆ ที่มอบโอกาสให้แก่เยาวชนเชียงใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และขอขอบคุณที่คัดเลือก จ.เชียงใหม่ให้เป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้และหวังว่าจะมีโอกาสจัดงานอีก เพราะถือว่าเป็นงานสำคัญที่ให้โอกาสกับประชาชนในพื้นที่มากๆ

ขณะที่นายสาคร ในฐานะผู้ดำเนินการจัดงานครั้งนี้กล่าวว่า  แม้งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะสิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค. นี้แต่ด้วยเสียงเรียกร้องของคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีโอกาสมาชมงานที่ จ.เชียงใหม่ ทาง (อพวช.) จึงได้นำ 2 นิทรรศการไฮไลท์สำคัญของงานปีนี้ไปจัดแสดงต่อที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี คือ นิทรรศการโลกและการเปลี่ยนแปลงและโรงหนังสี่มิติ และนิทรรศการไดโนเสาร์เพื่อให้คนไทยที่พลาดชมได้สัมผัสและเรียนรู้อีกครั้ง โดยจะเริ่มจัดแสดงตั้งแต่เดือน ก.ย. – ธ.ค. เช่น นิทรรศการ Science Idol นิทรรศการมหัศจรรย์แห่งผลึก นิทรรศการ Biomimetics (เทคโนโลยีเลียนแบบธรรมชาติ) จากประเทศญี่ปุ่น ทาง อพวช. จะนำไปพัฒนาต่อและจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ความรู้กับผู้เข้าชมได้ฟรีต่อไป  และยังจะเอาบาวส่วนจัดแสดงโชว์ต่อที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้   และศูนย์เรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใกล้สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ติดสวนสัตว์เชียงใหม่ด้วย

อย่างไรก็ตามยอมรับว่า งานครั้งนี้มีเหตุร้องเรียนเรื่องของการขายของเล่นและอาหารที่แพงเกินควร ตรวจสอบแล้วก็เป็นจริง เช่น ข้าวไข่เจียวราคาจานละ 40 บาท มีการเจรจาแก้ไข รวมทั้งเรื่องการอำนวยการหรือข้อบก พร่องต่างๆ ซึ่งเป็นปกติที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนนำไปแก้ไขปีต่อไป ทั้งการประเมินองค์กรผู้ร่วมงาน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาคือการจราจรที่ค่อนข้างวุ่นวายในการจัดการ สถานที่ใหญ่กว้างขวางแต่ก็เป็นปัญหาได้เช่นกัน ส่วนเรื่องอื่นจะมีการประเมินอีกครั้งหลังเก็บผลสำรวจ 2 พันชุดหลังเสร็จงานจะได้แจ้งอีกครั้งแต่ภาพรวมถือว่าได้เกินเป้าหมาย.