หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมใจร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร

Author by 20/10/16No Comments »

    1      ปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมใจร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วันเพื่ออุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จ        พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมใจแสดงออกถึงความอาลัย และ จงรักภักดีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ อำเภอดอยสะเก็ด ชาวบ้านจุดผางประทีปถวายอาลัย หลายจังหวัด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตั้งจัดย้อมผ้าดำฟรี เปิดสอนทำริบบิ้น หลายหน่วยงานแจกริบบิ้นดำ ตลาดโต้รุ่งเทศบาลนครแม่สอด   จังหวัดตาก  พ่อค้า แม่ค้า จัดอาหารคาว หวาน เลี้ยงฟรี

ที่จังหวัดเชียงใหม่ พระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์กว่า 2,000 คน เข้าร่วมในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมใจแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ณ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อ 19 ตุลาคม 2559

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 พลตรีเกษมสุข ตาคำ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้นำกำลังพลทุกหน่วยในสังกัด พร้อมครอบครัวของหน่วยทหารในค่ายกาวิละ ชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบกที่ 33 ตลอดจนประชาชนชุมชนโดยรอบจัดพิธีทำบุญตักบาตรน้อมเกล้าฯ   ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ หน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 นิมนต์พระสงฆ์สามเณรจากวัดศรีโสดา พระอารามหลวง จำนวน 40 รูปรับบิณฑบาต จากนั้น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้นำกำลังพล พร้อมครอบครัวของหน่วยทหาร นักศึกษาวิชาทหาร ตลอดจนประชาชนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล ณ สโมสรกาสิละ ค่ายกาวิละ

ขณะที่ นางเฉลียว ตาคำ ประธานชมรมแม่บ้าน ทหารบกมณฑลทหารบกที่ 33 ได้นำคณะแม่บ้านมณฑลทหารบกที่ 33 จัดทำริปบิ้นไว้ทุกข์ พร้อมแจกจ่ายให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่    พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระอารามหลวงที่จัดพิธีทำบุญสวดพระอภิธรรมทุกคืน

นอกจากนี้ทาง มทบ.33 ได้กำชับย้ำกำลังพลให้ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในช่วงถวายความอาลัย โดยให้จัดสิ่งของยังขีพและหน่วยแพทย์พยาบาลดูแลสุขภาพ รวมทั้งเครื่องกันหนาวให้ราษฎรผู้ประสบภัย รวมทั้งดูแลปัญหาผลกระทบต่างๆให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการสับเปลี่ยนกำลังพลประจำจุดอำนวยการต่างๆ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายใต้นโยายของ คสช.และรัฐบาลอย่างเคร่งครัดด้วย

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 19 ต.ค.2559 ข้าราชการประชาชนและชาวบ้านบ้านหนองบัวพระเจ้าหลวง ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านพร้อมใจขอทำบุญถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยจุดผางประทีปที่ชาวบ้านได้ทำขึ้นเองในแต่ละหมู่บ้าน เพื่อนำมาจุดถวายอาลัยครบ 7 วัน    ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ข้าราชการประชาชนจะมาร่วมงานจำนวนมาก

นายเฉลิม สารแปง   นายกเทศบาลตำบลเชิงดอย การจัดกิจกรรมในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ที่หนองบัวพระเจ้าหลวงเนื่องจากเป็นพื้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเมื่อปี พ.ศ.2505 กว่า 55 ปีผ่านมาเป็นความปลาบปลื้มของชาวอำเภอดอยสะเก็ด ยังมีอดีตอาจารย์ตามรอยพ่อเก็บภาพถ่ายที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น พร้อมจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ภาพหาชมยากของหนองบัวพระเจ้าหลวงขึ้น

นายเฉลิม กล่าวว่า จากที่ข้าราชการและตัวแทนชุมชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคตครบ 7 วัน ซึ่งพื้นที่หนองบัวพระเจ้าหลวง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่พระองค์ท่านได้เสด็จเมื่อปี  2505   เสด็จพระราชดำเนิน มาประทับเพื่อพักผ่อนพระอิริยาบถที่หนองบัวแห่งนี้ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถและพระราชอาคันตุกะสมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งเดนมาร์ค ประเทศเดนมาร์ค เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2505 ระยะเวลา 55 ปีผ่านมา นำความปลาบปลื้มเป็นอย่างมากของชาวอำเภอดอยสะเก็ด จนกระทั่งพระองค์ทรงพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา 5 ธันวาคม 2540 ได้เปลี่ยนชื่อจากหนองบัว   มาเป็นหนองบัวพระเจ้าหลวง

โดยพิธีทางศาสนา มีพระสงฆ์จากวัดพระธาตุดอยสะเก็ดจำนวน 10 รูป   เจริญ พระพุทธมนต์สดับปกรณ์ทอดผ้าไตรบังสุกุล เจริญจิตภาวนาแผ่กุศลถวายพระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชาวอำเภอดอยสะเก็ดจะสวมชุดดำพร้อมนำผางประทีป จากชาวบ้านทุกคนนับพันๆดวง จุดบริเวณหาดทรายหนองบัวพระเจ้าหลวง สถานที่พระองค์เคยเสด็จเมื่อ 55 ปีผ่านมาเพื่อส่งดวงพระวิญญาณ ของพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เป็นการอุทิศถวายแด่พระองค์ที่ทรงมีเมตตาต่อชาวอำเภอดอยสะเก็ดที่มีเขื่องแม่กวงอุดมธารา และโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้  ที่พระองค์ได้สร้างให้กับประชาชนและชาวอำเภอดอยสะเก็ดได้มีวิถีชีวิตแบบพอเพียงมีน้ำกินน้ำใช้ในปัจจุบัน          (อ่านต่อหน้า 15)

ในหลวง           ต่อจากหน้า 2

ขณะเดียวกันอาจาย์นิทัศน์ จิระอรุณ อายุ 67 ปีข้าราชการบำนาญ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เดินทางมาถ่ายภาพหนองบัวพระเจ้าหลวง โดยมีภาพของพระองค์อยู่จำนวน 3 ภาพ ได้ถ่ายไว้เพื่อเผยแพร่ในเฟสบุ๊ค ให้กับประชาชนทั่วไปได้ชมภาพพระราชกรณียกิจบางสถานที่ไม่มีใครได้เห็นมากหนัก ยอมรับเป็นความเศร้าใจเป็นอย่างมากจากการสูญเสียพระองค์ท่านในครั้งนี้ ก็จะตามรอยเส้นทางของพ่อบางเส้นทางเท่าที่ไปได้มาเผยแพร่ให้กับประชาชนอีกหลายคนที่ไม่เคยเห็นได้ชมกัน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่สะเรียง   นำทุกภาคส่วนบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ ณ วัดจอมแจ้ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นายอดุลย์ นุ้ยภักดี ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ได้เดินทาง เป็นประธาน ใน พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ซึ่งทาง อำเภอแม่สะเรียง ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร(7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร และ นั่งภาวนาจิตเป็นสมาธิ 9 นาที โดยพร้อมเพรียงกัน

ที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ บริเวณ ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี เริ่มเปิดให้บริการย้อมผ้าสีดำฟรีให้แก่ประชาชนในวันแรก ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อใช้สวมใส่ไว้ทุกข์ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่เสื้อผ้าสีดำขาดตลาด และมีราคาแพง ซึ่งตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชนในพื้นที่จำนวนมากต่างเข้ามาใช้บริการย้อมผ้าสีดำและเรียนวิธีการย้อมผ้า ตลอดจนการสอนทำริบบิ้นสีดำ และ รับแจกริบบิ้นสีดำ เพื่อนำมาสวมใส่ ร่วมแสดงความอาลัย ซึ่งทาง กศน.อำเภอแม่สะเรียง ได้เปิดจุดบริการฟรีแก่พี่น้องประชาชนชาอำเภอแม่สะเรียง จำนวน 2 จุด ด้าน นาย พงษ์ศักดิ์ ชัยยา ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า จากการที่เสื้อผ้าสีดำมีราคาที่สูงขึ้นและยังขาดตลาด ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถจัดหาซื้อเสื้อผ้าสีดำได้ ทางพลเอก ดาว์พงษ์รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ กศน. ทั่วประเทศ ดำเนินการจัดสอนและให้บริการย้อมผ้าสีดำฟรีแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีเสื้อผ้าสีดำแต่งกายไว้ทุกข์ เพื่อแสดงความอาลัย ตามระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด ทั้งนี้ ทาง กศน.อำเภอแม่สะเรียง ได้มีการสอนเทคนิควิธีการย้อมผ้าให้แก่ประชาชนอีกด้วย เพื่อนำไปทำที่บ้านเอง รวมทั้งการทำริบบิ้นดำสัญลักษณ์การไว้ทุกข์ สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อรับบริการได้ที่ กศน.อำเภอแม่สะเรียง ได้ทุกวันในเวลาราชการ พร้อมกันนี้ จะได้ขยายการดำเนินการจัดสอนและให้บริการย้อมผ้าสีดำฟรี ตลอดจนการสอนทำและแจกจ่ายริบบิ้นสีดำ ไปยัง กศน.ระดับตำบล ทั้ง 7 แห่ง ในพื้นที่ และจะขยายผลการดำเนินการจัดสอนและให้บริการย้อมผ้าสีดำ ดังกล่าว ไปยังทุกหมู่บ้าน และ ศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา ทั้ง 23 แห่ง ในเขตพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จ.แม่ฮ่อง สอน หรือ กศน. ได้เปิดบริการย้อมผ้าสีดำ และจัดสอนการย้อมผ้า แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี เนื่องจากขณะนี้ เสื้อสีผ้าสีดำ มีราคาค่อนข้างสูงร้านบางแห่งจากราคา150 บาทขึ้นเป็น 250 บาท  ประชาชนบางส่วน ไม่สามารถจัดหามาสวมใส่ในการไว้ทุกข์ได้

โดยนายสุทัศน์  กันทะมา รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ” การเปิดบริการย้อมผ้าสีดำเป็นนโยบายของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่มอบหมายให้สำนักงาน กศน.ทั่วประเทศได้เปิดดำเนินการเพื่อต้องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้ได้มีโอกาสถวายความอาลัยและไว้ทุกข์แก่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดรายจ่ายแก่ประชาชนแล้ว  ยังเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุยเดช มาใช้ให้เกิดประโยชน์

ทาง กศน. จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดบริการย้อมผ้าสีดำแก่ประชาชนฟรี จนถึงขณะนี้มีประชาชนนำเสื้อมาทำการย้อมสีดำกับทาง กศน.แล้วประมาณ 130 ผืน   ส่งผลทำให้สีย้อมผ้ามีราคาสูงขึ้นตามไปด้วยจากราคาซองละ 5 บาท ขึ้นเป็น 20 บาท ขณะนี้เริ่มขาดตลาดแม่ฮ่องสอน ทาง กศน. จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องสั่งซื้อที่ จ.เชียงใหม่

โดยประชาชนที่สนใจ สามารถนำ เสื้อผ้า ทั้งฝ้าย หรือผ้ายึดสีอื่นๆ มารับบริการย้อมผ้า หรือเรียนเทคนิควิธีการย้อมผ้า ได้ที่ กศน. จังหวัด แม่ฮ่องสอน / กศน. ตำบล และอำเภอ ทุกแห่ง

เมื่อเย็นเวลาประมาณ 16.30 น. ที่ผ่านมา กำลังพลทหารพราน พร้อม แม่บ้านทหารพราน ได้ออกแจกจ่ายริบบิ้นสีดำให้กับประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของ บริเวณกาดนัดวันพุธ หรือ ตลาดนัดวันพุธ ซึ่งทางกลุ่มแม่บ้านและกำลังพลได้ทำริบบิ้นดำ ออก แจกจ่ายทั้งให้พี่ประชาชน ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง ด้าน พันเอกภาส วงศ์สาระภี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผยว่า ทางกลุ่มแม่บ้านทหารพราน ร่วมกับ กำลังพลทหารพราน ที่ 36 ได้ช่วยกันทำริบบิ้นสีดำขึ้น เพื่อนำออกแจก ให้กับประชาชนคนที่มีเสื้อดำไม่เพียงพอหรือไม่มีเสื้อดำในการสวมใส่เพื่อถวายไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยได้ทำออกแจกจ่ายไปกว่า 1 พัน ชิ้นตามหมู่บ้านสถานที่ต่างๆ สำหรับใส่ถวายความอาลัย โดยการนำริบบิ้นสีดำมาติดที่แขนเสื้อข้างซ้ายเหนือข้อศอกขึ้นมา กับเสื้อสีขาว สีเทา หรือโทนสีเข้ม เท่าที่หาได้ ขอให้สุภาพเรียบร้อยเหมาะสม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่ฮือฮาภายหลังในโลกออนไลน์มีการแชร์รูปภาพพ่อเฒ่าชาวเขาเผ่ามูเซอแดงหรือเผ่าลาหู่คนหนึ่ง ซึ่งระบุชื่อพ่อเฒ่าแสนคำลือ หรือนายแสนคำลือ สิทธิพรคำลือ เป็นผู้ใหญ่บ้านแอโก๋แสนคำลือ ขณะนั้นอายุ 70 ปี ได้ทรงให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประทับนั่งบนหลัง เพื่อไม่ให้ลำบากในการเดินทางบนดอยในถิ่นทุรกันดาร เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินประพาส ที่หมู่บ้านแอโก๋แสนคำลือ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่อง สอน เมื่อปี 2513   ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงปรบพระหัตถ์ สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้ที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จในขณะนั้นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีภาพที่พ่อเฒ่าแสนคำลือ นั่งดื่มเหล้าดองยากับพระองค์แบบประสาชาวบ้าน ขณะพระองค์เสด็จพ่อเฒ่าแสนคำลือได้ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปเที่ยวที่บ้านของตนเอง จากนั้นนำเอาเหล้าดองยากระดูกเสือมาให้พระองค์เสวย และพระองค์ได้ตรัสว่าถ้าพ่อเฒ่าแสนคำลือดื่มได้ พระองค์ก็ดื่มได้จากนั้นก็ยกชูแก้วขึ้นดื่มไปพร้อมกัน หลังจากนั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จก็ดื่มเหล้ายาดองด้วยจนหมดขวด  พร้อมกันนี้ยังมีภาพที่พ่อเฒ่าแสนคำลือเต้นรำประจำเผ่า ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทอดพระเนตรต่อหน้าพระพักต์อีกด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันพ่อเฒ่าแสนคำลือ ได้เสียชีวิตไปได้ 30 กว่าปีแล้ว

โดยทั้ง 3 รูปภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับพ่อเฒ่าแสนคำลือถูกแชร์ให้ชาวเน็ตในจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะชาว อ.ปางมะผ้า ได้เก็บภาพความทรงจำดังกล่าวไว้   เพื่อระลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงเป็นกันเองกับราษฎรชาวไทยภูเขาในถิ่นทุรกันดาร

อุตรดิตถ์

เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 19 ต.ค. 59 ที่ศาลาการเปรียญวัดคลองโพ พระอารามหลวง ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจและพลเรือนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มี พล.ต.ทวีศักดิ์ วินิจสร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่    35  พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนนท์  ทันตพงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด พ.อ.สุรพงษ์  ดอกไม้ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 นางเนาวรัตน์ เอกภาพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.อ.ปฐวี  ศรีสุข ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 2 พ.ท.อนุวัธ ปัญญานันท์ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 7 ดร.สุรชัย มณีประกร ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยกำลังพลทหาร ตำรวจและข้าราชการพลเรือน จำนวนกว่า 700 คน เข้าร่วมพิธีเมื่อประธานมาถึงได้จุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัยและจุดบูชาเครื่องทองน้อยกราบถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ และพระภิกษุสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ประธานทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์

นายสมลักษ์  ยกน้อยวงษ์  นายอำเภอน้ำปาด พ.ท.อนุวัช ปัญญานันท์  ผบ.ม.พัน 7 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อำเภอน้ำปาด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น  ร่วมจัดกิจกรรมบันทึกข่าวสารคดี บุคคลอำเภอน้ำปาด ที่อดีตเคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์และกองพันทหารม้าที่ 7 ลงพื้นที่ห่วงใยประชาชนที่เครียด จากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ต.ค. 59 โดยการนำของ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์  นายอำเภอน้ำปาด พ.ท.อนุวัช ปัญญานันท์  ผบ.ม.พัน 7 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อำเภอน้ำปาด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น  ร่วมจัดกิจกรรมบันทึกข่าวสารคดี บุคคลอำเภอน้ำปาด ที่อดีตเคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช        ที่ บ้าน”นายปลื้ม นวลวิไล” ชุมชนบ้านลุ่ม  หมู่ที่ 4 ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์รวมทั้งร่วมจัดกิจกรรมพบปะกลุ่มเสี่ยงบุคคลที่เคยรับเสด็จและเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อปฏิบัติการด้านจิตวิทยา พร้อมทั้งมอบริบบริ้นสีดำ และแจกยาคลายเครียด รวมทั้งย้อมผ้าดำให้กับชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหาเสื้อผ้าสีดำขาดตลาดและราคาแพง

พิษณุโลก

เย็นวันนี้ (19 ต.ค.59) ที่วิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้าและประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในพิธีแม่ทัพภาคที่ 3 ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย หน้าหลวงพ่อพระพุทธชินราช และจุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปสวดพระพุทธมนต์  ประธานและผู้เข้าร่วมในพิธีทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานถวายเครื่องไทยธรรมกรวดน้ำ จากนั้นพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถา

ทั้งนี้ พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช กำหนดจัดขึ้น ในวันที่ 19 ตุลาคม 2559 จากนั้น จะมีพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 27 ตุลาคม 2559 และพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ครบกำหนด 50 วัน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 โดยได้กำหนดจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

“แม่แดง”  นางจุฑาทิพย์  สิทธิวงศ์  วัย 75 ปี  ได้เล่าถึงความปลื้มปิติ ขณะได้มีโอกาสถวายงาน รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วยการอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาขับร้อง  โดยมีพระองค์ท่าน ทรงแซกโซโฟน” เมื่อปี พ.ศ.2506-2507 “แม่แดง”  เป็นชาวพิษณุโลกโดยกำเนิด เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ก็สามารถสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเมื่อได้เข้าไปเรียนก็มีโอกาสได้ร่วมวงดนตรี KU BAND และเมื่อแม่แดง ศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัย  ปีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาทรงปลูกต้นนนทรี จำนวน 9 ต้น ณ บริเวณสระน้ำ ด้านหน้าอาคารหอประชุม และพระราชทานต้นนนทรีเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และในคราวเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า ฯ ให้ นิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า รวมทั้ง คณาจารย์เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ ทรงปลูกต้นนนทรีเรียบร้อยแล้ว ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ได้เสด็จ ฯ เข้าสู่หอประชุม เพื่อทรงดนตรีร่วมกับ วง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งมีอาจารย์ และศิษย์เก่า ของ มก . รวมอยู่ด้วย ได้แก่ อ.ระพี สาคริก และ นาย อวบ เหมะรัชตะ ซึ่งในการทรงดนตรี  ”แม่แดง” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์  ”อาทิตย์อับแสง”  และ เพลง “แก้วตา ขวัญใจ” มาขับร้อง  โดยมีพระองค์ท่าน ทรงแซกโซโฟน ร่วมกับนักดนตรีท่านอื่น ๆ

“แม่แดง” ยังได้กล่าวอีกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ท่านทรงเป็นทุกอย่างของชีวิต  พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับพสกนิกรทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใคร พร้อมทั้งกล่าวว่า ตลอดชีวิตของ “แม่แดง” มุ่งมั่นที่จะทำตามรอยพระยุคลบาทตลอดไป

เมื่อวันที่ 18 ต.ค 2559 ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดพิษณุโลก นายนิรันดร์ ภัทรจามร หัวหน้าแผนกรับฝากไปรษณีย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า แสตมป์ชุดนี้ปกติจะมีหลายชุดที่มีหลักๆ จะมีชุดโครงการ “ชั่งหัวมัน” ตามพระราชดำริ และแสตมป์สะสมเป็นดวงที่มาวางจำหน่าย แต่ปรากฏว่าภายหลังจากประชาชนทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนสนใจมาสั่งซื้อแสตมป์ดังกล่าวเยอะมาก จากสต็อกที่ทางไปรษณีย์จังหวัดพิษณุโลกจำหน่ายอยู่ ขายหมดเลย จะเหลือเท่าที่เห็นอยู่เพียงเล็กน้อย ที่มีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้มีแสตมป์ในหลวงทรงพระมาลาสำหรับติดซองจดหมายทั่วไป ราคาตั้งแต่ 1-3 บาท และแสตมป์ในหลวงพร้อมกรอบรูป ราคา 599 บาท และ ราคา 199 บาท อีกเพียงเล็กน้อย ขณะนี้ได้สั่งแสตมป์สะสมไปยังไปรษณีย์ส่วนกลางแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดจำหน่ายได้ประมาณสัปดาห์หน้า หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดพิษณุโลกที่หมายเลขโทรศัพท์ 055-258013

ตาก

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา  ที่ตลาดโต้รุ่ง เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก  พ่อค้า แม่ค้าตลาดโต้รุ่งแม่สอด เขตเทศบาลนคร แม่สอด ที่จำหน่ายอาหารต่างๆ ในตลาดโต้รุ่ง ได้รวมตัวกัน จุดเทียนถวายแด่ในหลวง เพื่อน้อมสักการะพระวิญญาณพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย และจัดทำอาหารคาว หวาน กับข้าว เลี้ยงพี่น้อง คนจนชาวแม่สอด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งการเลี้ยงครั้งนี้มีประชาชนที่เดินทางไปมา เข้ารับอาหารไปรับประทานอย่างต่อเนื่อง ทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจนล้นตลาดโต้รุ่ง

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นความร่วมมือร่วมใจกัน จัดทำอาหารฟรีเลี้ยงแก่คนแม่สอด และพ่อค้า แม่ค้า.ขอยืนยันว่า พ่อค้า แม่ค้าคลาดโตรุ่งแม่สอดมีความตั้งใจ ที่จะถวายเป็นพระกุศลแก่พ่อหลวงของเราและ จะรักพ่อหลวงของเราตลอดไป

น่าน

ประชาชนชาวน่านได้ร่วมกันจัดรูปขบวนเป็นรูปริบบิ้นสีดำและตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า น่าน “NAN” เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลากลางจังหวัด

วันที่ 19 ต.ค.2559  เวลา 14.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ นำหน่วยงานราชการ พ่อค้าประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ ร่วมแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงความอาลัยแด่     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ ณ ลานด้านหน้าศาลากลางจังหวัดน่าน (หลังใหม่) ซึ่งประชาชนชาวน่านได้ร่วมกันจัดรูปขบวนเป็นรูปริบบิ้นสีดำและจับรูปแถวเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า น่าน “NAN” โดยมีทีมงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT ) เชียงใหม่ กรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินการบันทึกเทปโทรทัศน์ดังกล่าวเพื่อนำไปออกอากาศในห้วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แพร่

เมื่อคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2559 จังหวัดแพร่ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธี โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่    นางชุลีภรณ์  สารากิจ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนในจังหวัดแพร่ ร่วมพิธี ณ ศาลาพุทธสถาน วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่มีพระราชเขมากร เจ้าคณะจังหวัดแพร่.แพร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เรื่อง “ทศพิธราชธรรม 10 ประการ” มีผู้ร่วมงาน ประมาณ 1,500 คน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวจากจังหวัดแพร่เดินทางไปยังร้านโยโยเครื่องเงิน ตั้งอยู่เลขที่ 159/1 หมู่ 6 บ้านโป่งศรี ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมือง จังหวัดแพร่พบกับนายถวิล เป็งวงศ์ อายุ 66 ปี เจ้าของและผู้จัดการอดีตที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น ด้านหน้าเปิดจำหน่ายเครื่องเงิน สร้อย แหวน กำไล เข็มขัด ของใช้จิปาถะ  ตัวบ้านหลังใหญ่ได้ใช้เป็นสถานที่เก็บสิ่งของเครื่องใช้โบราณ จำพวกขัน สลุง นาฬิกาโบราณ และจำพวกเหรียญโดยจัดเก็บใส่ไว้ในตู้ปิดกุญแจอย่างแน่นหนา คล้ายๆกับพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆมีจำนวนหลายตู้

นายถวิล เล่าว่าอาชีพของตนนั้นประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า ของโบราณมาตั้งแต่เป็นหนุ่มๆประมาณระยะ 10 กว่าปีมานี้ ได้เริ่มสะสมเหรียญ เป็นเหรียญที่ระลึก เหรียญกระษาบป์  ธนบัตร โดยจะเน้นไปที่เหรียญที่สร้างในวาระต่างๆเกี่ยวกับในหลวง ตนจะมีแทบทุกชนิด แม้แต่เหรียญที่ทำด้วยทองก็มีหลายเหรียญ  เหรียญเงินก็มีมาก คาดว่าจะมีประมาณแสนเหรียญส่วนมูลค่านั้นไม่สามารถประเมินได้  อย่างเช่นเหรียญบาท เหรียญ 5 บาท ที่นักสะสมต้องการก็ มีเป็นจำนวนมากยังไม่ได้แยกไว้ ตนตั้งใจว่าจะเก็บไว้เพื่อเป็นการเทิดทูนในหลวง ซึ่งพระองค์ได้อุทิศตนเพื่อประชาชนคนไทย เราซึ่งเป็นคนไทยก็ควรเทิดทูนพระองค์ไว้ เหรียญบางเหรียญมีคนมาให้ราคาสูงมากตนก็ไม่ขายจะเก็บไว้บูชาจนกว่าชีวิตจะหาไม่

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังไร่นาสวนผสมของนายบุญเย็น เขื่อนแก้ว อายุ 72 ปี บ้านเลขที่56 หมู่ 9 ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่  เป็นราษฏรจังหวัดแพร่ ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดเบื้องยคลบาทในหลวง คราวเสด็จจังหวัดแพร่เยี่ยมเยียนราษฆรเมื่อปี พ.ศ.2523 โดยนายบุญเย็น มีรูปในหลวงขณะทรงมีปฏิสันถารกับของราษฎรที่เข้าเฝ้า

นายบุญเย็น เล่าด้วยน้ำเสียงตื้นนตันใจว่า เมื่อปี พ.ศ.2523 ขณะนั้นตนมีอายุ 30 กว่า มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ตำบลสวนเขื่อน พร้อมด้วยนายวิโรจน์ เขื่อนแปด กำนันตำบลสวนเขื่อน พร้อมชาวบ้านตำบลสวนเขื่อนหลายคนทราบข่าวว่า ในหลวงเสด็จจังหวัดแพร่ เพื่อไปเยี่ยมราษฏรที่ห้วยเป๊าะ อำเภอสอง พวกตนจึงเขียนฏีกา กัน 4 ฉบับและให้แยกย้ายกันเก็บไว้ ไปรับเสด็จที่สนามบินแพร่ เพื่อนๆที่มีฏีกาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไป ส่วนตน เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจยึด เมื่อในหลวงเสดจผ่านจุดที่ตนนั่งอยู่ ตนได้ถวายฏีกา พระองค์ท่านได้รับฏีกาและพูดว่าจะรับไว้พิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคม ตนดีใจเป็นล้นพ้นอ่างเก็บน้ำแม่แคมเป็นอ่างเก็บในพระราชดำริและจะมีการสร้างในเร็วๆนี้

เมื่อในหลวงสวรรคต ตนมีความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอถวายความอาลัยขอให้พระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย และคนจะนำหลักปัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ไว้เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติและได้ให้ลูกหลานได้นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

เชียงราย

เมื่อวันที่19ตุลาคม59 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่ามีบุคคล วัย82ปีเกษียณอายุราชการ เคยถวายการอารักขาพระองค์ท่าน เมื่อเสด็จมาเยี่ยมราษฏร ชาวอำเภอแม่สาย พบว่าชื่อนายจำลอง ศักดิ์สูง อายุ82ปี ปัจจุบันอาศัย อยู่บ้านเลขที่262 ม.8 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พักอาศัยอยู่กลับภรรยา ชื่อนางดวงใจ ศักดิ์สูง อายุ54ปี  มีบุตร 2 คน

นายจำลอง ศักดิ์สูง หรือที่ชาวอำเภอแม่สาย จะเรียกชื่อท่านว่า ปลัดจำลอง ได้เข้าบรรจุรับราชการ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เมื่อปี พ.ศ.2500 ขณะนั้นอายุได้21ปี  ดำรงตำแหน่งเสมียนปกครอง

ปลัดจำลองเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ.2503 โดยมีนายสำราญ บุษปวนิชย์ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอแม่สายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาเยี่ยมราษฎร ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เป็นครั้งแรก   ตอนที่พระองค์เสด็จมา มีรถขบวนพระที่นั่ง มาจอดที่หน้า ว่าการอำเภอแม่สาย พระองค์ท่านได้ประทับ ยืนที่หน้าระเบียงที่ว่าการอำเภอแม่สาย แล้วโบกพระหัตภ์ ให้ราษฏรชาวแม่สายที่มารอรับเสด็จ และพระองค์ท่านทรงถ่ายภาพราษฎร ของพระองค์ท่านปลัดจำลองยังเล่าอีกว่า เหตุการณ์ในวันนั้น มีเสียงชาวบ้านต่างตะโกน ทรงพระเจริญ และโบกธงไปมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเยี่ยมราษฎรอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเสด็จกลับโดยรถยนต์พระที่นั่ง

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเสด็จมาเยี่ยม ราษฎรชาวอำเภอแม่สาย ครั้งที่2 เมื่อปี พ.ศ.2527 โดยเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ลงที่ดอยผาหมี เพื่อเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผาอาข่า ครั้งนั้นเส้นทางทุรกันดารมาก ไม่สามารถใช้ยานพาหนะได้ ทางชาวเขาเผ่าอาข่าได้นำม้า ที่ชื่อสีมอกมารับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จากที่จอดเฮลิคอปเตอร์ ไปยังบ้านชาวเขาเผาอาข่า ระยะทาง 2 กิโลเมตร และทางชันมาก พระองค์ประทับหลังม้า เสด็จไปจนถึงหมู่บ้านชาวเผาอาข่าผาหมี  พระองค์ได้จิบชาชาวเขา จากนั้นเสด็จกลับ โดยทักข้าราชการที่มาอารักขา  มีปลัดจำลองที่ยืนในแถว พระองค์ทรงตรัสว่า มารอนานรึยัง แล้วแย้มพระสรวล ให้ข้าราชการที่รอรับเสด็จแล้วทรงไปขึ้นเฮลิคคอปเตอร์กลับ

ปลัดจำลองวัย 82 ปีเกษียณอายุราชการ ทุกวันนี้ก็ยังกราบไหว้ พระบรมฉายาลักษณ์ พระองค์ท่าน   ในบ้านก็จะมีพระบรมฉายาลักษ์พระองค์แขวนไว้ทุกที่ภายในบ้าน ปลัดจำลองเล่าถึง เมื่อทราบวันที่พระองค์สวรรคต ตนเองและภรรยาร่ำไห้ โศกเศร้าเสียใจมาก  ปัจจุบันปลัดจำลองดำรงชีวิต ตามแนวพระราชดำริ ทำเกษตรพอเพียง  และอยู่อย่างพอเพียง

ประกาศเทศบาลนครเชียงราย เรื่อง งดการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2559 ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิต-ลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานได้ทราบและถือปฏิบัติตามประกาศสำนักงานนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการพิจารณางดหรือลดการแสดงเพื่อความบันเทิงหรือการจัดงานรื่นเริงต่างๆ ตามสมควร นั้น เนื่องจากห้วงระยะเวลาในการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2559 เป็นช่วงระยะเวลาแห่งการไว้ทุกข์ และถวายความอาลัยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเทศบาลนครเชียงราย จึงของดการจัดงาประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2559 ในทุกกิจกรรม จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2559 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย.