หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ผบช.ภาค 5 นำทีมรุดตรวจ จุด ฮ.ตก หาหลักฐานสำคัญ

Author by 19/11/14No Comments »

1       ผบ.ทบ.เป็นประธานพิธีพระราชทาน น้ำหลวงอาบศพ 9 ทหารกล้า ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด กองทัพเสนอปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น ขอพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่ พล.อ. -พ.ท. พร้อมมอบเงินช่วยเหลือรายละตั้งแต่ 2-6 ล้าน ตามสิทธิของแต่ละบุคคล  ผบ.ตร.สั่งตำรวจควบคุมจุดเกิดเหตุ จนกว่าจะมีคณะกรรมการสอบสวนจะเข้าตรวจสอบ ในขณะที่กองทัพภาคที่ 3 สั่งงด ฮ.212 บินชั่วคราวแล้ว เพื่อตรวจสอบมาตรฐาน และเช็คความปลอดภัย

จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 ของศูนย์การบินทหารบก (ศบบ.) ประสบอุบัติเหตุตก ที่บริเวณบ้านดอกบัว ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา เป็นเหตุให้นายทหาร นักบิน และช่างเครื่องรวม 9 นาย เสียชีวิตทั้งหมด โดยนายทหารที่เสียชีวิตประกอบด้วย  พล.ต.ทรงพล ทองจีน รองแม่ทัพภาคที่ 3,  พ.อ.กิตติ สุวรรณเจริญ รอง ผอ.กกท.ทภ. 3, พ.อ.ยุทธพงษ์ เพื่อนฝูง ฝยย.ทภ. 3 , พ.ท.วุฒิศักดิ์ สุนทรสุข ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายส่งกำลังบำรุง ทภ. 3 , จ.ส.อ.อนันต์ ชมเชียงคำ ชรก.ผยย.ทภ.3 , พ.ท.มานิต สุรเสนา นักบิน,  ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก นักบิน,  จ.ส.อ.อภิรุณ แสนดอนดู่,  จ.ส.ท.สมภพ มาลัยวงศ์ ช่างเครื่อง โดยเหตุเกิดขณะเดินทางออกจาก ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช จ.พะเยา เพื่อจะไปยังค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย เมื่อ เวลา 17.30 น. วันที่ 17 พ.ย.57  ตามข่าวที่เสนอไปนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ เวลา 18.40 น. วันที่ 18 พ.ย.57 ที่วัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขบวนรถนำร่างนายทหารผู้เสียชีวิตทั้ง 9 นาย เดินทางมาถึงวัดคูหาสวรรค์ โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้ตั้งแถวทหารกองเกียรติยศ ต้อนรับอย่างสมเกียรติ จากนั้นกองทหารได้นำหีบบรรจุศพนายทหารทั้ง 9 นาย ขึ้นไปตั้งไว้บนศาลา 1 เพื่อทำพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน ร่วมด้วย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ท่ามกลางญาติ และผู้ที่เคารพนับถือที่ทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก ด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 18- 24 พ.ย.57 และพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 25 พ.ย.57  เวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดคูหาสวรรค์

โดย พล.อ.อุดมเดช ได้พูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินประกันชีวิตให้ในเบื้องต้น และกล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 3 ได้เข้าดูแล และอำนวยความสะดวก ในทุกเรื่องให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต นอกจากนี้กองทัพบกได้ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิกำลังพล การมอบเงินช่วยเหลือ ตามสิทธิของทางราชการ ได้แก่ เงินค่าทดแทน เงินบำเหน็จตกทอด เงินสินไหมทดแทนจากการประกันชีวิต ของกองทัพบก เงินบำรุงขวัญ จากหน่วยงานต่างๆ และเงินสงเคราะห์ฌาปนกิจ เป็นต้น โดยจะได้รับประมาณ 2-6 ล้านบาท ตามสิทธิของแต่ละบุคคล พร้อมกันนี้กองทัพบก ได้ปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น และขอพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งจะได้รับพระราชทานยศสูงขึ้นดังนี้  พล.ต.ทรงพล ทองจีน, พ.อ.กิตติ สุวรรณเจริญ,  พ.อ.ยุทธพงษ์ เพื่อนฝูง,  พ.ท. วุฒิศักดิ์ สุนทรสุข  และ พ.ท.มานิต สุรเสนา จะได้รับพระราชทานยศเป็น”พล.อ., ร.อ.วรพงศ์ ช่างสลัก ได้รับพระราชทานยศเป็น”พ.อ.”  จ.ส.อ.อนันต์ ชมเชียงคำ ได้รับพระราชทานยศเป็น”พ.ท.” จ.ส.อ.อภิรุณ แสนดอนดู่ ได้รับพระราชทานยศเป็น”พ.ต.” และจ.ส.ท. สมภพ  มาลัยวงศ์ ได้รับพระราชทานยศเป็น”พ.ท.” และกองทัพบกจะให้การดูแลครอบครัว ของผู้เสียชีวิตทุกด้านอย่างดีที่สุด

ส่วนการตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อ วันที่ 18 พ.ย.57 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค. 5 พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการภาค 5 และตำรวจภูธรจ.พะเยา ได้เข้าตรวจสอบซากเฮลิคอปเตอร์ รุ่นเบลล์ 212 พบว่า สภาพของเครื่องแตกกระจัดกระจาย เป็นบริเวณกว้างรัศมี 500 เมตร โดยตัวเครื่องหลัก จะอยู่ใกล้ร่องน้ำ ส่วนหางตกอยู่ห่างออกไป 10 เมตร และปีกหมุนอยู่ห่างออกไปอีก 20 เมตร จนไม่สามารถจำสภาพเครื่องเดิมได้

จากการสอบถามรายละเอียดจากชาวบ้านใกล้เคียงทราบว่า  เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ มีเสียงดังผิดปกติ ตั้งแต่ขึ้นบินและเกิดการระเบิด กลางอากาศ ก่อนร่วงลงมากระแทกพื้น และระเบิดซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ ได้มุ่งประเด็นเกิดอุบัติเหตุที่ตัวเครื่อง เพราะสภาพอากาศ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุยังปกติ อย่างไรก็ตาม  ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเฮลิคอปเตอร์ ของทางทหารมาตรวจสอบอย่างละเอียด    เพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง

สำหรับการดูแลพื้นที่เกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้ติดตามและสั่งการให้ พล.ต.ธนยินทร์ เทพรักษา ผบก. ภ.จว.พะเยา จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า  โดยได้ส่งตำรวจมาประจำ 2 ชุด เพื่อดูแลสถานที่เกิดเหตุไม่ให้มีผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คณะกรรมการสอบสวนด้วย

ในวันเดียวกัน    พล.ต.ธนา จารุวัต เสธกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ปกติเฮลิคอปเตอร์เบล 212  มีอายุการใช้งานถึง 30 ปี เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ประจำการกองทัพภาคที่ 3 มีอายุการใช้งาน 20 ปี ยังเหลืออายุการใช้งานถึง 10 ปี ถือว่า เช็คตามวงรอบการซ่อมบำรุงอยู่ตลอดเวลา แต่สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ศูนย์การบินทหารบกได้ลงพื้นที่ และมีคณะกรรมการนิรภัยการบิน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบสาเหตุ และนำชิ้นส่วนไปวิเคราะห์ที่ จ.ลพบุรี พร้อมสอบพยานที่เห็น ฮ.ตก มาวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง  ส่วนกรณีกระแสข่าวว่า เครื่องขัดข้อง ยังไม่สามารถตอบได้ บอกได้เพียงว่า ศพทั้งหมดอยู่ในเครื่อง ฮ.ตกก่อนแล้วเกิดเพลิงไหม้ ยืนยันเครื่องยนต์ไม่ได้ไหม้กลางอากาศ ที่ระยะความสูงประมาณ 300 เมตร หรือ 1,000 ฟุต จากระดับพื้นที่ดิน ถือว่าไม่ได้สูงมาก ฮ.กำลังไต่ระดับ

พล.ต.ธนา เผยอีกว่า ปกติแม่ทัพภาคที่ 3 ก็ใช้เครื่อง เบล 212 ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 มี ฮ.รุ่นเบล ทั้งหมด 3 ตัว ส่วนฮิวอี้ มีจำนวน 5 ตัว ส่วนใหญ่ประจำชายแดน เครื่อง ฮิวอี้ บางลำ มีอายุการใช้งานมากกว่า เครื่องเบล 212 หากหมดอายุศูนย์การทหารบก จ.ลพบุรี ก็เตรียมปลดระวางตามระเบียบอยู่แล้ว

ทางด้าน พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4 เปิดเผยว่า ล่าสุด กองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งงด ฮ.212 บินชั่วคราว เพื่อตรวจสอบเช็คมาตรฐานความปลอดภัย ของเครื่องบิน ทั้งนี้ ฮ. ลำที่เกิดอุบัติเหตุ ได้ใช้งานมาตลอด มีการเปลี่ยนอะไหล่ตามวงรอบ และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น  จำเป็นต้องหาสาเหตุว่า ฮ.ลำนี้เกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่ตรวจเปลี่ยนชิ้นส่วนตามวงรอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ศูนย์นิรภัยการบิน จำเป็นต้องสั่งงด การบินชั่วคราวของ ฮ.ประจำกองทัพภาคที่ 3 ทั้งหมด แต่ไม่ใช่เพราะทหารขลาด ไม่กล้าใช้หรือนั่ง ฮ. แต่ต้องหาสาเหตุเบื้องต้น ให้เป็นไปตามหลักสากล.