หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ผบช.ภาค 5 ปิดผับ ยันผิด-ถูก ว่ากันตามกฏหมาย

Author by 28/11/16No Comments »

 n       รรท.ผบช.5 สั่งปิดผับดังมาลีนสกายแล้ว พร้อมตามจับการ์ดที่รุมสกรัมลูกนายพลบาดเจ็บสาหัส ลั่นใครผิดฟันตามกฎหมายสั่งเช็คกล้องวงจรปิดที่ร้านอ้างเสียจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด ส่วนคนเจ็บยังอาการหนักขอเลื่อนให้ปากคำ ด้านโครงการมาลินพลาซ่าประกาศยกเลิกสัญญาผับดังเช่นกัน ขณะที่ฝ่ายดาราที่ถูกโยงเกี่ยวพันในเหตุการณ์ดาหน้าออกมาปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็น ด้านแม่เหยื่อหัวใจแทบสลาย เผยนาทีได้ยินลูกถูกซ้อมผ่านโทรศัพท์แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เจ้าของร้านออกมาแสดงความเสียใจ ยินดีรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

จากกรณี นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคา วิสันต์ อายุ 23 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนใน จ.เชียงใหม่ เป็นลูกของ พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 จ.น่าน แจ้งความถูกการ์ด ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเข้าไปดื่มที่ร้านมาลีนสกาย จ.เชียงใหม่ โดยเผยเหตุการณ์เบื้องต้นว่าขณะจะเข้าห้องน้ำถูกการ์ด 4 คน กั้นไม่ให้เข้าเพราะดารากำลังใช้บริการอยู่ จนเกิดเหตุโต้เถียงกันเพราะไม่พอใจเนื่องจากเห็นว่าห้องน้ำเป็นสถานที่สาธารณะทำไมจะเข้าไปได้ และอ้างว่าถูกแฟนของดาราสาวคนหนึ่งสั่งให้รุมสกรัมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนั้นมีกลุ่มดารายืนมองด้วยความชอบใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 พ.ย.59 พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท.ผบช.5 เปิดเผยว่า ล่าสุดได้สั่งปิดร้านมาลินสกาย แล้ว หลังเกิดเหตุกลุ่มการ์ดรุมทำร้าย นายอิศราชนุวัฒภ์วรรคาวิสันต์ อายุ 23 ปี ลูกชาย พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 จ.น่าน พร้อมสั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เร่งหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น รวบไปถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุด้วย แต่เบื้องต้นได้รับแจ้งว่ากล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเสีย ไม่สามารถใช้การได้ เรื่องนี้ต้องทำการตรวจสอบเช่นกันว่าเสียจริงหรือไม่ และเสียเพราะอะไร ส่วนจะมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มดารานักแสดง ที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่เชื่อมโยง ยืนยันหากพบใครผิดดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่

ด้าน พ.ต.อ.อดุลย์ สมนึก ผกก.สภ. ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าของพื้นที่เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายตำรวจสามารถควบคุมตัว 1 ในผู้ที่ก่อเหตุได้คือ นายถนอมศักดิ์ พิพัฒน์กิจการ อายุ 43 ปี อยู่ระหว่างดำเนินการสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนกล้องวงจรปิดภายในร้าน ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนตรวจสอบดูว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบใครผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้น พร้อมขอให้ประชาชนเสพข่าวอย่างมีวิจารณญาณ เนื่องจากมีหลายสื่อที่มีการลงข่าวผิดเพี้ยน

ส่วนที่โรงพยาบาลลานนา พ.ต.ท. ถาวร นันติเสน รอง ผกก.สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมพนักงานสอบสวนได้นำ สำนวนไปขอสอบสวนปากคำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อาการของ นายอิศราชนุวัฒภ์ ยังค่อนข้างหนัก ยังไม่พร้อมให้ปากคำ แพทย์ต้องการให้พักผ่อน และรอตรวจอาการบาดเจ็บที่ตา ขอ เลื่อนการให้ปากคำไปก่อน

ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้นำพยานเป็นหญิงสาวที่อยู่ภายในร้านคืนดังกล่าวมาสอบสวน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพของพยานเพราะเกรงจะได้รับอันตราย เนื่องจากก่อนหน้านี้เพื่อนสาวของนายอิศราชนุวัฒภ์ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าเป็นการ์ดของร้านดังกล่าวเข้ามารุมล้อมขู่เอาชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วย    พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 จ.น่าน พร้อม นางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ ภรรยา ได้เฝ้าอาการของบุตรชายอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใย

ต่อมา น.ส.ภาณุมาศ อุดมขันติกุล ตัวแทนผู้บริหาร   โครงการเดอะเชียงใหม่คอม เพล็กซ์ ผู้บริหารโครงการมาลินพลาซ่าที่ร้านมาลินสกายเช่าพื้นที่อยู่ ได้นำกระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม นายอิศราชนุวัฒภ์ พร้อมขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย น.ส. ภาณุมาศ แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิด พร้อมยินดีให้ความช่วยเหลือ หากครอบครัวของ นายอิศราชนุวัฒภ์ ร้องขอ ส่วนพื้นที่ดังกล่าวมีผู้เช่าชื่อ นายธานินท์ เช่าเป็นรายปีเพื่อเปิดเป็นร้านอาหาร แต่เมื่อเกิดการณ์ขึ้นโครงการได้แจ้งขอยกเลิกสัญญาเช่าแล้ว

ด้าน นางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ มารดาของ นายศราชนุวัฒภ์ ได้เปิดแท็บเล็ตโชว์ภาพของชายคนหนึ่งที่ถ่ายภาพคู่กับดาราสาว โดยระบุว่าชายคนนี้เป็นคนที่สั่งให้รุมทำร้ายลูกชายของตนเอง ขณะที่หลังเกิดเหตุตำรวจไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในร้าน แต่ปรากฏว่าเหลือแต่สาย เพราะว่าตัวกล้องทางร้านบอกว่าเสีย อยู่ระหว่างการเปลี่ยน

นางปุนยวัจนา เปิดเผยนาทีลูกชายถูกซ้อมได้รับบาดเจ็บว่า ลูกได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะโทรศัพท์เข้ามาหาว่าได้แวะเข้าไปนั่งดื่มที่ร้านมาลินสกาย และ เกิดอยากเข้าห้องน้ำ เมื่อไปถึงห้องน้ำชายพบการ์ดที่ทางร้านจัดไว้ กั้นไว้ไม่ให้เข้า บอกว่ามีดาราใช้ห้องน้ำอยู่ให้รอก่อน แต่ ณ ตอนนั้นอยากเข้าห้องน้ำมาก เลยมองไปที่ห้องน้ำหญิงเห็นว่าไม่มีใคร จึงเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อออกมาก็ไม่พบการ์ดดังกล่าวอยู่หน้าห้องน้ำแล้ว และเมื่อเดินกลับไปที่โต๊ะพบการ์ดคนดังกล่าว จึงเข้าไปบอกว่า ห้องน้ำเป็นพื้นที่สาธารณะไม่ควรใช้สิทธิ์พิเศษแบบนี้ ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งโต๊ะแล้วสั่งเช็คบิล พร้อมกับโทรหาแม่ว่าจะกลับแล้ว ระหว่างนั้นการ์ดคนดังกล่าวได้เดินไปบอกเจ้าของร้าน

โดยระหว่างที่โทรศัพท์คุยกับแม่ ได้มีการ์ดของทางร้านอีกกลุ่มหนึ่ง เดินเข้ามาล้อมที่โต๊ะ บีบคอ แล้วรุมทำร้ายซึ่งขณะนั้น แม่ยังได้ยินเสียงลูกถูกรุมทำร้าย เชื่อว่าไม่ใช่เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน ต้องมีหลายคน ลูกเล่าให้ฟังด้วยว่า มีน้องเด็กเสิร์ฟ คนหนึ่งได้พยายามดึงการ์ดออกไป 1 คน โดยพยายามห้ามและช่วย แต่ไม่สามารถช่วยได้ ลูกได้พยายามเข้าไปหานักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่นั่งโต๊ะใกล้บริเวณนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่มีประมาณ 10 คน   เพื่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อการ์ดเห็นว่ามีคนมากจึงได้หยุด ต่อมามีคนนำลูกส่งโรงพยาบาล ในระหว่างที่ลูกถูกรุมทำร้ายแม่ได้ยินทั้งหมด คิดถึงใจคนเป็นแม่ว่าต้องได้ยินเสียงคนทำร้ายลูกว่ามันจะรู้สึกยังไง ได้ยินลูกบอกขอโทษ อย่าทำผม แล้วก็เรียกแต่แม่ครับ แม่ครับ ไม่รู้จะช่วยลูกได้อย่างไร ได้ยินเสียงคนพูดกับลูกว่า “มึงตายแน่” ระยะเวลาที่ลูกถูกรุมทำร้ายประมาณ 10 นาที แต่ความรู้สึกของคนเป็นแม่มันยาวนานมาก จนมีอยู่คำหนึ่งลูกคงทนไม่ไหวบอกว่า ผมเป็นลูกทหาร ทั้งที่ลูกไม่เคยโอ้อวด ได้ยินเสียงตอบมาว่า “เรียกมาเลยทหาร เรียกมาตอนนี้เลย”

นางปุนยวัจนา เล่าต่อไปว่า ในระหว่างที่ลูกถูกทำร้าย แม่ทำอะไรไม่ถูก เดินวนไปวนมาคุยกับลูก ในความคิดของแม่ ตามข่าวที่ออกมาว่าดาราเป็นสั่งให้รุมทำร้ายนั้น ลูกไม่เคยพูดว่าดาราเป็นคนสั่ง ไม่ได้พูดว่าดาราเข้ามารุมทำร้าย แต่เป็นกลุ่มการ์ดของทางร้านที่เข้ามารุมทำร้าย ในความคิดของแม่ถ้ากลุ่มดารายังนั่งอยู่ตรงนั้น แม่เองก็ไม่รู้ว่ายังอยู่หรือไม่ ถ้ายังอยู่แล้วไม่คิดจะช่วยเหลือคนที่ถูกรุมทำร้ายเลยหรือ เขาเป็นคนของประชาชน ควรจะดูแลประชาชนด้วยไม่ใช่ให้ประชาชนดูเค้าอย่างเดียว แม่จึงรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้มาก ในความเป็นคนถ้าเห็นคนถูกทำร้าย ด้วยความเป็นคนก็ต้องเข้าไปห้ามปราม ซึ่งกรณีของลูกแม่ ดาราก็น่าจะเห็นว่ากลุ่มที่เข้าไปรุมทำร้ายเป็นกลุ่มการ์ด ก็น่าจะห้ามปรามบ้าง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของดาราที่มีชื่อพัวพันในเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ แถลงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีคนเข้าไปคอมเมนต์ในไอจี แต้วเห็นบ้างค่ะ แต่ไม่ได้รู้สึกอะไร แค่รู้สึกว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะแสดงความเห็น แต่แต้วคิดว่าคือเขาอาจจะไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในตรงนั้น ไม่ได้เป็นแต้ว ไม่ได้เห็นทุกอย่าง มันก็เข้าใจผิดกันได้ วันเกิดเหตุไปนั่งทานที่ร้าน เกือบ 2 ชั่วโมงและก็กลับ ตอนนั้นยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์รุนแรงอะไรทั้งสิ้นเลย และเราเพิ่งมาทราบตอนหลัง ในตอนเช้าว่ามีการชกต่อยทำร้ายร่างกายกัน

นางเอกสาวยังเปิดเผยถึงโลกโซเชียลที่บางคนเข้าไปคอมเมนต์ว่าจะไม่ดูละคร “นาคี” ที่แต้วเล่น อันนี้เรายังไม่เห็น แต่เราคงไปห้ามเขาไม่ได้ แต่แต้วอยากเตือนนิดนึงว่า ถ้าอ่านข่าวอะไร ก็อยากให้ลองฟังความหลายๆ ด้าน เพราะขนาดแต้วเองที่อยู่ในสถานที่นั้นยังรู้ไม่กระจ่างเลย ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลย เพราะเราไม่ได้เป็นคนยืนเห็นทุกอย่าง เราอยู่ที่โต๊ะเราและก็สนุกสนานเฮฮากัน แต่นี่เขาไปฟังความจากตัวหนังสือ จากโซเชียลต่างๆ และมาตัดสิน แต้วว่ามันน่าจะน้อยไปสำหรับการนำมาตัดสินเรื่องอะไร

ด้านพระเอกหนุ่ม หมาก-ปริญ สภารัตน์ ชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ใช้เวลาอยู่ในร้าน 2 ชั่วโมง ไม่มีปัญหาหรือมีเรื่องกับใคร และหากมีเรื่องกับใครจะเป็นคนที่ไปเคลียร์เองไม่ใช้คนอื่น กับข่าวที่เกิดขึ้นตนได้ไปทานข้าวที่ร้านดังกล่าวจริง ร่วมกับทางทีมงานของละครเรื่องรากนครา โดยมีคุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางมาหาที่เชียงใหม่ และทั้งสองท่านเป็นผู้ขับรถไปส่งที่ร้านอาหารให้ด้วยครับ ซึ่งพอไปถึงก็มีพนักงานที่ร้านออกมาต้อนรับ และพาขึ้นไปที่โต๊ะที่อยู่ด้านบน เหมือนปกติเวลาไปทานอาหารตามร้านอาหาร แล้วไปถึงก็นั่งทานข้าวคุยกันสนุกสนานในโต๊ะ แล้วเมื่อคืนทางร้านก็มีคนเยอะ นั่งอยู่สักพัก ผมก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งก็เข้าห้องน้ำเหมือนปกติ มีถามพนักงานว่าห้องน้ำไปทางไหน ทางพนักงานก็บอกทางผม ผมก็เข้าห้องน้ำปกติ พอทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกจากห้องน้ำกลับมานั่งที่โต๊ะ ซึ่งก็ไม่เห็นว่ามีเหตุการณ์อะไรเลย ผมกลับมานั่งที่โต๊ะ ทานข้าว คุยกันเฮฮาเหมือนเดิม

พูดเลยว่าตอนที่หมากออกมาจากห้องน้ำ ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่ว่าคนโวยวาย หรือทะเลาะมีปัญหากัน คือทุกอย่างปกติเลย เราก็กลับมานั่งโต๊ะของเรา ไม่ได้มีอะไร และเมื่อทานข้าวอะไรกันเสร็จ ก็กลับที่พัก แค่นั้นเลย ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครเลย และตลอดเวลาที่นั่งอยู่ที่ร้านประมาณ 2 ชั่วโมง ผมก็ไม่ได้เห็นว่าจะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างที่เป็นข่าวเลย เพราะทุกคนอยู่ที่โต๊ะ นั่งกินข้าว คุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

ต่อมานายธนิน เลิศอำรุงกุล เจ้าของร้านมาลินสกาย แถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนเรื่องความผิดในฐานะเจ้าของร้านรู้สึกเสียใจ วันเกิดเหตุตนไม่อยู่ที่ร้าน พอทราบเรื่องก็รีบไปโรงพัก ส่วนขั้นตอนต่างๆ ขอให้ทนายชี้แจง เพราะพูดไม่ได้จะมีผลทางกฎหมาย โดยตอนนี้ทางโครงการมาลินยกเลิกสัญญากับร้านเรียบร้อยแล้ว ก็คงปิดร้านถาวรเลย พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็คงปฏิเสธไม่ได้ แต่อยากขอความเห็นใจว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ตอนเกิดเหตุมีเพื่อนมาช่วยดูแลร้านให้ โดยรู้สึกเสียใจและพยายามติดต่อผู้เสียหาย แต่ขอให้ทนายดูเรื่องกฎหมายก่อน ที่ออกมาวันนี้เพราะต้องการให้เห็นว่าไม่ได้หลบและพร้อมเผชิญหน้า โดยเดินทางไปโรงพักและยินดีให้ความร่วมมือ น้อมรับทุกอย่าง

สำหรับบอล กฤษณะ แฟนหนุ่มดาราอุ้ม ลักขณา โดยส่วนตัวเป็นเพื่อนรู้จักและเที่ยวด้วยกัน โดยยืนยันตนเป็นหุ้นส่วนร้านเพียงคนเดียว บอลไม่ได้เป็นหุ้นส่วน แต่ยอมรับรู้จักดาราอุ้ม ลักขณาด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดที่เสียนั้น ก่อนหน้านี้ร้านถูกปิดไป 2-3 เดือนและเพิ่งมาเปิด ส่วนกล้องที่เสียเป็นผลจากสภาพอากาศและไฟตกบ่อย โดยแจ้งช่างมาซ่อมแล้วและถอดกล้องไปซ่อมเมื่อประมาณ 2-3 เดือน ยืนยันกล้องไม่ได้หาย ในฐานะเจ้าของร้าน ถ้าอยู่ในที่เกิดเหตุคงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นและรู้สึกเสียใจมาก พอเกิดเหตุขึ้นก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้และพร้อมเยียวยาช่วยเหลือ โดยหลังจากเพื่อนที่ดูแลร้านรายงานเรื่องราวทั้งหมด จึงให้การ์ดเดินทางไปให้ปากคำกับตำรวจ และให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย.

ขอบคุณภาพจาก facebook: พี่เบิ้ม เชียงใหม่