หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ผบ.ตร.ขึ้นเหนือ มอบนโยบายให้ตำรวจภูธรภาค 5

Author by 30/05/15No Comments »

   OLYMPUS DIGITAL CAMERA     ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะเดินทางขึ้นเหนือ มอบนโยบาย การ        ปฏิบัติงาน ให้ตำรวจภูธร ภาค 5   พร้อมแถลง ผลการปฏิบัติการกวาดล้าง เน้นย้ำให้ปรับกลยุทธ ในการปราบปรามกระบวนการยาเสพติดโดยไม่ได้ตั้งใจ ในขณะที่ ผบ.ตร.ย้ำต่อไปการจับกุม อาจต้องใช้วิธีการนุ่มนวลกว่านี้ ย้ำถูกตำหนิการทำงาน ดีกว่าถูกตำหนิ เรื่องการรีดไถ เตือนคนโพสต์ ควรใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสต์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 29 พ.ค.58 ที่สถานีตำรวจ   กลุ่มงานจราจรภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ถนนไปรษณีย์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มี น.ส.กนกวรรณ ญาณะโค อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่  204 หมู่ 6 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นเจ้าของเฟสบุ้คที่ใช้ชื่อว่า “อ้วนรุ่งเรืองเฟอร์นิเจอร์ พร้อมด้วย นายสาโรจน์ แก้วคือ อายุ 38 ปี สามีพากันเข้าพบ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ , พ.ต.ท. รณรงค์ชัย รอดลอย รอง ผกก.กลุ่มงานจราจร, พ.ต.ท.สุนทร อินใจคำ สว.กลุ่มงานจราจร, พ.ต.ท.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี สว.กลุ่มงานจราจร, ร.ต.ต.นิคม ศรีดวงอินทร์ ,ด.ต.ยุทธนา สุธรรม, ด.ต.สัน ติพงษ์ ศรีกันทา เพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงรายละเอียด กรณีนำคลิปเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานจราจรในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 28 พ.ค.58 เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานจราจรภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยการนำของ พ.ต.อ. ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.ท.รณรงค์ชัย รอดลอย รอง ผกก.กลุ่มงานจราจร, พ.ต.ท. สุนทร อินใจคำ สว.กลุ่มงานจราจร กับพวกร่วมกันจับกุม นายณรงค์ วรรณรัตน์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/2 ข ถนนนันทาราม ซอย 6 ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 1 กรัม, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีดำ   ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน โดยจับกุม ขณะขับรถแหกด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ต้องสกัดจับ ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ล้ม และควบคุมตัวพร้อมของกลาง  นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ซึ่งต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “อ้วนรุ่งเรือง เฟอร์นิเจอร์ ได้โพสต์คลิปวิดิโอ ซึ่งถ่ายจากกล้องติดรถยนต์ เป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กำลังใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ ที่กำลังขี่มาบริเวณใต้สะพานทางลอด สี่แยกหนองหอย ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่  โดยเจ้าของเฟสบุคดังกล่าวได้เขียนข้อความว่า “ประจานให้ทั่วกัน…ตำรวจแยก หนองหอย มีวิธีตรวจจับกันแบบนี้เชียวเหรอ…. ชั่วได้ใจจริงๆ เรื่องเกิด วันที่ 28/5/58 (วันที่ในกล้อง ไม่ได้ตั้งไว้)” ซึ่งมีผู้สนใจเข้าไปร่วมแชร์จำนวนมาก

โดย น.ส.กนกวรรณ ญาณะโค ได้ยอมรับว่า เป็นผู้ใช้เฟซบุ้คชื่อ “อ้วนรุ่งเรือง เฟอร์นิเจอร์  ได้โพสต์คลิปวิดิโอ ซึ่งถ่ายจาก กล้องติดรถยนต์ เป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ ที่กำลังขี่มา บริเวณใต้สะพานทางลอด สี่แยกหนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จริง จึงได้ออกมาขอแสดงความรับผิดชอบ พร้อมกับขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำให้เกิดความเสียหาย และเกิดเรื่องบานปลายขึ้นในโลกโซเชียลมีเดีย หรือเฟสบุ้ค ซึ่งรู้ว่าตนเองได้กระทำผิด โดยไม่ได้สอบถามความจริงจากเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่ได้คิดก่อนโพสต์  และไม่ได้มีความเกลียดชัง เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด จากนั้นได้มีการมอบ ดอกไม้ และกระเช้าของขวัญ เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจในการทำงานของตำรวจต่อไป

โดยทาง พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ ได้ให้ ทาง ด.ต.ยุทธนา สุธรรม เป็นผู้รับมอบกระเช้าดอกไม้ และคำขอโทษจากเจ้าของเฟซบุ๊ค พร้อมกล่าวว่า ทางตำรวจกลุ่มงานจราจรภูธรเชียงใหม่ ไม่ได้ติดใจเอาความกับทาง น.ส. กนกวรรณ ญาณะโค ผู้ทำการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คแต่อย่างไร เนื่องจากผู้ทำการโพสต์ไม่ได้ สอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงว่า เป็นยังไง แต่ก็ได้    ฝากเตือนผู้ที่จะโพสต์จะแชร์ข้อความแต่ละครั้ง ไม่ว่ากรณีใดๆต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ซึ่งเรื่องที่แชร์ออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายได้

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันเดียวกันนี้ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กรณีมีผู้เผยแพร่คลิปตำรวจ สังกัดกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ถีบรถจักรยานยนต์คนร้าย ที่มียาเสพติดในครอบครอง แล้วมีคนนำไปเผยแพร่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนทั่วไปว่า ผู้เผยแพร่ควรใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อมูลก่อน เพราะการเผยแพร่ดังกล่าว ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ ของตำรวจ อย่างไรก็ตามยุทธวิธีต่าง ๆ ในการจู่โจมคนร้ายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ตำรวจทุกคนต้องทำอยู่แล้ว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับ ดต.ยุทธนา เกี่ยวกับคลิป วิดีโอดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่า ภาพที่ปรากฏในคลิปวิดีโอนั้น เป็นภาพที่ดูรุนแรงจริง อย่างไรก็ตาม ได้ให้กำลังใจ และชื่นชมการทำหน้าที่ของ ด.ต.ยุทธนา ที่ตัดสินใจเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเข้าใจดีว่าเป็นช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่หากเป็นไปได้ ในอนาคตหากมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีก อาจจำเป็นจะต้องใช้วิธีการอื่น ที่ดูเหมาะสม และนุ่มนวลกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ ให้มีการถูกตำหนิ แต่ทั้งนี้การที่ถูกตำหนิ จากการทำหน้าที่อย่างนี้ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีกว่า การถูกตำหนิเพราะไปรีดไถเรียกรับผลประโยชน์จากผู้อื่น หรือประชาชน ถือเป็นการทำงานที่มีความตั้งใจ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว.