หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ฝนตก-ดินโคลนถล่ม 8 หมู่บ้านถนนถูกตัดขาด

Author by 26/07/12No Comments »

ชาวบ้านเดือดร้อนถ้วนหน้าผลจากอิทธิพลพายุวีเซนเต เตือนภัยเฝ้าระวังรับมืออิทธิพลพายุลูกแรกโซนร้อน “วีเซนเต” ที่ส่งผลกระทบทำฝนกระหน่ำทั่วพื้นที่ ล่าสุดอ่อนกำลังแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังถึง 27 ก.ค. นี้ ด้าน ปภ.เชียงใหม่เผยศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มเริ่มทำงานแล้ว ขณะที่แม่ฮ่องสอนน้ำท่วม และดินถล่ม ชาวเขา 8 หมู่บ้านถูกปิดกั้น สัญจรไปมาไม่ได้ ส่วนเชียงรายฝนตกหนักดินถล่มทับเส้นทาง และบ้านเรือนประชาชนเสียหาย ปภ.สั่งเฝ้าระวังแล้ว

เมื่อเวลา 19.00 น วันที่ 24 ก.ค. 55.ส่วนพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ออกประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ฉบับที่ 2 เรื่อง  พายุโซนร้อน “วีเซนเต” โดยระบุว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ก.ค.55 พายุโซนร้อน “วีเซนเต” บริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีศูนย์กลางที่ละติจูด 23.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นลำดับและสลายตัวในประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 25 ก.ค.55

ลักษณะดังกล่าวทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2555 บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหลหลากในช่วง ระยะเวลาดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ด้านนายคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุดังกล่าวขณะนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนภัยไปยังทุกพื้นที่ของจังหวัดแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยได้มีการเปิดศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มเพื่อเตรียมพร้อมและเดินหน้าเฝ้าระวังภัยตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.55 เนื่องจากเข้าสู่กลางฤดูฝน ทั้งนี้การทำงานของศูนย์ฯ ก็จะมีการบูรณาการทำงานโดยมีศูนย์หลักอยู่ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ในการนี้ได้ร่วมกับ 3 หน่วยงานหลักในการเฝ้าระวัง ประกอบด้วย การร่วมมือกับเนคเทค ติดตั้งระบบเตือนภัยปริมาณน้ำฝน ระบบสมองกลอัตโนมัติในพื้นที่เสี่ยงหลัก 243 หมู่บ้าน เริ่มเดินเครื่องทำงานเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝน และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องมีสเตอร์เตือนภัยในพื้นที่ จะรายงานผลทันทีเมื่อสถานการณ์อยู่ในระดับเสี่ยง ติดตามข้อมูลของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ และสำนักงานชลประทานจังหวัดเชียงใหม่ ในเรื่องสภาพอากาศการแจ้งเตือนภัย และปริมาณน้ำ ซึ่งขณะนี้ 2 เขื่อนหลักของเชียงใหม่ทั้งเขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล รวมทั้งอ่างเก็บน้ำและฝายต่างๆ ก็ได้มีการวางแผนจัดงานบริหารน้ำโดยได้พร่องน้ำออกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรองรับปริมาณน้ำฝน ป้องกันปัญหาน้ำท่วมไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่โครงการขุดลอกคูคลอง ทั้งลำน้ำแม่ปิง และน้ำแม่กวง  ก็มีกำหนดจะแล้วเสร็จสิ้นเดือนนี้ ล่าสุดสำหรับข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังเฝ้าระวัง คือ ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แจ่ม และอำเภออมก๋อย เนื่องจากมีปริมาณฝนมากกว่าพื้นที่อื่นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่เกินปริมาณที่วิกฤต

ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอนรายงานว่า ผล กระทบจากพายุวีเซนเต ทำให้ในเขต อ.เมืองแม่ฮ่องสอนเกิดฝนตกประปรายติดต่อกันมาเป็นวันที่สอง จนในช่วงสายของวันที่  24 ก.ค. 55  น้ำป่าได้ไหลหลากเอ่อทะลักเข้าท่วมถนน ทางเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู  อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านใหม่ในสอยได้ ระดับน้ำสูง 30 ซม. รถทุกชนิดสามารถสัญจรผ่านได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง นอกจากนี้จากฝนที่ตกลงตลอดทั้งวันและคืนติดต่อกันยังทำให้ประมาณน้ำในแม่น้ำปายเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 50 ซม. แต่ก็ ยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ขณะที่นายเพิ่มวิทยา กันทะทรง รักษาการหัวสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประกาศให้ประชาชนเตรียมพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงระยะ 2-3 วันนี้  โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพราะมีฝนตกติดต่อกันลงมาอย่างต่อเนื่อง  หากมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ให้มีการอพยพประชาชนตามหมู่บ้านเสี่ยงขึ้นในที่ปลอดภัยทันที

วันเดียวกัน นายศุภมิตร  เลื่อนสุคันธ์ นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังฝนตกหนักต่อเนื่องใน จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้เกิดปัญหาดินสไลด์ ลงมาปิดทับเส้นทางในพื้นที่ อ.สบเมยเส้นทางคมนาคม ระหว่างเส้นทาง จากอุทยานแห่งชาติแม่เงา ก่อนถึงบ้านแม่หลุย ต.แม่สวด อ.สบเมย   เป็นระยะทางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ราษฎรชาวไทยภูเขา 8 หมู่บ้าน  ประกอบไปด้วย  บ้านแม่เลาะ, บ้านแม่หลุยหลวง,  บ้านอุมโล๊ะเหนือ, บ้านแม่แฮด,  บ้านแม่หาด,  บ้านแม่สวดใหม่,  บ้านนาดอย,   บ้านสบโขง, ทำให้ราษฎรจำนวนกว่า 1,000 ครอบครัว  ที่อาศัยใช้เส้นทางดังกล่าว ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อย่างไรก็ตามราษฎรบางส่วน ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านก็ต้องใช้เส้นทางเรือวิ่งไป ตามลำน้ำแม่เงา ซึ่งจะสามารถใช้เส้นทางเรือ ได้อย่างปลอดภัยเฉพาะช่วงกลางวันเนื่องจากระดับน้ำสูงและเชี่ยวกราก ประกอบกับค่าเรือโดยสารจะมีราคาสูง

ขณะนี้ทางอำเภอสบเมย ได้ประสานงานกับทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด ขอรับการสนับสนุนรถไถของชาวบ้าน ในพื้นที่เพื่อเปิดเส้นทาง ให้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด ให้การสนับสนุนน้ำมัน โดยเฝ้าประจำจุดดินสไลด์ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร  คอยเคลียร์เพื่อเปิดเส้นทาง ซึ่งเส้นทางนี้จะเกิดปัญหาซ้ำซากทุกครั้งเมื่อมีฝนตก ติดต่อกันเนื่องจากเส้นทางแคบติดภูเขาประกอบกับภูขาส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายเมื่ออุ้มน้ำมากจะสไลด์ลงอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย เมื่อ วันที่ 24 ก.ค.55 ว่า จากการที่พายุโซนร้อนวีเซนเต ที่พัดผ่านพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลทำให้สภาพอากาศทั่วไปมีฝนตลอดทั้งวัน และมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบว่า ในพื้นที่ป่าเขาสูงชันของ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนไทย-พม่า เริ่มเกิดปัญหาดินสไลด์ลงมาทับถนน และบ้านเรือนของประชาชนแล้ว โดยผลจากฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ได้ทำให้ดินข้างถนนสไลด์ลงทับ ถนนเขตหมู่บ้านแสนเมืองโก ต.เทอดไทย จนรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้แต่รถยนต์ยังคงขับผ่านไปมาได้อยู่

ทางด้าน นายเตชินท์ ติยะไพศาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย กล่าวว่า ถนนพื้นที่หมู่บ้านแสนเมืองโก มักเกิดการสไลด์ ของดินเข้าทับเป็นประจำทุกปี เพราะพื้นที่สูงชันไปตามไหล่เขา นอกจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ยังพบว่าฝนตกหนักดังกล่าว ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้าน ในหมู่บ้านเทอดไทย หมู่ 1 ต.เทอดไทย จำนวน 1 หลัง ถูกดินสไลด์ลงมาทับจนเสียหายทั้งหลัง โดยเป็นบ้านขนาด 12 เสา ที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่ดินได้ถล่มเข้าทับ จนเสียหายไปครึ่งหนึ่ง หรือ 6 เสา จนต้องรื้อ และสร้างใหม่แต่โชคดีไม่มีผู้ใดในบ้านได้รับอันตรายเพราะช่วงเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในบ้าน

สำหรับสาเหตุของบ้านเรือน ถูกดินทับดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะเจ้าของบ้านไปสร้างอยู่ใต้ถนนที่สูงชัน และอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยง โดยที่ผ่านมาชาวบ้าน ที่จะสร้างบ้านบางรายไม่ได้ไปแจ้งหรือขออนุญาตต่อ อบต.เทอดไทย เพราะในพื้นที่ มีหลายหน่วยงานไปประจำอยู่ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ฯลฯ ดังนั้นเมื่อชาวบ้าน จะสร้างบ้านก็มักจะไปขอหน่วยงานอื่น แต่เมื่อเกิดปัญหาดินถล่มเสียหาย ก็มักจะของบประมาณการช่วยเหลือจาก อบต. จนได้ล่าสุดทาง อบต.เทอดไทย ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือ เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่แล้วจำนวน 30,000 บาท ส่วนในระยะยาว ได้เคยเสนอต่อทางจังหวัด และในการประชุมร่วมกับอำเภอหลายครั้งก็ได้แจ้ง ถึงปัญหานี้ เพราะชาวบ้านบางส่วน มักสร้างบ้านเรือนโดยไม่ดูพื้นที่ ที่ปลอดภัยหรือไปขออนุญาต กับเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ได้ดูความปลอดภัย ของสถานที่ก่อสร้างโดยตรง เมื่อได้ข้อสรุปจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมดแล้วคงจะมีการประชุมชาวบ้าน เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ก่อนการสร้างบ้านใหม่ควรจะปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน คือแจ้งทางท้องถิ่น เพื่อให้ไปดูความปลอดภัยของบ้านเรือนไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากแบบนี้อีกต่อไป

ทางด้าน   นายเชษฐา โมสิกรัตน์ หัวหน้าป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียง ราย แจ้งถึงเครือข่ายทั้ง 18 อำเภอ ให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก ตามประกาศเตือน ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยให้มิสเตอร์เตือนภัย สังเกตระดับน้ำทุกสายตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีหากเกิดเหตุขึ้น โดยอำเภอที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่จัน, อ.แม่สาย, อ.เมืองเชียงราย (ต.ห้วยชมภู ต.แม่ยาว), อ.เชียงของ , อ.เวียงแก่น,  อ.พญาเม็งราย,  อ.เชียงแสน,  และพื้นที่ที่อยู่ใกล้ภูเขา และแม่น้ำสายหลัก นอกจากนี้ได้สั่งการ ให้เจ้าหน้าที่เตรียมเครื่องมือการช่วยเหลือประชาชนให้พร้อม ทั้งเรือท้องแบน กำลังพลในการขน ย้ายทรัพย์สิน และประชาชนและหากมีน้ำท่วมหรือดินถล่ม และการช่วยเหลือเกินกำลังพล ก็สามารถร้องขอมาทางจังหวัดเพื่อจัดกำลังพล ชุดใหญ่เพื่อเข้าช่วยเหลือต่อไปตามขั้นตอน.

 

 

ท่วมแล้ว..สภาพถนนในหมู่บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ถูกน้ำป่าทะลักท่วม โดยก่อนหน้านั้นมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ในขณะที่ในเขต อ.สบเมย มีดินภูเขาถล่มลงมาปิดทับเส้นทางสัญจรแล้ว ทำเอาชาวบ้านเดือดร้อนหนัก.