หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ฝนถล่มต่อเนื่อง หลายพื้นที่ท่วมหนัก

Author by 19/09/16No Comments »

      4    ฝนถล่มลำพูนทั้งคืน ส่งผลเขื่อนกั้นแม่น้ำทาแตก ท่วมบ้านเรือน ประชาชนที่อาศัยริมน้ำ ต้องเร่งเก็บของหนีขึ้นที่สูง ทหาร-ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังช่วยชาวบ้าน .บ้านธิ เจอหนักสุดหลายหมู่บ้านจมน้ำ ส่วนลำปาง ชาวบ้าน .แจ้ห่ม เดือดร้อนหนัก หลังฝนตกน้ำป่าไหลบ่า ท่วมบ้านเรือน และสัตว์เลี้ยงสูญหาย ส่วนเชียงราย -อุตรดิตถ์ เจอฝนถล่มหนักเช่นกันจากกรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในเขตพื้นที่ .ลำพูน ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลาก ลงสู่ลำน้ำแม่ทา .แม่ทา .ลำพูน และน้ำจาก .แม่ออน ได้ไหลมาหนุนอีก ทำให้เขื่อนขนาดเล็ก ที่สร้างกั้นน้ำแม่ทา รับน้ำไม่ไหวได้พังทลายลง เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 18 ..59 น้ำได้ไหลบ่า เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในหลายพื้นที่ของ .แม่ทา ประชาชนต้องช่วยกัน ขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันอลหม่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อช่วงสายวันที่ 19 ก.ย. 2559 ว่า น้ำที่ไหลทะลักออกมาครั้งนี้ นอกจากจะไหลบ่าเข้าท่วม ในหลายพื้นที่ของ อ.แม่ทา แล้วยังไหลบ่าเข้าท่วม อ.ป่าซาง, และ อ.บ้านธิ ทำให้พื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย

ขณะเดียวกันที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก ลงมาจากดอยแม่ธิ ไหลลงสู่ลำน้ำแม่ธิ เป็นแม่น้ำสายหลักที่ผ่านมายัง อ.บ้านธิ จ.ลำพูน โดยน้ำไหลเอ่อ เข้าท่วมบ้านเรือน หมู่ 19 หมู่ 18 หมู่ 15 หมู่ 9 และหมู่ 5 ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร ในจุดที่ต่ำสุด โดยเฉพาะบ้านท่าตุ้ม หมู่ 18 และบ้านป่าตัน หมู่ 15 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด ประมาณ 50 หลังคาเรือน โดยน้ำยังไหล เข้าท่วมวัดป่าตันบ้านธิ หมู่ 15 ทำให้พระสงฆ์ต้องเดินลุยน้ำออกวัด ประชาชนต้องช่วยกัน นำกระสอบทราย ไปปิดกั้นบริเวณจุดที่มีน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือน และคอยเก็บเศษกิ่งไม้ ที่ไหลมากับลำน้ำ มารวมกันบริเวณคอสะพานข้างหมู่บ้าน และน้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่าง อ.บ้านธิ กับ อ. เมือง จ.ลำพูน กว่า 3 จุด ทำให้การสัญจรไปมา ของประชาชนได้รับความยากลำบาก

ส่วนในพื้นที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน และ อ.ป่าซาง เกิดฝนตกหนัก ทำให้ลำน้ำแม่ทา ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับ วามเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ขณะนี้ทาง นายณรงค์ อ่อนสอาด ผวจ.ลำพูน ได้สั่งการให้ นายประพันธ์ สนิทมัจโร ผอ.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน ลงพื้นที่รวมทั้งให้ตรวจสอบความเสียหาย เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป

ส่วน จ.ลำปาง ในตอนบ่ายวันที่ 18 ก.ย. 2559  นายสันติ นฤมิตร นายอำเภอแจ้ห่ม จ.ลำปาง ได้นำเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยฝึกรบพิเศษค่ายประตูผา อ.งาว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 50 นาย เข้าช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุน้ำป่าทะลักท่วมหมู่บ้าน โดยเฉพาะ 2 หมู่บ้าน ที่ประสบภัยหนักสุด คือ บ้านไผ่งาม และบ้านไผ่ทอง ต.เมืองมาย โดยเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต้องเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเก็บเศษซากต้นไม้-วัชพืช จำนวนมากออกจากบ้านเรือนประชาชน พร้อมช่วยเก็บข้าวของ และอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือการเกษตรต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก

จากการสอบถามชาวบ้าน เปิดเผยว่า น้ำไหลทะลักเข้าหมู่บ้าน ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันที่ 19 ก.ย. 2559  เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ประชาชนส่วนใหญ่ เก็บข้าวของไม่ทัน สัตว์เลี้ยงทั้งหมู ไก่ สูญหายไปกับน้ำหลายร้อยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้าลอยไปกับสายน้ำอีกจำนวนมาก นาข้าวเสียหายมากกว่า 500 ไร่ และมีบ้านเรือนประชาชน 6 หมู่บ้านใน ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม ถูกน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนกว่า 150 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ถนนไผ่ทอง-บ้านนางาม ต.เมืองมาย และถนนเข้าหมู่บ้าน ก็มีดินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทางกว่า 10 จุด บางจุดมีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร สะพานคอนกรีตขาด 1 จุด และสะพานไม้ขาด 2 จุด ซึ่งขณะนี้ชาวบ้าน ยังไม่สามารถ ขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องจักรกลหนักของศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เข้าปฏิบัติงานเคลียร์ดินที่สไลด์ลงมาปิดถนนออกแล้ว

ส่วน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาพรมแดนไทย-เมียนมา ไหลหลากท่วมโรงเรียนอนุบาลแม่สาย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำระดับน้ำท่วมสูง 30-60 ซม. น้ำเข้าท่วมอาคารเรียนต่างๆจนได้รับความเสียหายครูเวรและชาวบ้านต่างช่วยกัน ขนย้ายอุปกรณ์การเรียนและคอมพิวเตอร์ขึ้นสู่ที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย รวมถึงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่ จ.พะเยา วันเดียวกัน  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชนแม่ต๋ำ ในเขตเทศบาลเมืองพะเยา ต่างทำความสะอาดภายในบริเวณบ้านของตนเอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.34 , เทศบาลเมืองพะเยา และเทศบาลตำบลแม่กา ใช้รถฉีดล้างตามสถานที่สาธารณะหลายแห่ง หลังจากน้ำลด เหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงมีพื้นที่บางส่วนที่เป็นที่ลุ่มยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ที่ ต.แม่นาเรือ และ ต.แม่ใส กลับเข้าสู่ภาวะปกติเช่นกัน ทางจังหวัดได้ประกาศให้ประชาชน เตรียมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เสี่ยง ในระยะนี้ต่อไป

ขณะที่ถนนสายพะเยา-เชียงคำ ช่วงระหว่างหน้าที่ว่าการอำเภอดอกคำใต้ ฝั่งขาเข้าเมืองพะเยา รถต้องสัญจรด้วยความยากลำบากและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังเกิดน้ำจากลำน้ำร่องช้างในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ ไหลหลากเข้าท่วมบริเวณผิวจราจร สามารถใช้การได้เพียงช่องจราจรเดียวบ้านเรือนประชาชนกว่า 2,000 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมเป็นรอบที่ 2 โดยในรอบนี้ปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา อยู่ในระดับ 50-100 เซนติเมตร สถานที่ราชการ เช่น ที่ว่าการอำเภอดอกคำใต้ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงเรียนหลายแห่ง ถูกน้ำเข้าท่วมในระดับที่สูง โดยโรงเรียนบางแห่งต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

ภายในบริเวณชุมชน รวมทั้งถนนหลายสายในเขตพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ ถูกน้ำเข้าท่วม รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ และบางแห่งรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถใช้เส้นทางได้ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

จ.อุตรดิตถ์ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ย.2559  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีน้ำป่าไหลหลากจากห้วยน้ำรี ไหลลงเขต อ.ท่าปลา ที่บริเวณบ้านห้วยหนองย่ารำ หมู่ที่ 6 ต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา  หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของ จ.อุตรดิตถ์ ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุตรดิตถ์ และกู้ภัยวัดหมอนไม้ เร่งช่วยประชาชนเก็บของใช้สิ่งจำเป็นขึ้นที่สูง ส่วนบริเวณพื้นที่การ เกษตร ถูกน้ำท่วมเสียหายหลายร้อยไร่ โดยเฉพาะต้นข้าวที่กำลังปลูกใหม่ บางคนออกมาทอดแห ยกยอจับปลา ขณะที่ฝายกั้นน้ำบางแห่งแตกเสียหาย ถนนบางสายเกิดน้ำท่วม รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ. อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย ร่วมกับ อ.เมือง อ.ท่าปลา อบต. และเทศบาล ขณะนี้มีปริมาณน้ำที่วัดได้สูงสุด คือ ที่ ต.นางพญา อ.ท่าปลา วัดปริมาณฝนได้ที่ 139.5 มม. ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเสียหาย ในเบื้องต้น มีพื้นที่ประสบภัยรวม 2 อำเภอ ใน 4 ตำบล 19 หมู่บ้าน 200 กว่าครัวเรือน และเร่งให้ทางอำเภอสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือต่อไป.