หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ฝนยังถล่มเหนือ เสียหายยับ หลายพื้นที่เดือดร้อนหนัก

Author by 15/09/16No Comments »

   2     ฝนยังถล่มเหนือหลายจังหวัด ที่เชียงใหม่ น้ำท่วมสะพาน จนไม่สามารถข้ามไปมาได้ ส่วนลำพูน บ้านเรือนประชาชน .ป่าซาง จนสะพานเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน ถูกน้ำซัดจนขาด ที่เมืองรถม้า .ลำปาง ประชาชน 4 อำเภอ เดือดร้อนหนัก น้ำท่วมบ้านเสียหาย พร้อมไร่นา นายอำเภอสั่งการกำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือ ด้านพะเยา แพร่ พิษณุโลก อ่วมไม่แพ้กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฝนตกหนัก มาตลอดคืน วันที่ 13 ก.ย.59 ต่อเนื่องจนถึงเช้า วันที่ 14 ก.ย.59 ทำให้น้ำป่าไหลทะลักจากดอยสูงลงมา    จนทางอุทยานแห่งชาติดอย อินทนนท์ สั่งปิดน้ำตกแม่กลาง   และน้ำตก แม่ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เพื่อป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกแห่ง เฝ้าระมัดระวัง และห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปอย่างเด็ดขาด

ปรากฏว่า เมื่อ วันที่ 14 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนัก ในพื้นที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำห้วยต่างๆ มีปริมาณมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถนนสายบ้านโปงทุ่ง-บ้านกองวะ ต.โปงทุ่ง ถูกน้ำท่วมสูง และน้ำในลำน้ำแม่หาด ได้เอ่อล้นเข้าท่วมสะพานแม่เจียงฮาย ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านกองวะ ไม่สามารถเดินทางไปเรียนหนังสือได้ เนื่องจากน้ำในลำห้วย มีความเชี่ยวกราก อีกทั้งเส้นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับขวางเส้น ทางหลายจุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ดอยเต่า ต้องเร่งตัดต้นไม้ที่ล้มขวางเส้นทาง ให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ

ด้าน จ.ลำพูน หลังฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าทะลักลงแม่น้ำทา จนน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่บ้านอินทขิล ต.ป่าซาง อ.ป่าซาง กระแสน้ำไหลเชี่ยว ซัดสะพานข้ามระหว่าง อ.เมืองลำพูน กับ อ.ป่าซาง จนขาดสะบั้น รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่นำ กระสอบทราย มาปิดกั้นไม่ให้ประชาชนผ่าน เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย ขณะเดียวกันประชาชนช่วยกันนำเอาเศษไม้ออกจากสะพาน เพื่อป้องกัน การพังของสะพานเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง    ได้เข้าทำการช่วยเหลือประชาชน และเร่งสำรวจความเสียหายแล้ว

จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อคืน วันที่ 14 ก.ย.59 ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ลำปาง นานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้น้ำป่าไหล เข้าท่วมบ้านเรือน และไร่นาในพื้นที่ อ.เถิน, อ.เมืองปาน, อ.แจ้ห่ม และ อ.วังเหนือ จนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในขณะที่ในเขต อ.ห้างฉัตร น้ำจากอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน มีลำห้วยน้อยใหญ่ ได้ไหลมาสมทบกับห้วยแม่ตาลน้อย น้ำได้เอ่อเข้าท่วม 16 หมู่บ้านใน ต.เวียงตาล, ต.ปงยางคก, ต.ห้างฉัตร, ต.เมืองยาว และ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 700 หลังคาเรือน ขณะที่ถนนสายทางลัดไปกรุงเทพฯ ช่วงบ้านจำ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร น้ำท่วมเส้นทางสูงเกือบ 2 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ มีรถยนต์ดับกลางทางตลอดสาย

ทางด้าน นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ นายอำเภอห้างฉัตร กล่าวว่า ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเสียงตามสายเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ เก็บสิ่งของไว้บนที่สูง และนำสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ ปลอดภัย ส่วนความเสียหายจากน้ำท่วมไร่นา จะได้เร่งช่วยเหลือ ตามความเป็นจริงทุกครัวเรือน ถนนสายห้างฉัตร-เกาะคา เป็นทางลัดเข้ากรุงเทพฯ จะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดกู้ภัยอำนวยความสะดวก   และช่วยเหลือผู้เดินทางต่อไป

ด้าน จ.พะเยา หลังฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำในกว๊านพะเยา ที่เคยแห้งกลับมาปริมาณ เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล้นระดับเก็บกักที่ประตูระบายน้ำกว๊านพะเยา และทำให้คันดินกั้นน้ำ ถูกน้ำกัดเซาะจนแตก น้ำในกว๊านพะเยา ไหลลงสู่ ประตูระบายน้ำจนล้นประตูระบายน้ำ และบันไดปลากระโจน  และน้ำได้ไหลลงสู่ลำน้ำอิง ออกไปสู่น้ำโขงต่อไป

โดย นายสมชาติ ธรรมขันทา ผอ.ศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา กล่าว ว่า สถานการณ์น้ำกว๊านพะเยาได้เพิ่มขึ้น จากระดับกักเก็บน้ำสูงสุด ที่ประตูระบาย น้ำรับน้ำได้  ได้ปล่อยให้น้ำล้นประตูระบายน้ำไป  ส่วนพื้นที่ท้ายน้ำทางกรมชลประทาน ได้ประสานกับผู้ดูแล และรับผิดชอบน้ำเพื่อรอรับสถานการณ์ต่อไป

สำหรับในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ใน จ.พะเยา และกว๊านพะเยา มีอ่างเก็บน้ำแม่ปืม กักเก็บน้ำ 43.000 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบัน27.016 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น62.83%/อ่างแม่ต๋ำ กักเก็บน้ำ37.000 ล้านลบ.ม.ปัจจุบันมีน้ำ 26.155 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น70.69 %//อ่างแม่ใจ กักเก็บน้ำ 3.000ปัจจุบัน 1.796 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 59.90% สำหรับกว๊านพะเยากักเก็บน้ำได้ 33.800 ล้านลบ.ม.ปัจจุบันมีน้ำ93.341 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 157.51%  พบว่าในกว๊านพะเยามีน้ำเพิ่มมากขึ้น

ที่ จ.แพร่ หลังฝนตกติดต่อกันทั้งคืน จนน้ำป่าไหลทะลักท่วมพื้นที่ ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน ส่วนวัดมณีวรรณ ถูกน้ำท่วมสูง  ทางเข้าหมู่บ้านต้องปิด การสัญจร ประชาชนต่างเร่งขนกระสอบทรายมาป้องกันหน้าบ้านกันโกลาหล เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ อ.ลอง น้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ ต.หัวทุ่ง บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาจมอยู่ใต้บาดาล ขณะที่ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น ตามลำดับ     แต่ยังไม่วิกฤติ

จ.พิษณุโลก มีฝนตกหนักครอบคลุมทั้งจังหวัดตั้งแต่ค่ำวันที่ 13 ก.ย.โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง น้ำป่าจากเทือกเขาสูงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงไหลลงคลองชมพู ทำให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านชมพู หมู่ 3 ต.ชมพู และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่หมู่บ้านด้านล่าง บริเวณบ้านซำรัง บ้านปลวกง่าม และบ้านน้ำปาด ต.ชมพู อย่างต่อเนื่อง ถนนสายหลักจากบ้านเผ่าไทย หมู่ 9 ไปยังบ้านร่มเกล้า หมู่ 11 ต.ชมพู ถูกน้ำป่าซัดพังกว้างกว่า 5 เมตร ลึก 2 เมตร ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วน อ.ชาติตระการ น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรในเขต ต.บ้านดง ต.ท่าสะแก ต.ป่าแดง และ ต.ชาติตระการ  ด้าน อ.นครไทย  น้ำป่าไหลหลากท่วมถนนสายบ้านนาทุ่งใหญ่-บ้านนาตาด ต.น้ำกุ่ม รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เช่นเดียวกับ อ.วังทอง มีการสั่งปิดน้ำตกแก่งซอง หลังมีน้ำป่าไหลรุนแรง อย่างไรก็ตามทางจังหวัดได้สั่งการให้ นายอำเภอแต่ละท้องที่ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดแล้ว.