หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ฝนหนักทั่วเหนือเกิดน้ำป่าไหลหลาก 3 จังหวัดยับเยิน!

Author by 12/09/16No Comments »

  3        ฝนถล่มหนัก ในหลายพื้นที่ .เชียงใหม่ .แม่ออน -แม่แจ่ม เกิดน้ำป่าไหลหลาก ท่วมบ้านเรือนประชาชน ดินสไลค์ทับเส้นทาง ผวจ.เชียงใหม่ สั่งฝ่ายปกครอง ระดมช่วยเหลือ ส่วนตัวเมืองเชียงใหม่ เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด ตามเส้นทางสายต่างๆ ส่งผลให้สภาพจราจร มีรถติดยาวเหยียด ด้านเมืองสามหมอกเกิดฝนตกหนัก -ดินสไลค์ทับเส้นทาง สั่งจับตาแม่น้ำปาย หลังมีปริมาณเพิ่มขึ้น หวั่นทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน และที่พะเยา .ดอกคำใต้ บ้านเรือนประชาชน จมน้ำเสียหาย หลังฝนถล่มหนัก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือ คาดมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยช่วง 13-15 ..นี้ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทย มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 11 ก.ย.59 นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธรณภัย จ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่บ้านแม่ลาย หมู่ 2 บ้านห้วยแก้ว หมู่ 5 และบ้านปางก๋อง หมู่ 6 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ และขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ และเจ้าหน้าที่งานป้องกัน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าทำการสำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชนแล้ว

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เกิดเหตุดินสไลด์ และต้นไม้ล้มทับเส้นทาง สายบ้านแม่กำปองนอก หมู่ 3 อ.แม่ออน  จ.เชียงใหม่ เส้นทางไปน้ำตกแจ้ซ้อน จ.ลำปาง โดยหลังเกิดเหตุ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทางป้องกันจังหวัดเชียงใหม่, นายอำเภอแม่ออน, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร.เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหา ได้นำ อุปกรณ์และรถไถฟาร์มแทรกเตอร์ เข้าเปิดเส้นทาง จนสามารถใช้สัญจรได้

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 น.ส.ภัทราพร  ลายจุด นายอำเภอแม่ออน  เปิดเผยว่า จากการที่เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ เมื่อค่ำ วันที่ 11 ก.ย.59  ในส่วนของ อ.แม่ออน ได้สรุปความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า น้ำจากลำห้วยแม่ลาย ล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน จำนวน 1 หลัง บ้านแม่เตาดิน หมู่ 4 ต.ห้วยแก้ว (สร้างบ้านติดลำห้วย) นาข้าวได้รับความเสียหาย จากน้ำพัดพาเศษกิ่งไม้ วัชพืช เข้าไปในนาข้าว เกิด น้ำป่าพัดพาอาหารวัว และปั๊มน้ำ จำนวน 2 โรง วัวที่อยู่ในโรงเลี้ยงปลอดภัย น้ำจากลำห้วยแม่กำปอง ล้นตลิ่ง เข้าไปในบริเวณพื้นที่ ของธารทองรีสอร์ต บ้านธารทอง 1 แห่ง  ถนน เส้นเข้าหมู่บ้านเสียหายจำนวน 4 จุด ดินสไลด์ดินทับถนนจำนวน 4 จุด เจ้าหน้าที่ ทั้ง อบต.ปกครอง ตลอดจนประชาชน ช่วยการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย และสามารถเดินทางไปมาได้ตามปกติแล้ว และเช้าวันเดียวกันนี้ น้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกคำสั่ง กำชับให้นายอำเภอทุกพื้นที่เตรียมความพร้อม เพื่อรอรับน้ำป่าไหลหลาก โดยให้ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มเตรียมย้ายข้าวของไว้ในที่สูงไว้ก่อน เมื่อมีน้ำหลากมาอย่างรวดเร็ว อาจจะขนย้ายของไม่ทัน และที่น่าเป็นห่วงมาก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยคือ อ.จอมทอง และ อ.แม่แจ่ม เนื่องจากช่วงเช้าวันนี้ ได้รับรายงานจาก นายอำเภอแม่แจ่ม รายงานมาว่า ได้เกิดฝนตกตลอดทั้งคืน และเช้ามืดวันนี้ได้เกิดน้ำป่าจากลำห้วยสาขาต่าง ๆ ได้ไหลลงสู่น้ำแม่แจ่มอย่างต่อเนื่อง จึงแจ้งให้ประชาชน ที่มีบ้านเรือนติดลำน้ำแม่แจ่ม ได้ช่วยกันเก็บข้าวของไปไว้ในพื้นที่สูง พร้อมเตรียมให้ อส.ช่วยกันกางเต้นท์ หากมีน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย

ส่วน อ.จอมทอง เป็นห่วงเรื่องน้ำจากแม่แจ่ม น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และแม่น้ำปิง ไหลลงมาสู่จุดรวมกันที่ อ.จอมทอง หากน้ำระบายไม่ทันอาจทำให้น้ำที่มาในปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดท่วมบ้านเรือน และที่อยู่อาศัยเป็นไปได้สูงมาก

ด้าน อ.แม่แจ่ม  นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดอาวุโสอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า  ตั้งแต่ช่วงเช้า วันที่ 11 -12 ก.ย. 59 มีฝนตกหนัก ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม ส่งผลให้ระดับน้ำ ในแม่น้ำสายสำคัญ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อ เวลา 05.00 น.วันที่ 12 ก.ย.59 น้ำในแม่น้ำแจ่ม ได้ไหลล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่บ้านแพม หมู่ 16 ต.ช่างเคิ่ง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับลำน้ำแม่แจ่ม ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 150 ครัวเรือน

โดยขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประกาศเสียงตามสาย แจ้งให้ประชาชนรีบขนย้ายของขึ้นไว้บนที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย และนอกจากนี้ ถนนสายบ้านช่างเคิ่ง -แม่แจ่ม ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร รถจักยานยนต์ ไม่สามารถผ่านไปมาได้  ขณะนี้ระดับน้ำ ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศ แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่จุดเสี่ยงให้เตรียมขนของ ขึ้นไปเก็บไว้ที่สูงเช่นที่บ้านทับ บ้านท้องฝาย บ้านยางหลวง โดยให้มีการจัดเวรยาม เฝ้าระวังตรวจสอบดูระดับน้ำ ในแม่น้ำแม่แจ่ม  ลำน้ำแม่หยอด ลำน้ำแม่กึ่ง ที่อยู่ในอำเภอแม่แจ่มตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับความเสียหาย ของไร่นา พื้นที่ทางการเกษตร เบื้องต้นตรวจพบ มีความเสียหายประมาณ 1 พันไร่ แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะมีความเสียหายมากกว่านี้ เนื่องจากขณะนี้ยังสำรวจไม่ทั่วถึง เพราะฝนยังไม่หยุดตก ส่วนความช่วยเหลือเบื้องต้น นายทศพล เขื่อนอุดม นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าในตัวเมืองเชียงใหม่ และอำเภอรอบนอกทั้งหมด มีรายงานว่า ได้เกิดฝนตกอย่างหนักใน ช่วงเวลาประมาณ 18.00 น.และตกต่อเนื่องจนถึง ช่วงเช้า วันที่ 12 ก.ย.59 ทำให้สภาพการจราจร ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ มีรถติดกันยาวเหยียด และบางจุดมีน้ำท่วมขังบนถนนเช่น ถนนโชตนา เส้นทางไป อ.แม่ริม  มีน้ำท่วมถนน บางจุดรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรับผิดชอบ กำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอยู่

ทางด้าน จ.แม่ฮ่องสอน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนวันที่ 11 ก.ย.59 จนถึงเช้า วันที่ 12 ก.ย.59 เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน  ส่งผลให้ดินสไลด์พาเอาต้นไม้ขนาดใหญ่ รวมถึงเสาไฟฟ้าหักโค่นลงมาปิดทับถนนทางเข้าหมู่บ้านหมอกจำแป่  ต.หมอกจำแป่ จำนวน 4- 5 ต้น  โดยดินที่สไลด์ลงมา ปิดทับถนนมีความยาวประมาณ 30 เมตร  รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจร ผ่านเข้าออกหมู่บ้านได้  ประชาชนในหมู่บ้านหมอกจำแป่ และเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กองกำลังนเรศวร และเจ้าหน้าที่ อบต.หมอกจำแป่ ต้องระดมกำลังกันตัดกิ่งไม้ท่อนไม้ และตักดินโคลนที่ถล่มลงมาออก ใช้เวลานาน ร่วม 2 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดเส้นทางสัญจรเข้าออกได้  นอกจากนี้ถนนทางหลวงสาย 1095  ช่วงระหว่าง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ปางมะผ้า  ตามเส้นทางยังมีดินสไลด์ลงมาตามสองข้างถนนในหลายจุด แต่ไม่เป็นอุปสรรค ในการสัญจรของยานพาหนะ

2    ขณะเดียวกันที่บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน  หลังฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ระดับน้ำในลำห้วยแม่สะงาเอ่อทะลัก เข้าท่วมไร่นาหมู่บ้านกุงไม้สัก บ้านแม่สะงา จนได้รับความเสียหายประมาณ 400 ไร่ ขณะที่สะพานซูตองเป้ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่อยู่ใกล้เคียงระดับท่วมขึ้นสูงใกล้พื้นสะพาน  ทางสวนธรรมภูสมะ จึงต้องนำป้ายมาปิดประกาศ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าชม บนสะพานเป็นการชั่วคราว   ส่วนระดับน้ำจากแม่น้ำปาย ยังมีปริมาณเพิ่มจากเดิมเพียงเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากยังมีฝนตก ทางเทือกเขาด้านทิศเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอนตลอดเวลา พร้อมประกาศให้ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำปาย ตื่นตัวเฝ้าสังเกตระดับน้ำจากแม่น้ำปาย และเตรียมพร้อมในการอพยพตลอดเวลา

ส่วนที่ อ.ปางมะผ้า ได้เกิดน้ำป่า ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านหนองตอง ต.สบป่อง แต่เป็นเพียงน้ำหลาก ที่ลดปริมาณลงอย่ารวดเร็ว จึงไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร ให้กับประชาชนมากนัก ประกอบประชาชน มีการเตรียมความพร้อมรับมือ หลังได้รับการแจ้งเตือน จากหน่วยงานราชการ ให้เตรียมความพร้อม รับมือน้ำท่วม หลังช่วงระยะนี้ ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากการที่มีฝนตกหนัก ในพื้นที่ จ.พะเยา ตั้งแต่กลางดึกของ วันที่ 11 ก.ย.59 ต่อต่อเนื่องถึงเช้า วันที่ 12 ก.ย.59 ทำให้น้ำจากลำน้ำร่องช้าง ไหลหลากเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้    ทำให้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร สิ่งสาธารณประโยชน์ รวม 5 ตำบล 16 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวนประมาน 500 ครัวเรือน   ประกอบด้วย   ต.บ้านปิน หมู่ที่ 1,2,7,10, ต.คือเวียง หมู่ที่  1,2,3 ต.หนองหล่ม หมู่ที่ 1,2,3,4,7,8,5 และ ต.สันโค้ง หมู่ที่ 8,10

ต่อมา เวลา 07.00 น.นาย ศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พะเยา พร้อมด้วย นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รอง ผวจ.พะเยา , นายก อบจ, นายอำเภอดอกคำใต้ ผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น , ผู้แทน มทบ.34  และเจ้าหน้าที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พะเยา  ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้  พร้อมสั่งกำชับ ให้ทุกฝ่ายเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว

มีรายงานเพิ่มเติมว่า     ในพื้นที่ ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา  น้ำป่าได้เริ่มไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรบ้างแล้ว และได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ไม่ต่างจากในเขตตัวเทศบาลเมืองพะเยา หลายจุดมีน้ำท่วมขัง  ทำให้รถยนต์ และจักรยานยนต์สัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก จากปริมาณน้ำที่ท่วมขังโดยเฉพาะหน้าแขวงทางหลวงพะเยา และหน้าโรงพยาบาลพะเยาราม

โดย ผวจ.พะเยา ได้สั่งการให้ทุกหน่วย เร่งเข้าช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย อย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดในพื้นที่ จ.พะเยา  ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง  โดยทางจังหวัด ยังคงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในระยะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ ห้วงตั้งแต่ เวลา 06.00 วันที่ 12 ก.ย.59 ถึงเวลา 06.00 วันที่ 13 ก.ย.59 บริเวณภาคเหนือ จะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน

ขณะเดียวกันพายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ ที่มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 670 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศทางทิศตะวันตก ค่อนไปทางเหนืออย่างช้าๆ คาดว่ามีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ในช่วงระหว่าง วันที่ 13-15 ก.ย. 2559  ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้ บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตราย อันอาจจะจากฝนตกหนัก กับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับพยากรณ์อากาศ ประเทศไทย ตั้งแต่ เวลา 06.00 วันที่ 13 ก.ย.59 ภาคเหนือ จะมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก  และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส.