หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ฝน – หนาวเริ่มจาง บรรเทาภัยแล้ง น้ำเริ่มไหลเข้าเขื่อน

Author by 27/01/16No Comments »

 หนาว               ฝน-ลมหนาวเริ่มจางลงแล้ว ทั่วไทยอุ่นขึ้น แต่อุณหภูมิบนดอยสูงยังต่ำ 10 องศาฯ พื้นราบภาคเหนือตอนบนยังอยู่ระดับ 15-19 องศาฯ ถือว่ายังหนาวเย็น อย่างสบายๆขณะที่น้ำฝนสร้างความชุ่มชื้นแก่พื้นที่พอบรรเทาภัยแล้งระดับหนึ่ง พบมีน้ำไหลเข้าเขื่อนแม่งัด และแม่กวงเบื้องต้นวันละ เกือบแสนคิว ด้านแพทย์ สสจ.เตือนดูแลผู้สูงอายุและเด็ก รับมือกับภัยหนาวไม่ให้เจ็บป่วย

มวลอากาศเย็นจัดจากประเทศจีนกำลังแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ที่แผ่ลงมาบริเวณประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 23-26 ม.ค. 2559 มีผลทำให้เกิดสภาพอากาศหนาวจัดทางตอนบนของประเทศ และหนาว ลงไปถึงเย็นสบายๆ ในภาคกลางนั้น จนถึงเช้าวันที่ 27 ม.ค. ความแรงของลิ่มความกดอากาศสูงเริ่มแผ่วลง แต่ยังทำให้บริเวณภาคเหนือตอนบนมีอุณหภูมิต่ำ ระดับ 9-13 องศาเซลเซียส โดยในตัวเมืองเชียงใหม่เช้าวันพุธอยู่ที่ 11 องศาฯ บนยอดดอยสูงอยู่ระดับต่ำ 10 โดยเฉพาะดอยอ่างขาง อ.ฝาง ต่ำสุดที่ 1.5 องศาฯ จากรายงานของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ มีดังนี้ โครงการพระราชดำริปางตอง(ปางอุ๋ง) แม่ฮ่องสอน 8 องศาฯ เขื่อนภูมิพล ตาก 11.5 อ.เมืองลำปาง 9.5 อ.เมืองน่าน 8.5 อ.เมืองเชียงราย 10.0 อ.เมืองพะเยา 8.5 อ.เมืองน่าน 8.5 อ.เมืองแพร่ 10.8 และ อ.เมืองลำพูนเท่าเชียงใหม่ 11.0 องศาฯ

น.ส.พรนภา ทองเทพ / พยากรณ์อากาศ เปิดเผยว่า สภาวะอากาศเมื่อเวลา 07.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่ปกคลุมภาคเหนือ ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและอากาศหนาวเย็นไว้ด้วย

พยากรณ์ภาคเหนือตอนบน วันที่ 28 ม.ค. คาดว่าจะมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 15-19 องศาฯ บริเวณเทือกเขาและยอดดอย อากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 1-5 องศาฯ ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนภาคเหนือตอนล่าง อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 12-14 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 17-20  องศาฯ บริเวณเทือกเขาและยอดดอย อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-8 องศาฯลมใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมง อุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันพุธวัดได้ 8.2 องศาฯที่ดอยมูเซอ อ.เมือง จ.ตาก

จากการเกิดฝนมากับความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วง 3 วันที่ผ่านมา นายพฤกษ์ เรืองไวทยะ หน.ฝ่ายจัดสรรน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เปิดเผย “ไทยนิวส์” ว่า เนื่องจากลำน้ำแม่งัดมีความยาว การไหลเข้าของน้ำจึงซึมลงใต้ดินจำนวนมากก่อนจะเข้าเขื่อน อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ปรากฏคือ วันที่ 25 ม.ค. สถานการณ์ปกติไม่มีน้ำไหลลงมา วันที่ 26 ม.ค.ไหลเข้า 81,000 ลูกบาศก์เมตร 27 ม.ค. 29,000 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้เพียงเล็กน้อย แต่ได้สร้างความชุ่มชื้นแก่พื้นที่ทั่วไปมาก ถึงขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนมี 64 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ได้จริงราว 50 ล้านฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 20 กว่าๆ ของความจุเขื่อน ทางด้านเขื่อนแม่กวงอุดุมธารา อ.ดอยสะเก็ด มีปริมาณน้ำจนถึง 27 ม.ค. 2559 จำนวน 31.392 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 11.936 เท่านั้น

นายวุฒิชัย รักษาสุข ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา กล่าวว่า ฝนมาครั้งนี้ทำให้เกิดความชุ่มชื้น แก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างดี แต่ปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าเขื่อนมีไม่มากนัก จากรายงานเช้า 24 ม.ค.เข้า 65,000 ลูกบาศก์เมตร 25 ม.ค. 75.000 ลูกบาศก์เมตร 26 ม.ค. 93.000 ลูกบาศก์เมตร และ 27 ม.ค. 200,000 ลูกบาศก์เมตร โดยปกติแล้วมีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 50,000 ลูกบาศก์เมตรอยู่แล้ว และมีการระเหยหายไปวันละราวหมื่นกว่าลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามฝนมาครั้งนี้มีผลทางจิตวิทยาคลายความกังวลเรื่องภัยแล้งลงไปได้บ้าง แต่อย่าคิดว่าจะรีบหว่านกล้าทำนาปรังเด็ดขาด เนื่องจากน้ำต้นทุนเก็บกักมีน้อยมาก ในเขื่อนยังปิดอยู่กำหนดจะส่งน้ำตามรอบเวรอีกครั้งกลางเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้

ทางด้าน น.พ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ โพสต์ในเฟสบุ้กส่วนตัวว่า โรคที่มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว 6 โรค ตามประกาศกรมควบคุมโรค ได้แก่ โรคไข้หวัดและ ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคสุกใส และโรคอุจจาระร่วง รวมถึงโรคที่เกิดจากสภาพอากาศที่แห้ง เช่น โรคผิวหนัง และการเสียชีวิตของผู้สูงอายุด้วยภัยหนาว จึงขอแนะนำประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่วงฤดูหนาว ได้แก่กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป และกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคตับ โรคไต และโรคโลหิตจาง เป็นต้น ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงมีภูมิต้านทานต่อโรคต่ำเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย และเมื่อป่วยจะมีอาการรุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป

โดยขอให้รักษาความอบอุ่นของร่างกาย โดยการสวมเสื้อผ้าหนาๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามสภาพอากาศ ให้ใส่ถุงเท้า หมวกไหมพรม หากไม่มีให้ใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้นและห่มผ้าให้หนามากกว่าปกติ การดื่มน้ำ และเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่นอกจากจะเพิ่มความอบอุ่นแล้วยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย นอกจากนั้นให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประเภทแป้งและไขมัน เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น จะช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย ให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่การดื่มสุรา นอกจากไม่ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายแล้ว ยังมีผลเสียทำให้ร่างกายไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นได้ เช่นเดียวกับการผิงไฟในเต้นท์จะทำให้ร่างกายได้รับสารพิษเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ การนำเด็กไปใกล้บริเวณที่มีการก่อไฟให้ความอบอุ่น เพราะควันไฟจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจเด็ก การนอนในที่แจ้ง ลมโกรก โดยไม่มีเครื่องป้องกันให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

ขณะที่การอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด จะทำให้มีโอกาสรับเชื้อโรคได้ง่าย เช่นเดียวกับการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใส่ใจในการป้องกันร่างกาย เช่น การล้างมือบ่อยๆการสวมหน้ากากอนามัยเป็นต้น และเมื่อย่างเข้าสู่หน้าหนาว แม้ว่าอากาศจะไม่หนาวเย็นมากนัก แต่ควรใส่ใจในสุขภาพของตัวเองและสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวให้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ร่างกายยังบอบบางและมีภูมิต้านทานโรคไม่มากเท่า ผู้ใหญ่เพราะในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาทองของบรรดาเชื้อไวรัสทั้งหลายที่ เจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พะเยา ว่าเมื่อวันที่  26 ม.ค.59 ที่ศาลาประชาคม จ.พะเยา นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พะเยา เป็นประธานมอบผ้าห่มกันหนาวให้ส่วนราชการจำนวน 3,900 ผืน เพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ หลังจากต้องประสบกับปัญหาสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง จากความกดอากาศสูงกำลังแรงที่ยังคงปกคลุมประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ โดย จ.พะเยาได้รับการสนับสนุนเครื่องกันหนาวจากกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย มูลนิธิ องค์กรภาคเอกชน จำนวน 3,300 ผืน และศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดพะเยา 600 ผืน โดยเครื่องกันหนาวและความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางจังหวัดพะเยากำหนดมอบให้กับราษฎรผู้ประสบภัยหนาวรวมทั้งสิ้น 9 อำเภอ

สำหรับปีนี้ จ.พะเยา ได้มีการสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวแล้วพบว่า มีประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนเครื่องกันหนาว จำนวน 9 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 69,335 ชุด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ จังหวัดยังไม่สามารถประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ภัยหนาวได้  เนื่องจากอุณหภูมิในพื้นที่ ลดลงไม่ถึง 8 องศาเซลเซียสติดต่อกัน ไม่เกิน 3 วัน ทำให้ยังไม่สามารถนำเงินทดลองราชการฯ มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.59 ที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้มีผู้สูงอายุส่วนหนึ่งที่ประสบปัญหาความหนาวเย็น และล้มป่วยด้วย โรคทางเดินหายใจ พากันมาขอรับบริการตรวจรักษา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุชาวไทยภูเขา ที่มีฐานะยากจน บางคนสวมเสื้อผ้าบางๆ ต้องนั่งคุดคู้กอดอก ท่ามกลางบรรยากาศลมแรง หนาวเย็น บางคนสวมเสื้อผ้าบางๆตัวเดียว

ในช่วงเวลาเดียวกัน บรรดาผู้สูงอายุเหล่านี้ ต่างดีอกดีใจหลังจากทราบว่า พ.อ.ภาส วงศ์สารภี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 และ พ.อ.อดุลย์ จำปาทอง รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 36 ได้เดินทางนำผ้าห่มของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ร่วมกับ กองกำลังนเรศวร มาแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ผลกระทบจากภัยหนาวพื้นที่ และหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 โดย พ.อ.ภาส วงศ์สารภี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 และ พ.อ.อดุลย์ จำปาทอง รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 36 จึงได้นำผ้าห่มทั้งหมด 400 ผืน เดินทางมอบให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ที่มารอรับการตรวจรักษาโรค ถึงโรงพยาบาล จำนวน 50 คน หลังจากนั้นได้เดินทาง ไปมอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับชาวไทยภูเขาผู้ยากไร้ในพื้นที่ บ้านแม่สะลาบ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง และบ้านทุ่งป่าคา ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่อง สอน รวม 400 ผืน เพื่อเป็นการบรรเทาความหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยในบางพื้นที่ ของ จ.แม่ฮ่องสอน ขณะนี้อยู่ที่ 9 – 13 องศา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดน้ำค้างแข็ง ติดตามกิ่งไม้ เป็นแนวยาว ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนบ้านห้วยคุ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นครั้งนี้ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับ ว่าที่ พ.ท.มรกต อินปั่น ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยคุ และคณะครูพร้อมเด็กนักเรียนอย่างมาก ต่างนำกล้องถ่ายรูป มาถ่ายไว้เป็นที่ระลึก

ว่าที่ พ.ท.มรกต เผยว่า สภาพอากาศ เริ่มหนาวเย็นจัด ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.59 อุณหภูมิที่วัดได้ในวันแรกคือ -3 องศาเซลเซียส และใน วันที่ 26 ม.ค.59 วัดได้ -2 องศาเซลเซียส  จนเกิดปรากฎการณ์ น้ำค้างแข็งติดตามกิ่งไม้ และตามยอดหญ้า บริเวณสนามโรงเรียน  และจากสภาวะอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ทำให้ทั้งครู และนักเรียนได้รับผลกระทบ ทางโรงเรียนต้องก่อไฟผิง ให้กับนักเรียน และครูเพื่อคลายหนาว ทั้งนี้น้ำค้างแข็งที่เกิดขึ้นมานั้นถือว่า ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่โรงเรียน จากสภาพอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิลดลงต่อเนื่องทำให้นักเรียน ไม่มีสมาธิในการเรียน ทางโรงเรียนจึงแจ้งหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว ระหว่างวันที่ 27-29 ม.ค. 2559 และจะเปิดการเรียนการสอนตามปกติใน วันที่ 1 ก.พ.2559  เพราะขณะนี้อากาศในพื้นที่ ยังคงหนาวเย็นจัด โดยอุณหภูมิในวันนี้วัดได้ 1 องศาเซลเซียส เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 27ม.ค. 2559.