หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

พบฉีกบัตร 4 จังหวัดเหนือ ลำพูนแชมป์ออกเสียง

Author by 8/08/16No Comments »

   2     เชียงใหม่ปลื้มคนแห่ใช้สิทธิออกเสียงประชามติมากสุดของจังหวัดขนาดใหญ่ผลรวม 72.44%  ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เห็นชอบมากกว่าเห็นชอบ ผอ.กกต.ประจำ .เชียงใหม่ พอใจการจัดการ  แม้ติดขัดในระบบรายงานผลทำให้ทราบหน่วยสุดท้ายเกือบ 04.00 .ผอ.โรงเรียนแม่วินสามัคคีรีบไปทำหน้าที่ ผอ.หน่วยออกเสียงประสบอุบัติเหตุรถตกข้างทางหวิดดับ

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.59 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่กล่าวแสดงความขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่ออกมาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกันมากกว่าการออกเสียงประชามติครั้งก่อนในปี 2550 โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จากทุกอำเภอ ทั้ง 25 อำเภอครบ 2,645 หน่วย มีผู้มาใช้สิทธิ์ 924,164 คน จากผู้มีสิทธ์ 1,275,798 คน คิดเป็นร้อยละ  72.44 สูงกว่าประชามติครั้งก่อนที่มาใช้สิทธิร้อยละ 70.31 เป็นบัตรดี 886,054 ใบ คิดเป็นร้อยละ 95.88 บัตรเสีย 38,110 คิดเป็นร้อยละ 4.12 สูงกว่าครั้งก่อนที่ร้อยละ 2.77

    เชียงใหม่ไม่เห็นชอบมากกว่า

ส่วนผลการออกเสียงไม่เป็นทางการทั้งจังหวัด ปรากฏว่ามีผู้ไม่ เห็นชอบมากกว่าเห็นชอบทั้ง 2 ประเด็น โดยประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ มีผู้เห็นชอบ 385,317 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 43.49 ไม่เห็นชอบ 454,987 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 51.35 ที่เหลือเป็นการตอบถูกในประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่ไม่ถือเป็นบัตรเสียอีกร้อยละ 5.16 ไม่นับรวมว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตามแบบรายงานของ กกต. ที่ไม่เอามาลงในแบบรายงานด้วย

ส่วน ประเด็นคำถามพ่วง เห็นชอบ 340,285 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.40 ไม่เห็นชอบ 453,562 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 51.19 ที่เหลือเป็นการตอบถูกในประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่ไม่ถือเป็นบัตรเสียอีกร้อยละ 10.41 ทั้งนี้มีอำเภอที่มีคะแนนเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบทั้งสองประเด็นคือ อ.สะเมิง อมก๋อย เชียงดาว เวียงแหง แม่แตง และ อ.ฮอด ส่วนที่เหลือไม่เห็นชอบมากกว่า

ออกเสียงนอกเขตใช้สิทธิ 9,285 คน

สำหรับการใช้สิทธิ์ออกเสียง นอกเขตจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดของ จ.เชียงใหม่ มีผู้ลงทะเบียน 11,127 คน มาใช้สิทธิ 9,285 คน คิดเป็นร้อยละ 83.45   เป็นบัตรดี 9,230 ใบ คิดเป็นร้อยละ 99.41 บัตรเสีย 55 ใบคิดเป็น ร้อยละ 0.59 ผลการแสดงประชามตินอกเขตจังหวัดประเด็น 1 เห็นชอบ 4,729 คะแนน คิด เป็น ร้อยละ 51.24ไม่เห็นชอบ 4,412 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 47.80 ประเด็น 2 เห็นชอบ 4,292 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 46.50 ไม่เห็นชอบ 4,822 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 52.24

    ผอ.หน่วยฯประสบอุบัติเหตุ

สำหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่ส่งผลให้ ผอ.ประจำหน่วยออกเสียงประชามติได้ รับบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายพิชิต บุญแปง ผอ.โรงเรียนแม่วินสามัคคี อ.แม่วาง หน่วยที่ 7 บ้านห้วยหยวก ต.แม่วิน อ.แม่วาง ขณะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่รถสูญเสียการควบคุมหลุดลงไหล่ทาง ความลึกประมาณ 50 เมตร มีผู้ตามมาเพื่อจะไปใช้สิทธิประสบเหตุ  จึงรีบลงไปช่วยเหลือ และมีรถพยาบาลมารับไปดูอาการที่ ร.พ.แม่วาง เบื้องต้นอาการปลอดภัยดีแล้ว ส่วนรถเสียหายยับเยิน ทาง กกต.จะช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป

ผอ.กกต.เชียงใหม่ ขอบคุณทุกฝ่าย

ขณะที่นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผอ.กกต.ประจำ เชียงใหม่ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิครั้งนี้ เบื้องต้นพบว่า ในบรรดาจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมาก ทั้งนครราชสีมา ขอนแก่น นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่จะมีสถิติการใช้สิทธิมากที่สุด แต่ทั้งประเทศอยู่ในอันดับต้นๆ ส่วนการจัดการและรายงานผลแม้จะสรุปครบและรับรายงานหน่วยสุดท้ายจาก อ.อมก๋อยเวลากว่า 03.30 น. เพราะติดปัญหาการสื่อสาร และระบบการรายงานผลที่ไม่เสถียรช่วงดึกๆ เพราะจากที่ตรวจสอบการตรวจนับคะแนนและอื่นๆ แต่ละหน่วยทำเสร็จตั้งแต่ช่วงเย็นวันเดียวกันแล้ว มาติดขัดระบบรายงานผลตามแบบฟอร์มเท่านั้น แต่ทุกอย่างผ่านด้วยดีต้องขอบคุณทุกฝ่ายอีกครั้ง

     ลำพูนผู้ไปใช้สิทธิสูงอันดับ 1  

จ.ลำพูน มีผู้มีสิทธิออกเสียงร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 332,822 คน มีหน่วยออกเสียง 684 หน่วย ขณะนี้ ผลการนับคะแนน อย่างไม่เป็นทางการ พบว่า มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียง 254,511 คน คิดเป็นร้อยละ 76.47 สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ บัตรดี 240,707 บัตร คิดเป็นร้อยละ 95.59 ส่วนบัตรเสีย มี 11,099 บัตร คิดเป็นร้อยละ 4.41

สำหรับผู้ที่มาใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ 3,803 คน มาใช้สิทธิออกเสียง 2,705 คน คิดเป็นร้อยละ 71.12

ส่วนผลการออกเสียงประชามติ อย่างไม่เป็นทางการ ในประเด็นที่ 1 ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นชอบ 108,132 คน คิดเป็นร้อยละ 48.03 ไม่เห็นชอบ 117,000 คน คิดเป็นร้อยละ 51.97 ประเด็นที่ 2 ประเด็นเพิ่มเติม เห็นชอบ 92,832 คน คิดเป็นร้อยละ 44.84 ไม่เห็นชอบ 114,184 คน คิดเป็นร้อยละ 55.16

 พะเยาใช้สิทธิร้อยละ 64.82

จ.พะเยา สำนักงาน กกต.ประจำ จ.พะเยา ประกาศผลการนับคะแนนการออกเสียงประชามติร่าสงรัฐธรรมนูญ อย่างไม่เป็นทางการ ไม่ผ่านทั้ง 2 ประเด็น โดยประเด็นที่ 1.ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เห็นชอบ 109,408 เสียง คิดเป็นร้อยละ 47.15 ไม่เห็นชอบ 122,649 เสียง คิดเป็นร้อยละ 52.85 และประเด็นที่ 2. ประเด็นคำถามพ่วงเพิ่มเติมฯ เห็นชอบ 93,651 เสียง คิดเป็นร้อยละ 43.63 ไม่เห็นชอบ 121,001 เสียง คิดเป็นร้อยละ 56.37

โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 258,004 คน คิดเป็นร้อยละ 64.82 จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงฯ 398,020 คน บัตรที่นับเป็นคะแนน(บัตรดี) จำนวน 248,909 บัตร คิดเป็นร้อยละ 96.47 บัตรเสีย 9,095 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.53

      น่านนับคะแนนเสร็จ 22.30 .

จ.น่าน โดยสำนักงาน กกต.ประจำ จ.น่าน นายมงคลธัช พวงมาลัย ผอ. กกต.ประจำ จ.น่าน เปิดเผยผลสรุปการนับคะแนนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ได้ยุติลงจากทั้งหมด 925 หน่วย มีผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ สรุปดังนี้ และประเด็นเพิ่มเติม อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 22.30 น.

ทั้งนี้ จ.น่าน มีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง จำนวน 385,641 คน มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียง จำนวน 255,344 คน คิดเป็นร้อยละ 66.21 การออกเสียงประชามติ ประเด็นที่ 1 เห็นชอบ จำนวน 122,142 คน คิดเป็นร้อยละ 52.83 ไม่เห็นชอบ จำนวน 109,057 คน คิดเป็นร้อยละ 47.17 ประเด็นที่ 2 เห็นชอบ จำนวน 104,028 คน คิดเป็นร้อยละ 48.32 ไม่เห็นชอบ จำนวน 111,282 คน คิดเป็นร้อยละ 51.68 จำนวน และบัตรเสียจำนวน 9,137 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.58

โดยทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.น่าน ได้มีการล้มผังรายการ เพื่อดำเนินรายการพิเศษจัดรายการสด ตั้งแต่เปิดหีบ เวลา 08.00 น. และปิดหีบ – 16.00 น. โดยมีการรายงานบรรยากาศสดและสถานการณ์ผลการนับคะแนนเป็นระยะ ๆ จนครบทั้งหมด 925 หน่วย ของ จ.น่าน

     แพร่มีผู้ใช้สิทธิ 2.4 แสนคน

ด้าน จ.แพร่ ผลการลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จ. แพร่ อย่างไม่เป็นทางการ แสดงผลให้ประชาชนได้รับทราบ ณ ป้ายข้างศาลากลางจังหวัด ปรากฏว่า จ.แพร่ ผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวน 374,711 คน มาใช้สิทธิออกเสียงจำนวน  244,108 คน คิดเป็นร้อยละ 65.14 บัตร จากการตรวจนับบัตรดี จำนวน 228,624 ใบ คิดเป็นร้อยละ 93.66 บัตรเสีย 8,025 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.29

ส่วนประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนชาว จ.แพร่ เห็นชอบ 102,470 คน ไม่เห็นชอบ 119,417 คน และประเด็นที่ 2 ความเห็นเพิ่มเติม เห็นชอบ 87,691 คน  ไม่เห็นชอบ 117,772 คน

     เชียงรายไม่เห็นชอบมากกว่า

จ.เชียงราย นายเอกชัย เรือนคำ ผอ.กกต.ประจำ จ.เชียงราย กล่าวถึงผลการออกเสียงประชามติ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 อย่างไม่เป็นทางการ ได้ดำเนินการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว จากหน่วยออกเสียงทั้งสิ้น จำนวน 1,962 หน่วย ทั้ง 18 อำเภอ มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 614,649 คน จากผู้มีสิทธิ ทั้งสิ้น 914,756 คน คิดเป็นร้อยละ 67.19 โดยประเด็นที่ 1 มีผู้เห็นชอบ คิดเป็นร้อยละ 44.85 ไม่เห็นชอบ ร้อยละ 55.15 ส่วนประเด็นที่ 2 มีผู้เห็นชอบ คิดเป็นร้อยละ 40.97 ไม่เห็นชอบ ร้อยละ 59.03 พบบัตรเสีย ร้อยละ 4.14

ขณะที่ การใช้สิทธิ์ออกเสียงนอกเขตจังหวัด ที่หน่วยออกเสียงนอกเขตจังหวัด ณ อาคารคชสาร สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย มีผู้มาใช้สิทธิ 4,084 คน จากที่ขอลงทะเบียนไว้ 5,005 คน คิดเป็นร้อยละ 81.60 โดยประเด็นที่ 1 มีผู้เห็นชอบ คิดเป็นร้อยละ 64.07 ไม่เห็นชอบ ร้อยละ 35.93 ส่วนประเด็นที่ 2 มีผู้เห็นชอบ คิดเป็นร้อยละ 57.77 ไม่เห็นชอบ ร้อยละ 42.23 นอกจากนี้ ยังพบบัตรเสีย ร้อยละ 1.30

     แม่ฮ่องสอนใช้สิทธิอันดับ 2  

จ.แม่ฮ่องสอน นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นประธานแถลงข่าวผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการ ที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.แม่ฮ่องสอน มีประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจำนวน 163,096 คน หน่วยออกเสียง 458 หน่วย มีหน่วยออกเสียงนอกเขต 3 แห่ง โดยมีผู้มีสิทธิ์มีผู้มาแสดงตน 119, 778 คิดเป็นร้อยละ 73.44 % สูงเป็นอันดับ 2 รองจาก จ.ลำพูน

ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ มีผู้เห็นชอบ 68 ,462 คนคิดเป็นร้อยละ  64.15 ไม่เห็นชอบ 38,259 คน คิดเป็นร้อยละ 35.85  ส่วนประเด็นที่  2 คำถามพ่วง มีผู้เห็นชอบ 58,840 คน คิดเป็นร้อยละ 59.3 3  ไม่เห็นชอบ 40, 329 คน คิดเป็นร้อยละ  40.67  มีหน่วยเลือกตั้งที่ไปใช้สิทธิ 100% บ้านผาเผือก อ.ปางมะผ้า ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด จำนวน 1,693 คน มาใช้สิทธิ 1,504 คน คิดเป็นร้อยละ  88.84 ภาพรวมทั้งจังหวัดมีผู้ใช้สิทธิร้อยละ  74.36  บัตรเสียร้อยละ  4.21

ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การลงประชามติครั้งนี้ ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด อ.สบเมย มีผู้ไปใช้สิทธิมากที่สุดร้อยละ  79.08  และมีบัตรเสียมากที่สุด ร้อยละ  5.36 ขอขอบคุณข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร ครู ก. ครู ข. ครู ค.และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ทำให้การลงประชามติผ่านไปด้วยดี และมีผู้มาใช้สิทธิมากเป็นเป็นอันดับ 2 ของประเทศ  กรณีบัตรเสียที่ค่อนข้างสูง ต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

      คนลำปางเห็นชอบมากกว่า

จ.ลำปาง นายสุคนธ์ เรือนสอน ผอ. กกต. ประจำ จ.ลำปาง ได้เปิดเผยผลสรุปการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ สรุปได้ดังนี้ มีหน่วยเลือกตั้งจำนวน 1,244 หน่วย ผู้มีสิทธ์ทั้งหมด 624,451 คน ออกมาใช้สิทธิ์ 417,567 คน คิดเป็นร้อยละ 66.87  บัตรดี 399,904 บัตร บัตรเสีย 17,663 บัตร คิดเป็นบัตรเสียร้อยละ 4.23

ผลการออกเสียงประชามติ ประเด็นที่ 1 เห็นชอบ 193,760 คน คิดเป็นร้อยละ 51.72 ไม่เห็นชอบ 180,865 คน คิดเป็นร้อยละ 48.28 สำหรับประเด็นที่ 2 เห็นชอบ 167,979 คน คิดเป็นร้อยละ 48.53  ไม่เห็นชอบ 178,128 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 51.47

สำหรับประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด และได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดที่อาคารกองพัฒนาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง มีผู้ลงทะเบียน 1,219 คน ออกมาใช้สิทธิ์ 1,123 คน คิดเป็นร้อยละ 92.12 บัตรดี 1,116 บัตร บัตรเสีย 7 บัตร ผลการออกเสียงประชามติประเด็นที่ 1 เห็นชอบ 661 คน คิดเป็นร้อยละ 60 ไม่เห็นชอบ 447 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 40 สำหรับประเด็นที่ 2 เห็นชอบ 596 คน คิดเป็นร้อยละ 54 ไม่เห็นชอบ 506 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 46

      ภาคเหนือพบฉีกบัตร 5 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 พล.ต.ท.ชูชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนบุญวาทย์ และโรงเรียนลำปางกัลยาณี อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมระบุว่าได้รับรายงานพื้นที่ภาคเหนือ มีการฉีกบัตรลงคะแนนเพียง 3 จังหวัด ๆ ละ 1 ราย คือ พะเยา ลำปาง และ เชียงราย จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ กกต.แล้วพบว่า เกิดจากความเข้าใจผิด และเป็นผู้สูงอายุ

โดยในกรณีของ จ.ลำปาง ทาง กกต.ได้รับรายงานจากหน่วยลงประชามติหน่วยที่ 22 ไปรษณีย์สบตุ๋ย เทศบาลนครลำปาง ว่า ได้มี นางนิจจารีย์ มโนกุลอนันต์ อายุกว่า 74 ปี เกิดความเข้าใจผิด หลังเข้าคูหากากบาทในบัตรเรียบร้อย ขณะจะนำบัตรหย่อนลงหีบ เห็นบัตรมี 2 สี จึงเข้าใจว่า ต้องแยกออกจากกันจึงทำการฉีกบัตรออกเป็น 2 ใบ แล้วหย่อนลงในหีบบัตรลงคะแนน เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันสอบสวน และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากผู้สูงอายุ เข้าใจผิดคิดว่าบัตรมี 2 ส่วนต้องฉีกออก ก่อนที่จะหย่อนลงในหีบ

ส่วนกรณี การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ ออกเสียงใน จ.เชียงใหม่ พบมีการฉีกบัตร 2 ราย ได้แก่ นายประพันธ จ๊ะเขียว อายุ 49 ปี ฉีกบัตรออกเสียงที่ หน่วยแสดงประชามติที่ 5 หมู่ 9 ต.หางดง อ.ฮอด เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม สอบสวนทราบว่า ไม่มีเจตนา แต่เข้าใจว่าให้ฉีกบัตรตามรอยปรุแยกคำถามประเด็นที่ 1 ละ 2 ออกจากกัน เจ้าพนักงานจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ส่วนรายที่ 2 เหตุเมื่อเวลา 15.45 นายตุ๋ย ปันสมุทร อายุ 58 ปี ฉีกบัตรออกเสียงที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 สำนักสงฆ์หนองบวกส้ม ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สอบสวนแล้วพบว่า ฉีกบัตรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเข้าใจว่าให้แยกสีบัตรตามรอยปรุก่อนหย่อยลงในหีบบัตร พนักงานสอบสวนรับตัวไปสอบสวนข้อเท็จจริงดำเนินคดีต่อไป.