หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

พบทุจริตถนน อบต. ผู้ว่าการ สตง. เต้น สั่ง”เรียกเงินคืน”

Author by 22/03/16No Comments »

 3         ชาวบ้านร้องถนน อบต.เททับ 2 ชั้น สเป็กไม่ถึง 15 ซม. สตง.รุดสอบ ข้อเท็จจริง ถนน 11 เส้นทาง งบก่อสร้าง 3 ล้านบาทพบทุจริตชัดเจน ผู้ว่าการ สตง.ข้องใจ อบต. อาศัยอำนาจข้อใด แก้ระเบียบเอื้อผู้รับเหมา เตรียมทำหนังสือเรียกเงินคืนพร้อมสอบสัญญาเอื้อประโยชน์

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.59     นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิราภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตการก่อสร้าง ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก  2 ใน 11 สายภายในหมู่บ้าน เป็นงบประมาณของ อบต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กภาย ในหมู่บ้าน หมู่ที่ 1,2, 4, 5, 6, 8, 11, 12, 13, 14, 15 ระยะทางเฉลี่ยหมู่บ้านละ 100 เมตรเศษๆ จำนวน 11 เส้นทาง ตามสัญญาจ้างเลขที่ E1/2557 ลงวันที่ 5 ก.ย.57 จำนวนเงินตามสัญญา 3,316,000 บาท

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่า การก่อสร้างถนน คสล.มีความหนาเพียง 10-13 เซนติเมตร  ไม่เป็นไปตามรูปแบบ การประกอบสัญญาจ้าง ที่กำหนดความหนา 15 เซนติเมตร  และสำนักงานตรวจสอบพิเศษภาค 10 ได้มีหนังสือแจ้ง เพื่อทบทวนแก้ไขแต่ อบต.พรหมพิราม ได้มีการเทคอนกรีตธรรมดาทับหน้าบนผิวถนนเดิม เพื่อให้ถนน คสล.มีความหนาเป็นไปตามรูปแบบ และได้มีการเบิกจ่ายเงินแก่ ผู้รับจ้างครบตามสัญญา ไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง เอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้าง เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ปัจจุบันผิวหน้าที่เททับได้หลุดล่อนพฤติการณ์ถือว่าเป็นการทุจริต

การลงพื้นที่ตรวจ ของคณะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินครั้งนี้  นายประดับ กลิ่นขำ นายก อบต.พรหมพิราม และ ผอ.กองช่าง ได้นำพาตรวจถนน จำนวน 2 แห่ง โดยนำเครื่องขุดเจาะถนน (คอลลิ่ง) เจาะผิวถนนคอนกรีตความยาว  100 เมตรเศษๆ โดยสุ่มเจาะลึกพบว่า ชั้นหินทรายแบ่งเป็น 2 ชั้น มีความหนาไม่ถึงตามสัญญาว่าจ้าง ถนนด้านล่างไม่ได้บดอัด  อบต.พรหมพิราม ได้ว่าจ้าง หจก.แห่งหนึ่ง ดำเนินการก่อสร้าง จนมีผู้ร้องฯ และ สตง.ได้ทำหนังสือตักเตือนแต่ นายก อบต.พรหมพิราม กลับอ้างว่า ยังไม่ได้รับหนังสือ จึงทำให้คณะผู้ว่าการ สตง.รุดสอบข้อเท็จจริงวันนี้

หลังการตรวจสอบ  นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิราภาส  กล่าวว่า สตง.ได้รับข้อมูลถนนว่า ไม่เป็นไปตามรูปแบบคือ หนา 15 เซ็นติเมตร เบื้องต้น จึงได้มีการแจ้งเตือน ให้ทบทวน เพราะระเบียบราชการ ถ้าก่อสร้าง ไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการ จะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง จากนั้นจึงค่อยมีการตรวจรับงาน ส่วนกรณีแก้ไขแบบ เพื่อเอื้อประโยชน์ ผู้รับเหมานั้น ไม่มีระเบียบกระทำได้  ความหนาที่ไม่ถึงตามรายการ กลับไปเททับเพิ่ม หรือแก้ข้อสัญญา ไม่สามารถกระทำได้ เพราะไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ การแก้สัญญาถือว่า เอื้อประโยชน์ผู้รับเหมา เนื่องจากการทำถนนไม่เหมือนทำขนมชั้น

ส่วนกรณีเทปูนทับเพิ่มใหม่ ไม่มีเหล็ก มีเพียงแต่เหล็กเส้นเดิมด้านล่าง ฉะนั้นผิวถนนมีความเปราะบาง ระยะยาวไม่ทน ที่ผ่านมาได้เตือนไปแล้ว แต่กลับหาวิธี เช่น ถนน คสล.จะต้องทดสอบด้วยแรงอัด แต่ก็พลิ้วไปทดสอบอีกอย่างคือ แรงเฉือน อ้างว่ารับรองได้    แม้ว่ายอดมูลค่าก่อสร้างถนนเงิน จำนวน 3 ล้านบาท แต่เป็นเงินภาษี ของประชาชน ฉะนั้นจะต้องมีผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ เบื้องต้นสตง. จะทำหนังสือทักท้วง “เรียกเงินคืน”ที่จ่ายเงินไปแก่ผู้รับเหมา ระยะยาวจะต้องสอบสวนว่า ทำไม รู้แล้วจึงปล่อยให้มีการแก้ไข อาศัยอำนาจอะไรไปแก้แบบ แก้สัญญาเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน.