หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

พายุฤดูร้อน – ลูกเห็บ ถล่มภาคเหนือ หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ

Author by 10/04/16No Comments »

       4         พายุฝนฤดูร้อน พร้อมลูกเห็บ กระหน่ำเชียงใหม่ ก่อนสงกรานต์ ต้นไม้หักล้มทับ รถยนต์ และสายไฟแรงสูง จนกระแสไฟดับหลายแห่ง จราจรวุ่น หลังอากาศร้อนหลายวันติด ส่วนเชียงรายหลายอำเภออ่วม เจอพายุฤดูร้อนซัด ตามมาด้วยลูกเห็บ บ้านเรือนเสียหายยับ เร่งสำรวจให้การช่วยเหลือ และที่พะเยา เจอทั้งพายุ และลูกเห็บ สร้างความเสียหายหนักเช่นกัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 เม.ย.59 ได้เกิดพายุลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ สันทราย แม่ริม แม่แตง สันกำแพง มีลูกเห็บขนาดหัวแม่มือ ตกกระจายทั่ว ทำให้ต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า และเสาสัญญานไฟจราจรหลายแห่ง ล้มระเนระนาด ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่นานกว่า 30 นาที ทำให้เกิดฝุ่น ใบไม้ปลิวกระจัดกระจายในอากาศ เศษใบไม้ลอยเต็มคูเมือง ประชาชนต้องจอดรถหาที่กำบัง เพื่อความปลอดภัยกันจ้าละหวั่น นอกจากนี้ แรงลมยังทำต้นไม้ใหญ่โค่นล้มทับรถยนต์ของญาติผู้ป่วยที่มาเยี่ยมญาติในโรงพยาบาลนครพิงค์ ได้รับความเสียหายหลายคัน เพิงร้านค้ารอบอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ก็ถูกลมพัดกระหน่ำได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งต้นตาล หน้าวัดนันทาราม ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ หักโค่นทับรถยนต์ของชาวบ้าน ที่จอดไว้ได้รับความเสียหายทั้งคัน

นอกจากนั้น กระแสลมแรง ยังพัดซุ้มประตูวัดโลกโมฬี พังถล่มลงมา รวมทั้งเต็นท์ ป้ายโฆษณาตามริมถนนถูกแรงลมพัดปลิวกระจัดกระจาย ทั้งยังมีฝนตกหนัก และลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ สร้างความตื่นกลัวให้ประชาชนหลายพื้นที่ เพราะเป็นพายุฝนแรก ก่อนสงกรานต์ที่ก่อนหน้ามีอากาศร้อนอบอ้าวตลอดสัปดาห์ หลายคนใช้การวิเคราะห์จากธรรมชาติว่า ปีนี้พายุฤดูร้อนจะรุนแรงกว่าทุกปี ทำให้หลายแห่งมีความเสียหายของอาคาร ป้าย ต้นไม้ และยังมีน้ำท่วมขังหลายจุดทั้งๆ ที่ฝนตกไม่นาน เช่น ทางลอดแยกศาลเด็กที่น้ำเจิ่งนองกว่า 30 ซม.เป็นเหตุให้รถเล็กต้องระวังอุบัติเหตุด้วย

สำหรับความเสียหาย จากพายุครั้งนี้มีเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ บ้านพักข้าราชการ 700 ปี และหน้าศูนย์ประชุม และแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ ที่มีลมพัดแรง และมีลูกเห็บตกลงมาอย่างหนักประมาณ 5 นาที ก่อนที่จะสงบลง ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อแก้ไข โดยเฉพาะเหตุต้นไม้หักโค่น ซึ่งจากพายุครั้งนี้มีรายงานว่า ได้มีต้นไม้หักโค่นล้มทับรถของ นางอำพร เทพทำพันธุ์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 30 ถนนราชเชียงแสน ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ขณะจอดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายในสวนสาธารณะหนองฮ่อ บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ประชุมฯ ทำให้รถกระบะถูกทับกลางลำเสียหาย เช่นเดียวกับรถที่จอดตามจุดจอดศาลากลางจังหวัด ที่อยู่ใต้ต้นไม้หลายคัน ก็ถูกกิ่งไม้หักใส่กว่า 10 คัน อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาไม่มากนัก

ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้รายงานสภาวะอากาศช่วงนี้ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศร้อนจัดประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามา ทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาผลผลิตการเกษตรรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จึงขอให้ติดตามข่าวการพยากรณ์อากาศประจำวันจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิดต่อไป อย่างไรก็ตามทาง นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องแต่ละอำเภอที่มีเหตุ รวมทั้งองค์กรท้องถิ่น เร่งให้การดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยครั้งนี้แล้ว

ที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อ เวลา 17:30 น.วันที่ 9 เม.ย. 59 ได้เกิดลมพายุ และลูกเห็บ ตกกระจายเป็นวงกว้าง ในพื้นที่ตำบลแม่ลอย และตำบลเชียงเคี่ยน อ.เทิง จ.เชียงราย แรงของลมพายุ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฏร และสวนลำไยจำนวนมาก ลมพายุโหมกระหน่ำนานกว่า 30 นาที จึงอ่อนกำลังลง ทิ้งความเสียหายไว้ในเบื้องหลัง

ต่อมา เวลา 09.00 น.วันที่ 10 เม.ย.59 นายอภิรศักดิ์  พฤกษชาติ นายอำเภอเทิง จ.เชียงราย ได้สั่งการให้ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ประสบภัย เร่งสำรวจความเสียหาย อย่างละเอียด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ ในเบื้องต้นสำรวจพบ มีหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหาย จากการเกิดพายุลูกเห็บ จำนวน 11 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 9,3,2,1,8,6 ต.แม่ลอย และ ม.2,4,9,7,5 ต.เชียงเคี่ยน มีบ้านเรือนราษฎรเสียหายจำนวนประมาณ 234 หลังคาเรือน ชึ่งได้สั่งการให้ใช้งบประมาณของ อปท.ในพื้นที่ให้ช่วยเหลือก่อน หากไม่เพียงพอจะขอรับการช่วยเหลือจากจังหวัด ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีรายงานที่ ตำบลสันสลี อำเภอแม่ลาว ในขณะเกิดลมกรรโชกแรง ได้มีรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ บริเวณเกาะกลางถนน ทำให้ต้นไม้ล้มขวางกลางถนน หน่วยงาน ป้องกันสาธารณะภัยจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 หน่วยทหาร อปท. และมูลนิธิกานกุศล ได้เข้าเคลียร์พื้นที่จนสถานการณ์เรียบร้อย

ส่วนที่อำเภอแม่จัน ตำบลแม่คำ หมู่ที่ 3, 4 ตำบลจอมสวรรค์ หมู่ที่ 1, 2, 4, 6 ตำบลจันจว้าใต้ หมู่ที่ 5, 6 และ ตำบลสันทราย หมู่ที่ 3 ก็มีรายงานบ้านเรือนราษฎร ถูกลมพายุพัดกระโชก ได้ความเสียหายมีหลังคาบ้านถูกลมพายุพัดปลิวไปหลายหลัง ขณะนี้ทางอำเภอ อปท. หน่วยทหาร และ ปภ.จังหวัดเขียงราย อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เช่นเดียวกันกับที่ อำเภอแม่สาย โดยเฉพาะที่ตำบลโป่งงาม ก็มีบ้านเรือนราษฎรถูกแรงลมพายุพัดกระหน่ำได้รับความเสียหายหลายหลัง ส่วนโรงเรียนบ้านถ้ำ ก็มีต้นไม้ล้มทับอาคารเรียนเสียหาย และก็อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ส่วนที่อำเภอเชียงแสน ที่บ้านสบกก ตำบลเวียง ได้เกิดเหตุฝนฟ้าคะนอง บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย และที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง ที่ตำบลเทิดไทย ที่โรงเรียนบ้านห้วยอื้อ ได้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกลมพายุพัดจนล้มทับอาคารเรียนจนพังเกือบทังหลัง อุปกรณ์การเรียน ทั้งหนังสือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ เปียกน้ำฝนทั้งหมด ได้รับความเสียหาย อย่างหนักด้วย.

ล่าสุดสายวันเดียวกัน    นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และได้สั่งการให้ทางอำเภอ ให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน และให้รายงานผลความคืบหน้าของการช่วยเหลือให้ทราบอย่างเป็นระยะ

จ.พะเยา เมื่อ เวลา 17.30 น.วันที่ 9 เม.ย.59 ได้เกิดลมพายุ พร้อมกับลูกเห็บ ตกกระจายในพื้นที่ ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ขนาดลูกเห็บเท่ากับลูกมะแว้ง แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย และจากพายุพัดแรง ทำให้ต้นไม้ใหญ่ คือ ต้นโพธิ์ข้างวัดศรีเมืองมาง ต.หย่วน อ.เชียงคำ กิ่งต้นโพธิ์ได้หักลงมากลางถนน ป้ายโฆษณาพังเสียหาย แต่ยังไม่พบบ้านเรือนประชาชนเสียหาย นอกจากนี้ได้มีฝนตกลมพัดแรงในพื้นที่ อ.จุน  อ.ภูซาง และตกบางส่วนในพื้นที่ อ.แม่ใจ และ อ.เมือง ส่งผลให้อากาศที่ร้อนเย็นลงอย่างรวดเร็ว

ทางด้าน นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล นายอำเภอเชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่า จากวาตภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีลูกเห็บตกลงมาด้วยแต่ไม่เกิดความเสียหาย เบื้องต้นให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เร่งสำรวจความเสียหายแล้ว ส่วนวาตภัยที่เกิดขึ้น เมื่อ วันที่ 8 เม.ย.59 ที่ผ่านมาใน ต.ฝายกวาง มีพื้นที่ประสบภัย จำนวน  6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 8,9,11,13,14,16 บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 174 หลัง เทศบาลตำบล(ทต.)ฝายกวาง ช่วยเหลือกระเบื้องมุงหลังคาผู้ประสบภัยประมาณ 3,000แผ่น ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว.