หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญเนื่องในวันออกพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

Author by 17/10/16No Comments »

1จังหวัดเชียงใหม่

          พุทธศาสนิกชนในจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมากกว่า 1,000 คน ร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษาร่วมสืบสานประเพณีการทำบุญ ตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อทำนุบำรุง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่สืบไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

เมื่อเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ที่บริเวณถนนสายวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายประจวบ  กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์และ นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยกว่า 1,000 คน ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ แด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระเทพสิงหวราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ประเพณีตักบาตรเทโวโรหนะ ที่จัดขึ้นเป็นประจำหลังวันออกพรรษา 1 วัน ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เพื่อระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจลงจากเทวโลก หลังจากที่เสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเทศน์โปรดพระพุทธมารดา ที่ได้กำเนิดเป็นเทพบุตรอยู่ในชั้นดุสิต จนบรรลุโสดาปัตติผล วันเทโวโรหณะ คือวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ หลังจากเสด็จขึ้นไปจำพรรษาอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อโปรดพระมารดาในเทวโลก พอออกพรรษาแล้วก็เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ ตรงกับวันมหาปวารณาเพ็ญเดือน 11 ซึ่งถือว่าเป็นวันบุญกุศล รุ่งขึ้นจากวันนั้นเป็นวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 จึงได้มีการทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อเฉลิมฉลองการเสด็จลงจากเทวโลกของพระพุทธเจ้า วันนี้มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก” คือเปิดให้เห็นกันทั้ง 3 โลกนั่นเอง คือ เทวดา มนุษย์และสัตว์นรก ต่างมองเห็นซึ่งกันและกัน

จังหวัดลำพูน

ที่บริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน  ประชาชนชาวจังหวัดลำพูนได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหะณะ เนื่องในวันออกพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย์เดช  มีนายวีระชัย  ภู่เพียงใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน,น.ส.ปาณี  นาทนาคะ รอง ผวจ.ลำพูน   และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยประชาชนพุทธศาสนิกชน กว่า 1 พันคนร่วมทำบุญตักบาตรในครั้งนี้

เทศบาลตำบลมะเขือแจ้

          นายวัฒนา จันทนุปาน   นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ พนักงานเทศบาล พร้อมพุทธศาสนิกชนตำบลมะเขือแจ้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2559 โดยนิมนต์พระภิกษุ-สามเณร จำนวน 59 รูป มารับบิณฑบาต ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ณ สำนักสงฆ์ผาลาด ดอยขะม้อ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย และเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ของไทย ในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา ตลอดจนให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนที่สนใจ ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

จังหวัดแพร่

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่มาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2559 วัดทุกวัดในจังหวัดแพร่ได้จัดสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นมา โดย นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้นำคณะทำงาน ข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง ในสังกัด มาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ วัด สัมฤทธิบุญ ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีพระครูวิจิตรธรรมสาธก เจ้าคณะอำเภอวังชิ้น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณพระโกศัยเจติยารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงได้ประกอบพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศล     ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ที่วัดสวรรคนิเวศ ตำบลในเวียง พระครูสิทธิชยาภิรัต,ดร.(ครูบาไชย) เจ้าคณะตำบลทุ่งกวาว เจ้าอาวาสวัดสวรรคนิเวศ นำพระภิกษุ สามเณร สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดปงป่าหวาย ตำบลปงป่หวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายสมพงศ์ ดอนดง ปลัดอาวุโส อำเภอเด่นชัย ได้ไปเป็นประธานสวดพระอภิธรรม ถวายพระบรมศพ และนำชาวบ้านตำบลปงป่าหวาย ปฏิบัติธรรม

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย ส่วนราชการ คณะ แพทย์ เดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดสดสำเภา เพื่อพูดคุย ให้กำลังใจ ปลอบใจพสกนิกรให้คลายจากความเศร้าโศกจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

วันที่ 16 ต.ค. 59 นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ณ ศาลาพุทธสถานวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร โดยมีนายดำรง สิริวิชยอิ่มวิเศษ ปลัดจังหวัดแพร่ นาย อนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ นายเอกชัย วงศ์วรกุล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ นายพัฒนพงษ์ พงศ์นวล รักษาการนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ และหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และศรัทธาสาธุชนมาร่วมพิธีจำนวนมาก

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า จังหวัดแพร่ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวจังหวัดแพร่ ร่วมแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2559 นี้ เวลา 13.30 น. ณ วงเวียนน้ำพุ หน้าศาลากลางจังหวัดแพร่ โดยขอให้ทุกคนแต่งกายไว้ทุกข์สีดำโดยพร้อมเพียงกัน เนื่องจากมีการบันทึกภาพเพื่อเผยแพร่ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นำเผยแพร่สู่สาธารณชนไปทั่วโลก

ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวอีกว่า โดยตลอดเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวจังหวัดแพร่มาโดยตลอด โดยได้เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดแพร่ รวม 8 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ถวายความอาลัยแด่พระบรมศพ ทางจังหวัดแพร่จึงร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT จึงได้จัดกิจกรรมถวายความอาลัยดังกล่าวขึ้น จึงขอเชิญชวนข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

          เมื่อเวลา  07.30  น.วันที่  17 ต.ค  59   พระปลัดจิตตพัฒน์  อัคคปัญโญ  เจ้าสำนักสวนธรรมภูสมะ  บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะขึ้นที่บริเวณสะพานซูตองเป้  ซึ่งเป็นแห่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเนื่องในเทศกาลวันออกพรรษาและเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ  โดยมีพุทธศาสนิกชนชาว ต.ปางหมู  และชาว อ.เมืองแม่ฮ่องสอนจำนวนมากได้นำสิ่งของซึ่งส่วนใหญ่เป็นจำนวนพวกอาหารสำเร็จรูปมาร่วมตักบาตรพระภิกษุสงฆ์-สามเณรจำนวน 29 รูป  ที่รับบิณฑบาตรไปตามสะพานไม้ไผ่ตลอดแนวความยาวที่ทอดข้ามทุ่งนาจากสวนธรรมภูสมะไปยังบ้านกุงไม้สัก ความยาวประมาณ 500 เมตร  ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย และทุ่งนาข้ามที่กำลังเริ่มออกรวงเขียวขจี  ยังคงไม่หนาวเย็นมากนัก

จังหวัดเชียงราย

          เมื่อเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 59    นายชูติเดช มีจันทร์นายอำเภอแม่สาย  เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย  นำศรัทธาร่วมทำบุญตักบาตร ณ.วัดพระธาตุดอยเวา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พิธีเริ่มเวลา 05.00 น. มีพระครูประยุตเจติยานุการ สวดเจริญธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

จากนั้น มีการตั้งขบวนแบ่งออกเป็น 2 แถว ให้ทางเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวานำพระสงค์เดิน จากนั้นพระสงค์เมียนมา เดินตาม  มีลูกศิษย์ของวัดไทยและเมียนมา ได้เตรียมตะกร้า และ ถุงยามเดินตามพระสงค์   มีจำนวนพระสงค์รวม500กว่ารูปที่เข้าร่วมตักบาตรเทโวโลหณะ

ในครั้งนี้มีชาวบ้านไทยเมียนมา มารอตั้งบาตรจำนวนมาก  เริ่มตั้งแต่เช้าเต็มไปด้วยผู้คนตลอด 2 ฝั่งถนนส่วนชาวเมียนที่เลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา   จะมารอหน้าด่านพรมแดนไทยเมียนมาแห่งที่1 เปิด  เวลาเปิด 06.30น. ชาวเมียนมาก็จะพากันข้ามมา      ส่วนการแต่งกายของชาวเมียนมา จะแต่งชุดเป็นประจำชาติ หรือ ชุดไปทำบุญที่วัดบางส่วนก็จะแต่งกาย ในชุดดำ

ส่วนประชาชนชาวไทยจะแต่งกายชุดขาวดำเพื่อถวายอาลัย แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศหลังจากการตักบาตรเสร็จทางพระสงค์เมียนมา ก็จะนำข้าวสรอาหารแห้ง ที่ตักบาตรได้ กลับไปเมียนมา จ.ท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย โดยจะมีลูกศิษย์ ช่วยกันของบิณฑบาตได้ใส่ล้อเข็นข้ามกลับ บางส่วนพระสงค์เมียนมา ก็จะเดินข้ามกลับวัด

จังหวัดน่าน

          มีพิธีตักบาตรเทโวโรหณะ วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน โดยมีนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รอง ผวจ.น่านเป็นประธานในพิธี พลตรีวิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 พร้อมด้วยภริยา และประชาชน ร่วมพิธีจำนวนมาก

จังหวัดพิษณุโลก

          ที่ศาลาการเปรียญวัดราชบูรณะ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 16 ต.ค. 59  พุทธศาสนิกชนชาวพิษณุโลกต่างสวมเสื้อสีดำและสีขาว นำครอบครัวพากันมาร่วมทำบุญเนื่องในวันออกพรรษากันอย่างเนืองแน่น พร้อมร่วมลงนามถวายแสดงอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมกันนี้ พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ พร้อมด้วย นางวราภรณ์ หยกอุบล   เจ้าของบริษัทเกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการอุปสมบทให้กับ นายนิวัฒน์ ม่วงสะอาด นายธงชัย ด้วงคำภา นายสงกรานต์ ร้องจิก นายประสงค์ บุษภา และนายประเสริฐ สนศิริ ที่ได้แจ้งความประสงค์ขออุปสมบทเพื่อถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เป็นเวลา 9 วัน โดยมี นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานลงนามแสดงความอาลัยและมอบผ้าไตรให้กับผู้อุปสมบททั้ง 5 คน ท่ามกลางความชื่นชมของพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญในวันนี้

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.59  ที่ พิพิธภัณฑ์พระบารมีปกเกล้า ชาวพิษณุโลก ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล    อดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จ เยี่ยมเยียนราษฎร และทรงประทับ “ห้องนี้เป็นสถานที่ที่ทั้งสองพระองค์ เสด็จประทับแรม เหมือนกับเป็นห้องบรรทม เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดพิษณุโลกทั้งสองพระองค์ประทับแรมที่นี่ วันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ถึง 5 ครั้งด้วยกัน คือครั้งที่ 1 ปฐมประพาส วันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2501 ครั้งที่ 2 ทุติประพาส วันที่ 25 มกราคม 2505 ครั้งที่ 3 เบญจมประพาส วันที่ 30 พฤศจิกายน 2515 ครั้งที่ 4 สัตมประพาส วันที่ 21 พฤศจิกายน 2516 และครั้งที่ 5 เอกาสมประพาส เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2519 ภายในพิพิธภัณฑ์พระบารมีปกเกล้า ชาวพิษณุโลก แบ่งออกเป็น 3 ห้อง ได้แก่ ห้องบรรพกษัตริย์ไทย, ห้องใต้ร่มบารมีจักรีวงศ์ และห้องพระบารมีภูมิพลปกเกล้าชาวพิษณุโลก จัดแสดง ภาชนะที่ทางจังหวัดเคยจัดถวายในระหว่างที่ทั้งสองพระองค์เสด็จประทับเมื่อ พ.ศ. 2501 และ 2505 เปิดให้ชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น.

สำหรับจังหวัดพิษณุโลก พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาถึง 13 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2501 เสด็จที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และประทับแรมที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก และครั้งที่สุดท้าย เสด็จเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2525 ทรงเปิดเขื่อนนเรศวร และเยี่ยมเยียนประชาชาชนชาวอำเภอพรหมพิราม อีกทั้งโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ที่จังหวัดพิษณุโลกก็ เป็นโครงการที่ทรงมีพระราชดำริ ให้จัดสร้างขึ้น

ด.ญ.ญาณิศา สิทธิปรีชาชาญ อายุ 3 ขวบ นักเรียนชั้น ป 5 โรงเรียนอนุบาล วัดท่ามะปราง ได้กล่าวความรู้สึกถึงประทับใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก

พร้อมกันนี้นางสุวิมล เกตุศรีบุรินทร์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ ได้กล่าวเชิญชวนให้ประชนได้เข้ามาชม ถือได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญ ของชาวจังหวัดพิษณุโลก และเปิดให้เข้าชม ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น.ในวันและเวลาราชการ

ที่สำนักงาน ปปส.ภาค 6 นำโดยนาย กิตติชัย  เหลืองกำจร ผอ.ปปส.ภาค 6   นำ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ลูกจ้างปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ลูกจ้างเอกชน  ร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์  พร้อมทั้งร่วมกันยืนสงบนิ่ง เพื่อไว้อาลัยฯ เป็นเวลา 9 นาที และลงนามในสมุดถวายอาลัย เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

จังหวัดอุตรดิตถ์

          มณฑลทหารบกที่ 35 จัดชุดแพทย์เดินเท้าและชุดปฏิบัติการมวลชน เยี่ยมเยียนติดตามสภาพจิตใจประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่มีภาวะโศกเศร้า

พล.ต.ทวีศักดิ์ วินิจสร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 พร้อมด้วย พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ชุดแพทย์เดินเท้า ชุดปฏิบัติการมวลชน ใช้เวลาในช่วงกลางคืน ลงพื้นที่ตลาดเทศบาล 5 อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อเยี่ยมเยียน ติดตามสภาพจิตใจประชาชน

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่ามีความโศกเศร้าจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีภาวะจิตใจสูญเสียสิ่งสำคัญ ทำให้นอนไม่หลับ โดยบางรายนอนไม่หลับติดต่อกัน 3 – 4 วัน นับตั้งแต่การสวรรคต ซึ่งแพทย์ได้จ่ายยานอนหลับและพูดคุยให้คำแนะนำเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น

พ.อ.สมัย ขำพันธ์ กล่าวว่า กองทัพบก ห่วงใยประชาชน จึงสั่งการให้ทุกพื้นที่ จัดทีมแพทย์ และชุดปฏิบัติการมวลชน ลงพื้นที่ดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งปรับตัวรับการสูญเสียได้ยากกว่าช่วงวัยอื่นอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน

จังหวัดพะเยา

          วันที่ 17 ตุลาคม 2559 นายบันทม สมสุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ(อช.)ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ทาง อช.ภูซาง ได้ปฏิบัติงานตามนโยบายสำคัญ การบริหารจัดการป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน หรือ เขาหัวโล้น ขณะนี้เป็นการดำเนินการด้านยุทธศาสตร์จัดระเบียนคนและพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน ที่ 3106 และผู้นำชุมชน ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมขอคืนพื้นที่ทำกินที่บุกรุกป่าหลังปี พ.ศ. 2545 ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2559  โดยเป็นหมู่บ้านเล่าตาขาว และ บ้านขุนห้วยไคร้ ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ในความดูแลของ อช.ภูซาง ทุกคนต่างเข้าใจในนโยบายและมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านการดูแลป่าต้นน้ำและความยั่งยืนของผืนป่า เพื่อความมั่นคงของชีวิตทุกคนต่อไป

แจ้งให้ทราบเรื่องการออกพระนาม

          จากกรณีที่มีการส่งข้อความแจ้งให้ทราบเรื่องการออกพระนาม โดยยกเลิกการใช้พระนาม “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” นั้น

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดเผย กองข่าวสำนักพระราชวังไม่ได้ออกประกาศดังกล่าว เพียงแต่มีสื่อมวลชนโทรศัพท์มาสอบถามว่าสามารถเรียกพระนามอย่างไรให้ถูกต้อง จึงตอบไป ดังนี้พระนามเต็ม “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”หรือใช้พระนามย่อ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

ทั้งนี้ ในส่วนพระนาม “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” ก็สามารถใช้ได้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของสื่อมวลชน.