หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวโหดลั่นกระสุนสังหารเมีย – น้อง ถูกจับได้ขณะกอดกิ๊ก

Author by 1/01/15No Comments »

5          เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ปิดร้านพาครอบครัว พร้อมพนักงาน ไปเลี้ยงฉลองปีใหม่ ในร้านอาหาร ดื่มกินกันสนุกสนานขอตัวลุกเข้าห้องน้ำ เจอสามีตัวดี ยืนกอดกิ๊กเก่าหน้าห้องน้ำ เลือดขึ้นหน้าด่ากราด จนทะเลาะกันรุนแรง ผัวตบหน้าเมียสั่งสอน ก่อนพาน้องเมีย ออกจากร้าน กลับมาดื่มต่อที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ฝ่ายเมียโทรศัพท์หา จ่าทหารอากาศ ให้พามาส่งที่ร้าน ผัวเหลือบมาเห็น โมโหหึงชักปืนยิงเมียตาย น้องเมียเข้าห้ามถูกยิงตายอีกคน หลังก่อเหตุสำนึกผิด ใช้ปืนกระบอกเดียวกัน ยิงตัวตายตาม    

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 1 ม.ค.58 ร.ต.ท.อำนาจ  อ่อนปาน พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้ง มีเหตุยิงกันตาย ภายในร้านตี๋เล็กก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาว เลขที่ 83/157 ถนนพระร่วง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 คน หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และไปสอบสวนที่เกิดเหตุร่วมกับ พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ.สารนัย  คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ. ดำรงค์  หมื่นอาจยิ้ม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก, พ.ต.อ.สามารถ  จูเทศ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าพนักงานสอบสวน พ.ต.ท. นนทวร  สีอินทร์ รอง ผกก.ป. แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน  บริเวณที่เกิดเหตุภายในร้านพบ มีโต๊ะเก้าอี้ พร้อมกับแกล้มวางอยู่ และมีขวดเบียร์ ที่ถูกเปิดดื่มกินไปแล้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น และพบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย นอนตายจมกองเลือดอยู่ ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นายศิริชัย  แซ่ลิ้ว อายุ 39 ปี สภาพศพมีบาดแผล ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับขวา 1 แห่ง นางมิ่งกมล  แซ่ลิ้ว อายุ 42 ปี สภาพศพมีบาดแผล ถูกอาวุธปืนยิงเข้า ที่แก้มขวา 1 แห่ง แก้มซ้าย 1 แห่ง ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และนายศักดิ์ชัย  แซ่ลิ้ว อายุ 38 ปี น้องชายของ นางมิ่งกมล สภาพศพมีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับซ้าย 1 แห่ง  แก้มขวา 1 แห่ง ทั้งหมดถูกยิงด้วยคมกระสุนปืนขนาด .38 และใกล้ศพพบ อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ตกอยู่ที่พื้นจำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุทราบว่าคือ นายศิริชัย  แซ่ลิ้ว สามีของ นางมิ่งกมล  โดยตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงของ นายศิริชัย พบกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 13 นัด จึงเก็บเป็นของกลาง

จากการสอบสวน น.ส.ใกล้รุ่ง  แสนโดด อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่.4 ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กําแพงเพชร ผู้อยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า นางมิ่งกมล  แซ่ลิ้ว ผู้เสียชีวิต เป็นเจ้าของร้านตี๋เล็กก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาว และก่อนเกิดเหตุได้ปิดร้านพา นายศิริชัย สามี และญาติๆ พร้อมกับลูกน้องภายในร้าน ไปเที่ยวดื่มกินฉลองปีใหม่กันที่ร้านไม้หมอน สถานบันเทิงแนวเพลงเพื่อชีวิต ขณะที่เที่ยวดื่มกินอยู่ภายในสถานบันเทิงนั้น นางมิ่งกมล ไปพบเห็น นายศิริชัย สามีแอบไปกอดกับกิ๊กเก่าที่หน้าห้องน้ำ จึงเกิดความหึงหวงจนถึงขึ้นมีปากเสียงทะเลาะกันขึ้น และลุกออกมาตกลงปัญหาคาใจกันหน้าสถานบันเทิงทำให้ นายศิริชัย ถึงขั้นลงไม้ลงมือตบหน้า นางมิ่งกมล ภรรยาไป 1 ครั้ง ก่อนจะพากันเดินทาง ออกจากร้านกลับมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยว และนั่งดื่มกินต่อโดยมี นายศักดิ์ชัย น้องเมียมานั่งดื่มกินเป็นเพื่อนจนเมาได้ที่

กระทั่งต่อมา นางมิ่งกมล ภรรยาของ นายศิริชัย เดินกลับมาถึงที่ร้านพร้อมกับ พ.อ.อ.คมสันต์  ศรีปา อายุ 40 ปี ทหารอากาศ สังกัดกองบิน 46 เพื่อนที่โทรศัพท์ให้ไปรับกลับมาที่ร้านด้วยเมื่อ นายศิริชัย สามี เห็นเข้าจึงเกิดความหึงหวงบ้าง และพูดต่อว่า เพื่อนจ่าทหารอากาศด้วยว่า ” ขับรถตนเองดีไหม ทำไมไม่ขับตลอดไป” พ.อ.อ.คมสันต์ เห็นท่าไม่ดีจึงบอกไปว่า  ” ตนไม่รู้เรื่องอะไร ขอไปเข้าเวรก่อน” ระหว่างนั้น นายศิริชัย บันดาลโทสะชักอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ .38 ซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวออกมา ทำท่าจะยิง พ.อ.อ.คมสันต์  เห็นท่าไม่ได้การ จึงวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาได้ทำให้ นางมิ่งกมล ภรรยาไม่พอใจตรงเข้าต่อว่า นายศิริชัย สามีว่า เขามาส่งก็ดีแล้ว ทำไมไปทำกับเขาอย่างนั้น จากคำพูดดังกล่าวทำให้ นายศิริชัย เกิดความโมโหเลือดขึ้นหน้าคิดว่าภรรยามีใจให้ พ.อ.อ. คมสันต์ จึงหันปากกระบอกปืนยิงใส่ นางมิ่งกมล จำนวน 2 นัด จน ล้มทรุดลงเสียชีวิตคาที่ นายศักดิ์ชัย น้องเมียพยายามเข้ามาห้ามปรามก็ถูก นายศิริชัย ใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเสียชีวิตอีกคน และหลังจากก่อเหตุ นายศิริชัย เกิดความสำนึกผิด จึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน จ่อยิงเข้าที่ขมับตนเองเสียชีวิตอีกศพดังกล่าว

ขณะเดียวกันญาติๆ เผยว่า นายศิริชัย จะเป็นคนขี้หึงหวงภรรยาเป็นอย่างมาก และมักจะเป็นคนไม่มีเหตุผล ประกอบกับขณะเกิดเหตุ ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เข้าไปในปริมาณที่มาก จนขาดสติจึงลงมือก่อเหตุสลดขึ้นในที่สุด นอกจากนี้บุตรชาย และบุตรสาวของ นางศิริชัย และนางมิ่งกมล หลังจากทราบข่าวได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ ถึงกับร่ำไห้จะโผเข้ากอดศพพ่อและแม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันตัวไว้เพื่อเก็บหลักฐาน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของคดีสะเทือนขวัญในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกันนั้นได้ส่งศพไปชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนจะมอบศพให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.